จะสร้างโรงไฟฟ้าทีไร คนไทยเป็นต่อต้านกันทุกที ทั้งที่คนที่ต่อต้านก็ชอบใช้ไฟฟ้ากันทุกคน ที่เห็นอยู่หน้าจอเนี่ยก็อีเล็คตรอนทั้งนั้น...แล้วมันเอาพลังงานมาจากไหน
ผมขอเสนอวิธีแก้การต่อต้านการสร้างโรงๆไฟฟ้าคือ...การคิดค่าไฟฟ้าแบบผกผันกับระยะทางที่ห่างจากโรงไฟฟ้า ถ้าบ้านอยู่ใกล้มากๆ ขนาดรัศมี 1 กม. อาจให้ใช้ไฟฟรีไปเลย แล้วไปเก็บแพงๆ ชดเชยเอากับพวกอยู่ไกลๆ
หรืออาจออกเป็นกฎว่าทุกจังหวัดต้องสร้างโรงจักรไฟฟ้าของตัวเอง ห้ามส่งไฟฟ้าข้ามแดน
อาจผนวกด้วยการประกันสุขภาพให้ประชาชนที่อยู่ในรัศมี ถ้าใครป่วยด้วยโรคที่พิสูจน์ได้ว่ามาจากโรงไฟฟ้าก็รักษาฟรีแถมเงินค่าเสียหายอีกด้วยตามที่กำหนด
ถ้าหาที่สร้างไม่ได้จริงๆ ก็ไปสร้างมันกลางทะเลเลยครับ แล้วเก็บค่าไฟแพงๆ (เพราะค่าสร้างแพง)
ว่าไปแล้วผมว่าเขื่อนดีทีสุด แต่นั่นแหละจะสร้างทีไร คนไทยก็ต้านอีกแหละ เพราะมีข้อมูล อคติที่ผิด ๆ เรียกว่าต้านทุกอย่าง แต่ผลิตออกมากรูใช้ (และใช้อย่างล้างผลาญอีกตะหาก) ...อีกทั้งทำเป็นรักสิ่งแวดล้อมหนักหนา แต่ทำไมปล่อยให้ถนหนทางสกป. ฝุ่นคลุ้งไปหมด ขยะก็เต็มถนน ขี่รถเบนซ์ยังเปิดกระจกโยนเปลือกเงาะลงถนนหน้าตาเฉย ขี่รถบัสก็โยนถุงน้ำแข็งใส่น้ำอัดลมพร้อมหลอดดูด ..
โรงจักรไฟฟ้าที่สะอาดที่สุดตอนนี้ก็ต้องยกให้โรงจักรกังหันก๊าซที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง แต่ผมกลับไม่เห็นด้วยกับโรงจักรที่วิ่งด้วยแก๊สธรรมชาติ (จากอ่าวไทย) รวมทั้งไม่เห็นด้วยกับการเอาไปวิ่งรถเมล์แท็กซี่ด้วย ผมว่าน่าจะสงวนแก๊สเอาไว้ใช้ในครัวเรือนมากกว่า เก็บไว้ให้ลูกหลานเราใช้ได้อีกนาน ถ้าเอามาใช้อย่างไม่ถูกประเภทแบบนี้เสียหมด แล้วในอนาคตลูกหลานเราจะเอาอะไรทอดปลาทูกินล่ะครับ (สมมติว่ายังมีปลาทูเหลืออยู่ในอ่าวไทยให้ลูกหลานกินในอนาคต เพราะสิ่งแวดล้อมยังดีอยู่)
ในระยะสั้นผมสนับสนุนโรงจักรถ่านหิน (ได้ยินเสียงโห่มาจากหน้าจอ) เพราะผมว่ามันประหยัดที่สุด และมีความเสถียรเรื่องเชื้อเพลิง ราคาไฟฟ้าในอนาคตจะไม่ผันผวนเหมือนการใช้ก๊าซหรือน้ำมันดีเซล และเทคโนโลยีปัจจุบันก็สามารถทำให้สะอาดได้เกือบทัดเทียมโรงก๊าซทีเดียว
ในระยะยาวผมเห็นว่าเราต้องพัฒนาเขื่อนขนาดเล็ก และ พลังงานลม ให้ทั่วประเทศ ส่วนพลังแดดยังมองไม่ค่อยเห็นอนาคตเพราะยังแพงอยู่มากและกินพื้นที่มาก (พื้นที่ใช้ประโยชน์ด้านการเกษตรไม่ได้เหมือนกังหันลมอีกต่างหาก)
ส่วนนิวเคลียร์นั้นรอได้ครับ อย่าเพิ่งรีบเลย ให้พวกฝรั่งเขาเป็นหนูตะเภาต่อไปอีกสัก 50 ปีแล้วค่อยว่ากันใหม่ ไม่เห็นจำเป็นต้องรีบร้อน
...คนถางทาง (๓ พค. ๒๕๕๕)
Anywhere else is OK except in my backyard
ทำไมพลังงานแสงอาทิตย์ถึงยังแพงละครับ จริงๆ แล้วประเทศไทยแดดแรงมากผมคิดว่าถ้ารัฐทุ่มงบวิจัยจริงๆ เราน่าจะเป็นผู้นำด้านพลังงานแสงอาทิตย์ได้ครับ งบวิจัยของเราแต่ละปีในหน่วยงานให้ทุนต่างๆ ก็ไม่น้อยทีเดียว นักวิทยาศาสตร์เราก็มีมากครับ ผมคิดว่าเราน่าจะมี innovations ดีๆ ด้านพลังงานแสงอาทิตย์ได้ไม่แพ้นานาชาติทีเดียวครับ
เอ๊ะ.... ผมเขียนอะไรไปนี่ ผมเขียนไปได้ยังไงนะ
ได้ ใจเลยอาจารย์
พลังงานแดด ด้วยวิธีของ โซลาร์เซ็ล มันยังแพงอยู่มากครับ แพงกว่าไฟฟ้าปกติประมาณ 3 เท่า ส่วนลมตอนนี้ราคาพอกันแล้ว (ถ้ามีลมดีพอควร) สำหรับบ้านเราผมสนับสนุนลมมากกว่าครับ เพราะเราไม่มีทะเลทรายที่จะเอาแผงแดดไปวาง แต่ใต้กังหันลมเราปลูกพืชเเศรษฐกิจ เลี้ยงสัตว์ได้ ....พลังแดดโซลาร์เซลขณะนี้ทำปสภ.ได้ประมาณ 10% ครับ แม้ทำวิจัยให้ดีที่สุดก็จะได้ไม่เกินประมาณ 26% (เป็น theoretical limit) กระบวนการผลิตเซ็ลก็มีมลภาวะสูงด้วยครับ
โอ... เข้าใจแล้วครับ เสียดายเรื่องข้อจำกัดครับ แต่ผมเชื่อว่าในที่สุดแล้วก็น่าจะมีคนคิดวิธีข้ามข้อจำกัดไปได้ แต่คงอีกนานมากทีเดียวครับ
เลยขอถือโอกาสถามต่อว่าแล้วพลังงานความร้อนจากใต้โลกนี่มีความเป็นไปได้แค่ไหนครับ แต่ผมเดาว่าจริงๆ แล้วน่าจะมีประเด็นอันตรายอยู่ไหมครับ
ดร. ธ. ครับ ความร้อนใต้ดินมีปริมาณมาก แต่ถ้าสภาพทางธรณีไม่เอื้อมันจะแพงมากในการนำมาใช้งานครับ ในเมืองไทยเราก็มีโรงงานไฟฟ้าจากความร้อนใต้โลกที่ อ.ฝาง ขนาดเล็กมากประมาณ 1 MW แบบว่าทำโชว์เล่นเท่านั้น ...ท่านถามมาทำให้ผมได้ฉุกคิดว่า เอ หรือมันมีข้อดี ที่ว่า ถ้าเราเอาความร้อนใต้ดินมาใช้มากๆ มันอาจทำให้โลกเย็นลง ...ชดเชยกับสภาวะโลกร้อนที่กำลังเกิดขึ้นกับโลกเรา อิอิ