ภูมิทัศน์ กับการศึกษา สาระความสำคัญ :มนุษย์ โลก ชีวิต
ภูมิทัศน์ กับการศึกษา สาระความสำคัญ :มนุษย์ โลก ชีวิต

สภาพแวดล้อมเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญต่อการศึกษา เล่าเรียน หรือเป็นแหล่งเรียนรู้ ทั้งการปลูกฝังและบ่มเพาะ
พระพุทธศาสนากล่าวว่า กัลยาณมิตร เป็นปัจจัยการศึกษาที่ดีและสำคัญ
ความเป็นกัลยาณมิตร มิได้หมายถึง เพียงบุคคลที่ดีเท่านั้น หากแต่ยังคงหมายถึงสภาพแวดล้อม ที่เป็นภูมิทัศน์ที่ดี ทั้งเป็นไปโดยธรรมชาติ และการรังสรรค์ ชองมนุษย์ที่เข้าไปจัดการให้เกิดขึ้นในทิศทางที่เห็นว่า จะสามารถช่วยพัฒนา ทั้งร่างกายและจิตใจให้แก่ทั้งผู้เรียนและผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้สอนและบุคคลทั่วไป
มาวันนี้ สาระและความสำคัญ ดังกล่าวของถูมิทัศน์ ยังคงสาระความสำคัญดังกล่าวมากน้อยเพียงใด มหาวิทยาลัย ศานตินิเกตัน ที่จัดตั้งขึ้นโดย ระพินทรนาถ ฐากูร ก็มีเจตนารมณ์เพื่อให้มนุษย์ได้รับสาระสำคัญของความเป็นชีวิต ที่ต้องอิงอาศัยกับธรรมชาติ
มนุษย์มิได้แยกตนเองออกจากธรรมชาติ เพราะแม้แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ยังทรงมีพระชนม์ชีพที่เกี่ยวข้องกับภูมิทัศน์ หรือความเป็นป่า ตลอดพระชนม์ชีพ

ในมหาพุทธสมัย สัมพุทธชยันตี 2600 ปี สิ่งปรารถนาอย่างหนึ่งที่มนุษย์จะได้ตระหนักรู้หรือไม่ว่า ธรรมชาตินั้นแท้จริงคืออะไร? ความเป็นธรรมชาติ..เป็นหนึ่งในสาระสำคัญ ของภูมิทัศน์ที่เงียบสงัด มีความร่มรื่น..เป็นปัจจัยหนึ่งที่พระพุทธองค์ ทรงหลีกเร้น เพื่อได้สดับสำเนียงของธรรมชาติ....
อย่างไรก็ตาม มิได้หมายความว่า ความเป็นป่าจะหมายเอาเพียง การมีร่มเงาของ ต้นไม้หรือ ป่า เขา ลำเนา ไพร หรือการมีสัตว์ป่า เท่านั้น ด้วยนัยยะ ของพระธรรมคำสอนแล้ว...ปัจจัยภายนอกเป็นส่วนสำคัญต่อการพัฒนาร่างกาย จิตใจ
สิ่งที่ปรากฏทางการกระทำไม่ว่า ทางกาย วาจา นั้นล้วนเป็นผลสัมฤทธิ์ทางจิตใจทั้งนั้น
การวัดว่า การศึกษาของมนุษย์โดยทั่วไปเป็นไปอย่างไรแล้ว การวัดผล ประการหนึ่งน่าจะวัดได้ด้วยนัยยะดังกล่าวนี้
บัดนี้ชีวิตของสรรพสัตว์ล่วงไป กว่า 2600 ปีแล้ว ด้วยพระธรรมคำสั่งสอนและแนวทางปฏิปทา การประพฤติ ปฏิบัติของพระสาวกล่วงมาในการสืบพระพุทธศาสนามานานเนิ่น เป็นด้วยเพราะการก้าวพ้น หรือการก้าวข้ามไปด้วยสิ่งที่เป็นโลกธรรม จึงทำให้ พระพุทธศาสนาสืบมาจวบจนกาลสมัยปัจจุบัน
ทิฎฐานุคติ ดังกล่าว จึงเป็นแสงสว่างแก่อนุชน รุ่นนี้ที่จะสืบสาน สาระปฏิปทาดังกล่าว
มิได้จำกัด ชน วรรณะ ความแตกต่างของชาติชน หากแต่เป็นพันธะหน้าที่ของ “มนุษย์”
มิได้เป็นสิทธิของใคร พระพุทธศาสนาเกิดขึ้นด้วยเจตนารมย์ ในการนำพามนุษย์ออกจากความทุกข์
หากมนุษย์มิได้มีความทุกข์ เจตนารมณ์ในการโปรดสรรพสัตว์คงมิได้เกิดมีขึ้น
ถึงอย่างไรก็ตาม สิ่งต่างๆ อันเป็นเหตุแห่งการเข้าถึงความจริง หรือความเข้าใจของบุคคล แม้ แต่การดำรงตนในการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ หรือการสร้างสรรค์ภูมิทัศน์......อันเป็นสาระสำคัญ..ย่อมเกิดได้ด้วยเหตุ 2 ประการคือ กัลยาณมิตร (ปรโตโฆสะ) และการตระหนักรู้ด้วยตนเอง (โยนิโสมนสิการ)
สุดท้ายแล้ว หากมนุษย์มิได้ก้าวข้าม โลกธรรมได้ หรือยังเห็นแก่ตัว..คงเป็นสัจจธรรมร่วมกันที่มนุษย์ต้องรับผิดชอบ ด้วยสิทธิที่ยอมให้เกิดมีขึ้นมา
พระพุทธองค์ ทรงปฏิวัติสังคม แห่งอริยวินัยขึ้น เพื่อเป็นแนวทางแห่งสังคมอื่น ดังนั้น ในปีแห่งมหาภิสมัย สัมพุทธชยันตี
พันธะหน้าที่ในการสร้างภูมิทัศน์ ของประเทศ หรือของโลก..มิได้สงวนไว้.............สำหรับมนุษย์ทุกคน.
เมตตาธรรม
นมัสการท่าน ได้ความรู้มากเลยครับ