การแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศนั้น กีฬาที่มีเหรียญรางวัลมากที่สุดคือ ว่ายน้ำ แต่กีฬาประเภทนี้ในการแข่งขันระดับโลกเข้าใจว่านักกีฬาไทยยังไม่เคยได้สักเหรียญ (แม้เหรียญทองแดง) ..ส่วนใหญ่ไทยเราได้จากกีฬารากหญ้า เช่น มวย เทควันโด้ (รากหญ้าเกาหลี) ยกน้ำหนัก
กีฬาว่ายน้ำเป็นกีฬาที่ใช้เทคนิคและกำลังพอๆกัน ดังนั้น ถ้าคุณมีกำลังอย่างเดียวอย่าหวังว่าจะได้เหรียญ เพราะเทคนิคต้องดีด้วย ส่วนกีฬากอล์ฟนั้นคนไทยเก่งมากเหลือเชื่อ ทั้งที่เป็นประเทศยากจน ทั้งนี้เพราะมันเป็นกีฬาบ้าเห่อฝรั่งที่ไม่ต้องใช้สมองมาก แต่ใช้ทักษะ(ความคุ้นเคย)เป็นหลัก (คนไทยสมัยนี้มักเป็นอย่างนี้เสมอ อะไรที่ใช้สมองน้อยๆ แต่ใช้ทักษะมากๆ จะเก่ง)
ผมได้คิดค้นวิธีว่ายน้ำเพื่อให้ได้เหรียญทองโอลิมปิกส์ไว้แล้ว.. เอาไปนำเสนอต่อนายกสมาคมว่ายน้ำ (ด้วยอีเมล์..ปรากฎว่า ท่านไม่ตอบ..แม้แต่ว่าได้รับแล้ว...อิอิ..โสน้าน่า..เจือกทะลึ่งไปแส่หาปัญหาให้ตัวเอง )
ผมไม่ได้เสนอเปล่าๆ โดยไม่มีเครดิทหลักฐานอะไร ...หลักฐานคือผมเป็น โคช+ผจก. ทีมเรือพาย ม. ผมเอง แข่งขันกีฬามหาลัยมา 3 ปี (ก่อนลาออก) ได้เหรียญทอง 7 เหรียญ เงิน 5 ทองแดง 3 ...ทั้งทีม.ผมเป็น ม.อีสาน มีแต่โคกหาแม่น้ำทะเลกับเขาให้พายเรือก็ไม่มี นักกีฬาคัดมาแต่ละคนไม่เคยพายเรือมาก่อน จับมาฝึก 3 เดือนก่อนแข่ง ปรากฏว่า แข่งชนะทีมชาติมาหลายต่อหลายครั้ง (เหรียญทองที่ได้ส่วนใหญ่ชนะทีมชาติทั้งนั้น) นอกจาก 7 เหรียญทองนี้แล้ว ม.ผมได้อีกเหรียญเดียวคือ วอลเลย์บอลชายหาดหญิง เพราะไปเอานักกีฬาทีมชาติมาเรียน (วิธีการเหมือนกะมออื่นๆ ทั่วประเทศ)
เคล็ดลับของผมคือ ผมได้คิดค้นวิธีพายเรือแบบใหม่ และวิธีฝึกการพายเรือแบบเรียนลัด เวลาผมสอนการพายเรือ จะมีสูตรคณิตศาสตร์เต็มกระดาน (โชคดีที่นักกีฬาส่วนใหญ่เป็นวิดวะ) เพื่อแสดงให้เขาเห็นว่าการพายแบบผมนี้มันดีกว่าแบบอื่นๆ อย่างไร
ส่วนการฝึก ผมคิดค้นวิธีให้เอาเชือกผูกหางเรือไว้กับต้นไม้ริมตลิ่ง (อ่างเก็บน้ำ) (มีเรือห้าฝีพาย เรือคายัค เรือกรรเชียง หญิง ชาย ) แล้วให้นักกีฬาตั้งท่าพายช้าๆ แบบเปิดจังหวะ ปิดจังหวะ ต่อเนื่อง พร้อมถ่ายวิดิโอ เอามาวิจารณ์ว่าผิดถูกอย่างไร ...ถ้าไม่ทำแบบนี้คงไม่ทันพัฒนาทักษะเพื่อแข่งกับทีมชาติขอ
ม.อื่นเป็นแน่
พึงเข้าใจว่าการพายเรือ กับการว่ายน้ำนั้น ใช้เทคนิคเดียวกัน เรือก็เปรียบร่างกายของเรา ใบพายก็เปรียบแขนและมือของเรานั่นเอง แต่ผมตระหนักดีว่า ว่ายน้ำยากกว่าพายเรือ เพราะ “ใบพาย” มันงอพับไปมาได้ในสามมิติ อีกทั้งมีขาแข้ง การเอียงหัวบิดตัวเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ...แต่หลักการเหมือนกัน
ในประเทศพัฒนาแล้วเขามีห้องแล็บทันสมัยทำงานวิจัยเรื่องการว่ายน้ำ เพื่อล่าเหรียญรางวัลให้เป็นศักดิ์ศรีชาติ...ส่วนของไทยทำได้เพียงจ้างโคชต่างชาติ (เคยคิดอะไรทำอะไรด้วยคนไทยเป็นบ้างไหม ตั้งแต่นักวิชาการ การเมือง ยันการกีฬา) หรือไม่ก็ส่งนักกีฬาไปฝึกในต่างประเทศ คนไทยด้วยกันเสนออะไรมันตอบอีเมล์ว่าได้รับแล้วมันยัง “ไม่มีเวลา” เลย
สมัยก่อนผมยังหนุ่ม มาร์ค สปิทซ์ ทำสถิติ 6 เหรียญทองว่ายน้ำโอลิมปิกส์ .......มีการวิจารณ์กันมากว่า เขาใช้แรงยก (lift) หรือ แรงฉุด (drag) ในการว่าย (ธรรมดาทั่วไปก็ใช้มือกวักน้ำ ก็ใช้แรงฉุดเป็นหลักแหละครับ กังหันลมแบบโลวเทคก็ใช้แรงฉุด แต่แบบไฮเทคใช้แรงยกในการหมุน) วิจารณ์กันมา ๑๐ ปี นักวิจัยสรุปว่า ยังคงใช้แรงฉุดแบบเดิมๆ จนวันนี้ก็ยังสรุปกันว่าใช้แรงฉุดดีว่าแรงยก
ยังมีการเถียงกันเข้มข้นว่า ว่ายแบบนิ้วชิดหรือนิ้วห่างดีกว่ากัน อีกด้วย (ซึ่งผมก็มีคำตอบของผม)
สิ่งแรกที่ผมเสนอเพื่อการแข่งว่ายน้ำให้ได้เหรียญทองโอลิมปิกส์คือ การคัดเลือกนักกีฬาที่มีสรีระเหมาะสมกับการเป็นนักว่ายน้ำ เรื่องนี้ไม่ค่อยคิดกันหรอกผมว่า..แม้ในรร.กีฬา ก็เอาความสมัครใจเป็นใหญ่ ..ที่ผ่านมากีฬาว่ายน้ำก็ยังจำกัดอยู่ในหมู่ลูกคนรวยอีกด้วย (คัดตัวด้วยเงินเป็นหลัก ) แต่วันนี้เรามีรร.กีฬาแล้ว น่าจะมีการคัดตัวกันได้
นักว่ายน้ำที่ดี ในความเห็นผมต้องมีคุณสมบัติด้านสรีระดังนี้
1) ใบพายใหญ่ เมื่อคิดเทียบส่วนกับน้ำหนักตัว ...ใบพายในที่นี้หมายถึงพื้นที่มือ หน้าแขน หน้าขา ฝ่าเท้า (มือตีนใหญ่ว่างั้นเถอะ) ...เน้นว่าไม่ใช่ใหญ่อย่างเดียว แต่ใหญ่เมื่อคิดเทียบส่วนกับนน.ตัว เช่น นายก หนัก 50 กก. มีพื้นที่ใบพาย 500 ตร.ซม. ส่วนนายข หนัก 80 กก. มีพทบพ. 750 ตร.ซม. แบบนี้แม้นายขมีใบพายใหญ่กว่าแต่กลับแพ้นายกนะ
2) ความถ่วงจำเพาะต่ำ ...หมายถึงตัวใหญ่ แต่นน.เบา ...เรื่องนี้ก็สำคัญมาก เพราะมันจะทำให้ลอยน้ำได้ดี จะมีแรงต้านการว่ายน้ำน้อย ฝรั่งมันมักได้เปรียบเราเพราะมันมีไขมันมาก ทำให้ลอยน้ำได้ดีกว่าเรา เช่น นายก นน. 50 กก. มีปริมาตร 40 ลิตร ส่วนนายขหนัก 80 กก. มีปริมาตร 70 ลิตร แบบนี้นายข ชนะนะครับ ...แล้วถ้านาย ก ข ในข้อ 1 2 เป็นคนเดียวกัน จะตัดสินให้ใครชนะดีล่ะ เพราะดีคนละอย่าง (อ๊ะๆ ไม่บอกหมด เดี๋ยวหมดทางหากิน รร. กีฬาไหนอยากทราบ ติดต่อมาได้ ไม่คิดค่าวิชาแต่ประการใด มอบด้วยใจเพื่อชาติ)
3) กล้ามเนื้อมีความแข็งแรง
4) มีความอดทนสูง
5) มีวินัย และ มีใจสู้
....สามข้อหลังนี้เป็นเรื่องปกติวิสัยของนักกีฬา วิทยาศาสตร์การกีฬาทั่วไปเขาวัดกันได้แล้ว ส่วนสองข้อแรกผมเชื่อว่ายังไม่เคยมีใครคิดกัน แม้พวกฝรั่ง
ก่อนอื่นคัดเลือกเอาสองข้อแรกให้ได้ก่อน แล้วเอามาเข้าค่ายฝึกกำลัง ให้เท่าเทียมกัน จากนั้นวัดความแข็งแรงกล้ามเนื้อและความอดทน แล้วกรองออก ในขั้นที่สอง มันจะมีปัญหาว่า บางคนสรีระดีกว่าแต่ความแข็งแรงต่ำกว่าจะเอาไงดี อันนี้ก็ต้องมาว่ากันในรายละเอียด อาจเอาทั้งคู่ แต่คนหนึ่งอดทนน้อยสรีระดี ให้ว่ายระยะใกล้ อีกคนสรีระไม่ดีเท่าแต่อึดกว่า ให้ว่ายระยะไกล เป็นต้น
ส่วนเรื่องวิธีการว่ายน้ำ..เดี๋ยวจะมาว่ายให้ดูในตอนต่อไป..เดี๋ยวขอตัวไปเปลี่ยนชุดว่ายน้ำก่อน
...คนถางทาง (๔-๕-๕๕)
ชอบแนวคิดมากๆ ครับ ที่โดดเด่นคือการใช้ระบบการฝึกแบบดััดแปลงขึ้นมาเอง..นอกกรอบดีครับ...