เยี่ยมปราชญ์ชาวบ้านที่ชื่อทองใบ ภู่เกตุ(ตอน๑)

ไปเยี่ยมเพื่อให้กำลังใจ ปราชญ์ชาวบ้านสาขาทำนาที่ชื่อคุณทองใบ ภู่เกตุ

เมื่อวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา ผมและทีมงานของสำนักงานเกษตรจังหวัดกำแพงเพชร   ได้พร้อมใจกันไปเยี่ยมเพื่อให้กำลังใจ ปราชญ์ชาวบ้านสาขาทำนาที่ชื่อคุณทองใบ ภู่เกตุ ปัจจุบันมีอายุ ๕๖ ปี  อยู่บ้านเลขที่ ๓๓ หมู่ ๖ บ้านโพธิ์ศรี ตำบลโค้งไผ่ อำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร

   

 

           ช่วงระยะเวลาที่ทีมงาน ได้เดินทางโดยรถยนต์(ตู้) ผ่านเข้าไปในชุมชนบ้านโพธิ์ศรี นั้นมองด้านซ้ายและแลมองด้านขวา เห็นพื้นที่นาที่มีการไถแล้วตากดินไว้แห้งแล้งมาก แสงแดดก็ร้อนอบอ้าวมาก นึกถึงชีวิตเกษตรกรที่ทำนา ปลูกข้าวให้พวกเราได้กินกันเขาต้องลำบาก โดยเขตที่อาศัยเพียงน้ำฝน หากปีไหนฝนดี หากน้ำไม่ท่วม ก็จะได้ผลผลิตดี หากราคาข้าวดี เกษตรกรก็จะมีรายได้ที่อยู่ได้ เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศก็จะดีตามไปด้วย ในขณะเดียวกัน หากฝนแล้งอย่างปัจจุบันนี้ ไปอีกนานชาวนาก็คงจะแย่ตามไปด้วย

 

 

          เมื่อทีมงานผ่านเข้าไปเกือบจะเข้าเขตบ้านโพธิ์ศรี มองซ้ายขวา พอจะเห็นน้ำในสระเก็บน้ำตามหัวไร่ปลายของเกษตรกรบางรายยังพอมีน้ำให้เห็นอยู่ ก็นึกอยู่เสมอว่า หากมีฝนตกลงมาปริมาณน้ำในสระเก็บน้ำคงจะมีน้ำมากขึ้น  ชาวบ้านก็คงจะดีใจไม่น้อย เดินทางอีกไม่นานก็ถึงบ้านโพธิ์ศรีแล้ว เมื่อทีมงานเราไปถึง ก็พบ นักส่งเสริมการเกษตรที่รับผิดชอบตำบลโค้งไผ่ ชื่อน้องฝน(ชื่อเล่น) ได้มาคอยต้อนรับพวกเรา พร้อมผู้นำหมู่บ้าน ที่ชื่อผู้ใหญ่ จำนง กิจการ  มาคอยต้อนรับพวกเราที่บ้านของคุณ ลุงทองใบ ภู่เกตุ ปราชญ์ชาวบ้านดีเด่นสาขาทำนาระดับอำเภอขาณุวรลักษบุรี

 

 

               คุณลุงทองใบ ภู่เกตุ

 

 

 

  

            จากนั้นคุณลุงทองใบ ภู่เกตุ ได้เล่าให้ฟังว่า ในรอบ๑ ปี ได้ทำนาเพียง ๒ ครั้งเท่านั้น แต่ละครั้งก็จะมีการพักดินไว้ระยะหนึ่ง ในขณะเดียวกันพื้นที่นาอยู่เขตอาศัยน้ำฝน ในปีที่ผ่านมาทำนาเพียง ๔๕ ไร่ พันธุ์ที่ใช้ปลูก พันธุ์ กข ๓๑ และ กข ๔๗ ผลผลิตข้าวเฉลี่ยที่ได้ อยู่ระหว่าง ๗ o- o ถังต่อไร่ สามารถลดต้นทุนได้ถึง ๕ o % (คิดแบบเกษตรกร ไม่รวมค่าจ้างไถเพราะใช้แรงงานเจ้าของไถเอง) แค่คุณทองใบก็ได้เล่าให้ฟังต่อว่า การทำนาของตนเอง ยืนยันได้เลยว่า ไม่ใช้สารฆ่าแมลงศัครูข้าวแม้แต่น้อย แต่มีการผลิตปุ๋ยน้ำชีวภาพจากหอยเชอร์รี่ แทนปุ๋ยเคมีอีกทางหนึ่งด้วย มีการผลิตและใช้สารสมุนไพรพื้นบ้านฉีดพ่นป้องกันกำจัดแมลงศัตรูข้าว  มีการผลิตและใช้เชื้อราบิวเวอร์เรีย ผสมน้ำฉีดพ่นต้นข้าวเพื่อป้องกันกำจัดเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลอีกด้วย แต่ข้อสำคัญต้องขยันฉีดพ่นบ่อยๆทุก๓ - ๗ วัน

 

 

 

             คุณลุงทองใบ ยังได้เล่าให้ฟังต่ออีกว่า ความจริงแล้งช่วงของการเตรียมดิน ตนเองได้ผลิตและใช้จุลินทรีย์หน่อกล้วยเพื่อย่อยสลายฟาง โดยไม่มีการเผาฟางเลย จึงทำให้ดินร่วนซุยดี ต้นข้าวแข็งแรง ไม่ล้ม   ต่อจากนั้นทีมงานของเราได้ถามต่อว่า องค์ความรู้ต่างๆที่คุณลุงทองใบได้เล่ามา นั้นได้เรียนรู้มาจากใคร เมื่อทำไปแล้ว มีชาวบ้านคนอื่นๆเขาทำตามบ้างไหม คุณทองใบ ยิ้มแล้วก็ตอบออกมาจากใจว่า แต่เดิมเมื่อก่อน ได้เห็น ผู้ใหญ่จำนง กิจการ ได้ตั้งกลุ่มผู้ผลิตเกษตรปลอดภัยขึ้นมามีสมาชิกทั้งหมู่บ้านประมาณ ๕ o คน ได้ทดลองทำกัน แต่ได้ผลผลิตข้าวดี ลดต้นทุนการผลิตลงได้จริง ศัตรูพืชก็สามารถป้องกันได้จริงตนเองจึงสนใจ และนำมาทดลองทำดูก็ได้ผลจริงๆ อีกประการหนึ่ง ทางเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรระดับตำบล และทางเจ้าหน้าที่ของสถานีพัฒนาที่ดินจังหวัด ก็ได้ส่งเข้ารับการฝึกอบรมเรื่องการผลิตและใช้จุลินทรีย์และสารพด . ต่างๆ โดยนำความรู้มาทดลองทำ และหาประสบการณ์จากคนอื่นๆมาทดลองทำบ้าง คิดเองบ้าง ก็มีองค์ความรู้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ณ . ปัจจุบันนี้มีพี่น้องเกษตรกรในชุมชนข้างเคียง มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอยู่บ่อยครั้ง  เพราะว่าเขาเห็นว่าตนผลิตข้าวได้ผลผลิตต่อไร่สูงและต้นทุนต่ำนั่นเองครับ จึงมีรายได้พอใช้จ่ายในครอบครัวได้อยู่ทุกวันนี้

 

 

          นอกจากนี้ทางครอบครัวของตนเองยังดำรงชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียงเป็นหลัก พยามควบคุมรายจ่ายไม่ให้เกินกว่ารายรับ หาอาหารในพื้นบ้านรับประทานกันไปบ้างบางครั้งก็มีการถนอมอาหารไว้ทานกันในครอบครัว ทุกวันนี้ก็อยู่อย่างพอเพียงครับ

 

 

เขียวมรกต

๔ พค . ๕๕

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KM วิถีชุมชนคนเกษตร



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 
  • ขอบคุณท่านอาจารย์ดร.ธวัชชัย
  • ที่แวะมาเยือนพร้อมให้กำลังใจกัน