การประชุมนี้จัดที่โรงแรม โบ๊ท ลากูน  จังหวัดภูเก็ต ระหว่างวันที่ ๒๘ – ๓๐ มี.ค. ๒๕๕๕ โดยมีหน่วย มนุษยพันธุศาสตร์ ภาควิชาพยาธิวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นเจ้าภาพร่วมกับ สมาคมพันธุศาสตร์แห่งประเทศไทย   โดยมีกำหนดการดังนี้ 

          ผมได้รับเชิญไปร่วมประชุม และร่วมอภิปรายเรื่อง ย้อนรอย Cytogenetics ในประเทศไทย จากอดีตถึงปัจจุบัน   จึงนำ Narrated Ppt มา ลปรร. ที่นี่ 

          การได้ไปร่วมกิจกรรมทำให้ผมได้เรียนรู้หลายอย่าง    อย่างแรกคือ หน่วยมนุษยพันธุศาสตร์ที่ผมเป็น ผู้ก่อตั้งเจริญก้าวหน้าอย่างมากมาย ภายใต้ภาวะผู้นำของ รศ. ดร. นพ. พรพรต ลิ้มประเสริฐ    และผู้คนที่เกี่ยวข้อง ต่างก็ยกย่องว่าผมเป็นผู้วางรากฐานของหน่วยไว้    ทำให้ผมภูมิใจมาก และไตร่ตรอง (AAR) ว่า ความสำเร็จ ในชีวิตของคนเรา ในหลายกรณีต้องดูตอนที่คนผู้นั้นพ้นตำแหน่งหน้าที่ไปแล้ว หรือตายไปแล้ว    ดูว่าสิ่งที่เขา ริเริ่มไว้สามารถเติบโตหรือเจริญก้าวหน้าต่อเนื่องไปได้เพียงใด   ซึ่งมองอีกมุมหนึ่งคือ ได้วางรากฐานความเป็น Learning Organization ไว้เพียงใด   หรือใช้อีกถ้อยคำหนึ่งว่า ได้วางวัฒนธรรมองค์กร (Corporate Culture) ไว้อย่างไร

          ยิ่งนับวัน ผมก็ยิ่งเชื่อใน Chaordic Management หรือ Complex-Adaptive Organization หรือ Organic Organization   ว่าหากเราต้องการสร้างหน่วยงานที่มีความยั่งยืน   ต้องวางวัฒนธรรมองค์กรที่เป็นองค์กรเรียนรู้ และปรับตัว    ให้เขาเก่งยิ่งขึ้นอีกหลังจากเราไม่ได้รับผิดชอบแล้ว    คือต้องอย่าให้องค์กรขึ้นอยู่กับตัวเราเอง

          แต่ Cytogenetics ในสมัยที่ผมยังทำงานวิชาการอยู่ กับ Cytogenetics ในปัจจุบันแตกต่างอย่างฟ้ากับดิน   เขาเรียกยุคปัจจุบันว่าเป็น Cytogenetics ในยุค Post-Genomics   คือมีการนำเอา Molecular Genetics เข้ามา ประยุกต์ใช้   ทำให้การวินิจฉัยความผิดปกติของโครโมโซมที่สมัยก่อนแม่นยำระดับมหภาคเท่านั้น เวลานี้แม่นยำ เพิ่มขึ้นมากมาย   จนในที่สุด Cytogenetics ก้าวสู่ Molecular Cytogenetics เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  

          แต่ไฮเทคแบบนี้ มากับความแพงงงง แพงหูฉี่ทีเดียว    ผมดีใจ ที่ HITAP เริ่มเข้ามาประเมินความคุ้มค่า ของเทคโนโลยี Cytogenetics   โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการวินิจฉัยก่อนคลอด    ผมอยากให้สังคมไทยเข้าใจว่า การให้บริการไฮเทคในระดับ translational research กับการให้บริการแบบคุ้มครองสุขภาพคนทั่วไป ไม่เหมือนกัน   การให้บริการแบบหลัง ต้องผ่านการวิจัยตรวจสอบความคุ้มทุน   ต้องมองประโยชน์ภาพรวมของสังคมเป็นหลัก ไม่ใช่ประโยชน์เฉพาะรายเป็นหลัก

          ที่ดีใจมากคือ ได้พบมิตรรุ่นพี่ ที่ไม่ได้พบกันมานาน คือ ผศ. พญ. อรศรี รมยะนันทน์ ที่วัย ๒๕ กะรัต (ครบ ๑๐๐) ยังสวยสง่า ความจำดี สุขภาพดี และที่สำคัญยังทำงานให้บริการ Cytogenetics อยู่ที่นวบุตร    ดังนั้น ประสบการณ์การทำงานของท่านในด้าน Cytogenetics Services จึงยังต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน   ต่างจากผม ที่ห่างเหินมานาน   ท่านเป็นผู้กล่าวคำคมหรือสัจวาทะที่ผู้คนชอบกันมาก คือการวิเคราะห์โครโมโซม เป็นการปฏิบัติสมาธิ   ซึ่งผู้เข้าร่วมประชุมต่างก็เห็นด้วย   แต่ผมบอกไม่ได้ เพราะผมวิเคราะห์โครโมโซมไม่เป็น

          การได้ไปพูด และฟังเรื่องราวความก้าวหน้าของศาสตร์ด้าน Cytogenetics จึงเป็นการเปิดหูเปิดตา สำหรับผม ช่วยให้ผมคิดย้อนหลังว่าในช่วงที่ตนเองทำงานวิชาการนั้น ผมพยายามสุดฤทธิ์ที่จะเดาหรือคาดการณ์ ความก้าวหน้าของวิชาการ เพื่อเลือกหยิบเอามาใช้ขับเคลื่อนงานของตนเอง    บัดนี้ผมห่างเหินมาครบ ๒๐ ปี   พิสูจน์ว่าผมคาดการณ์ได้ไม่มาก   แต่การมีท่าทีในการทำงานแบบแสวงหาความรู้เพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา เพื่อหาทางทำงานให้มีคุณภาพมากขึ้น   ทำประโยชน์ให้แก่สังคมได้มากขึ้น   เป็นท่าทีที่มีคุณค่าสูงส่ง   ก่อประโยชน์ยั่งยืน   และเป็นคุณต่อตนเอง

 

วิจารณ์ พานิช

๒๙ มี.ค. ๕๕

 

 รศ. นพ. พรพรต ลิ้มประเสริฐ ประธานคณะกรรมการจัดงาน กล่าวรายงาน

 


 

 

 ศ. ดร. เพทาย เย็นจิตโสมนัส นายกสมาคมพันธุศาสตร์กล่าวเปืดการประชุม


 

 ผศ. พญ. อรศรี รมยะนันทน์กับผมถ่ายกับทีมของหน่วยพันธุศาสตร์

คณะแพทยศาสตร์ มอ.

 


 

 กลุ่มผู้อาวุโส


 

 ผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมด


 

 รศ. ดร. บุษบา ฤกษ์อำนวยโชค อุปนายกสมาคมพันธุศาสตร์ ดำเนินการอภิปรายเรื่องย้อยรอย Cytogenetics ในประเทศไทย


 

 

 ผู้อภิปรายท่านแรก ผศ. พญ. อรศรี รมยะนันทน์


 

 

 ผู้อภิปรายท่านที่ ๓ รศ. ดร. ดาวรุ่ง กังวานพงศ์


 

 ผู้เข้าร่วมประชุม


 

 

 คลื่นลูกใหม่ ดร. พญ. ฉริยาวรรณ จรัลสวัสดิ์

พูดเรื่องความก้าวหน้าของ Cytogenetics หลังโครงการจีโนมมนุษย์