ลองติดตามกระบวนการประเมินทางกิจกรรมบำบัดในมิติความสามารถด้านความคิดความเข้าใจ ความจำ และความมั่นใจในคุณค่าของตนเอง เพื่อให้มีความสุขในวัยเรียน
ดร.ป๊อป: ชื่ออะไรครับ อยู่โรงเรียนอะไร อยู่บ้านที่ไหน
กรณีศึกษา จ.: ชื่อ จ. ครับ อยู่ รร. XXX อยู่บ้านแถว BBB
ดร.ป๊อป: จ. เกิดวันที่เท่าไร ห่างจากวันนี้กี่วัน
กรณีศึกษา จ.: เกิดวันที่ PP เดือน AA ปี GG [คิดในใจ ต้องกระตุ้นให้เขียนว่าคิดอะไร ก็เขียนการคำนวนบนกระดาษ ก็เขียนคำตอบเล็กๆ ว่าห่างจากวันนี้ DD วัน ซึ่งดูว่า ไม่มั่นใจ/ไม่แน่ใจในคำตอบ]
ดร.ป๊อป: [กระตุ้นให้คิดด้วยคำถามชี้นำแล้วเขียนบนกระดาษให้ จ. ดูข้อมูลที่ถูกต้อง] วันนี้วันที่ [รอคำตอบ] เดือนที่ [รอคำตอบ] ปี [รอคำตอบ] แล้วมาคิดเลขด้วยเครื่องหมาย [รอคำตอบ] กับวันเกิดวันที่ [รอคำตอบ] เดือนที่ [รอคำตอบ] ปี [รอคำตอบ] แล้วพบว่า วันเกิดของน้อง จ. ห่างจากวันนี้กี่วัน [รอคำตอบ]
กรณีศึกษา จ.: ตอบได้ถูกต้องหมดทุกคำตอบ [บ่งชี้ว่าไม่มีความบกพร่องในการคำนวน แต่กระบวนการเรียนรู้ต้องมีการกระตุ้นคำถามปลายเปิด เมื่อสอบถามข้อมูลจากผู้ปกครองก็ตั้งข้อสัณนิษฐานว่า ลูกอาจไม่ขยันอ่านหนังสือ หรือโรงเรียนประถมมีครูที่ไม่สอนไม่ดี - จากการไปสังเกตลูกในชั้นเรียน และตอนนี้เปลี่ยนโรงเรียนก็ดีขึ้น แต่ลูกไม่มั่นใจและสอบวิชาที่ต้องคิดไม่ดีนัก]
ดร.ป๊อป: [ลองให้น้อง จ. หลับตาเลือกภาพบัตรคำมา 5 ใบ แล้วคิดว่าจะเล่าเรื่องให้น้าป๊อปฟังได้อย่างไร ตอนแรกน้อง จ.ก็บอกว่าเล่าได้โดยไม่รอคิดก่อน แต่มันเร็วเกินไป จึงให้กำหนดเวลาเขียนสิ่งที่คิดบนกระดาษเริ่มจาก 5 นาที จากนั้นน้อง จ. เล่าเรื่องแต่ขาดข้อมูลไป 1 ภาพบัตรคำ และสั้นเพียง 3 บรรทัด จึงให้เขียนเรื่องยาวมากกว่า 3 บรรทัด ใน 3 นาที]
กรณีศึกษา จ.: [ทำได้ถึง 7 บรรทัดและเรื่องราวสอดคล้องกันดีมาก]
ดร.ป๊อป: [ลองให้น้อง จ. ฟังเรื่องราวที่น้าป๊อปจะเล่า พร้อมระบายสีรูปทรงที่อยู่ในเรื่องที่น้าป๊อปเล่า] ...มีเด็กน้อยเดินเข้าเขาวงกต แล้วเจอลูกบอลวงกลม มองๆ ไปเป็นวงกลมต่อกัน 6 วง แล้วเดินไปเรื่อยๆ ก็เจอเส้นทางเป็นรูปสามเหลี่ยม มองๆ ไปเป็นสามเหลี่ยมที่ต่อกันภายในสี่เหลี่ยมจัตุรัส จากนั้นถามว่ามีรูปทรงใดบ้าง
กรณีศึกษา จ.: [ระบายสีวงกลม 1 วง วงกลมติดกัน 6 วง สามเหลี่ยม 1 รูป และสามเหลี่ยมในสื่เหลี่ยมจัตุรัส 1 รูป]
ดร.ป๊อป: ลองฟังใหม่นะ...[เล่าตามเรื่องราวข้างต้น]
กรณีศึกษา จ.: [แก้ไขได้ถูกต้องคือ วงกลมติดกัน 6 วง และสามเหลี่ยมในสื่เหลี่ยมจัตุรัส 1 รูป]
ดร.ป๊อป: เก่งมากครับ สุดท้ายลองฝึกความไวในการเขียนตามแบบ [ลากเส้นต่อจุดในทิศทางต่างๆ สีชมพูในกระดาษแผ่นหนึ่งอย่างรวดเร็ว แล้วให้น้อง จ. ลากเส้นตามด้วยสีแดงในกระดาษอีกแผ่นหนึ่ง แล้วให้น้อง จ. ได้ลองวาดเส้นอีกสีน้ำเงินด้วยความภาคภูมิใจในตนเองลงเพิ่มเติมในกระดาษแผ่นของน้อง จ.เอง จากนั้นก็ให้บอกว่าจะจดจำข้อมูลให้วาดอีกแผ่นใหม่ให้เหมือนทุกอย่างบนกระดาษแผ่นของน้อง จ.]
กรณีศึกษา จ.: ขอลอง 7 นาที [ดร.ป๊อป คว่ำหน้ากระดาษต้นแบบ แล้วปล่อยให้น้อง จ. วาดอีกแผ่นใหม่ เมื่อเวลาครบกำหนด ก็ลองให้ดูเปรียบเทียบกับกระดาษต้นแบบเพื่อเพิ่มเติมหรือแก้ไข แล้วให้บอกเวลาอีกครั้งในรอบที่สอง] ขอลอง 5 นาที
ดร.ป๊อป: จำได้ดีมากครับ ผิดแค่ 2 ใน 12 รูป เอาหละน้าป๊อปจะให้เวลาน้อง จ. ทบทวนว่าเราได้ทำกิจกรรมอะไรบ้าง แล้วผลเป็นอย่างไร ให้เวลา 5 นาที แล้วจะให้นำเสนอให้คุณพ่อคุณแม่ฟัง/ดู
กรณีศึกษา จ.: อธิบายได้ทุกขั้นตอนข้างต้น แต่ต้องคอยชี้นำเพียงเล็กน้อยในแง่เนื้อหานามธรรม เช่น ความหมายของรูปทรงและรูปวาดที่ผิด เป็นต้น จากนั้นกระตุ้นสอนผู้ปกครองให้เรียนรู้ "จิตศึกษา (Psychoeducation)" ได้แก่
- สร้างคำถามปลายเปิดให้ลูกแสดงความรู้สึก เช่น วันนี้ลูกเรียนอะไรบ้างที่มีความสุข โดยไม่ซัก ไม่ดุ ไม่ส่งการ ไม่ตำหนิ
- ชี้นำให้ลูกเขียนเป็นข้อๆ บนกระดาษในสิ่งที่ได้ตอบพ่อแม่ในข้อ 1. ไม่เกิน 5 ข้อ
- กระตุ้นถามให้ลูกเป็นคนสอนพ่อแม่ แล้วกอดชมเชยด้วยความรัก
และแล้วดร.ป๊อป ก็ได้ใช้ความรู้ทางกิจกรรมบำบัดในการประเมินกรณีศึกษา จ. ว่า "น้องไม่มีโอกาสได้แสดงความสามารถจากการจดจำที่หลายหลาย - จากการมอง การฟัง และการเคลื่อนไหวสัมผัสร่างกาย - แล้วใช้เวลาทบทวนเพื่อเพิ่มความคิดความเข้าใจ (จดจำและรับรู้ได้ดีอยู่ แต่ไม่มีโอกาสจำมาเพื่อจัดระเบียบข้อมูล) ให้สื่อสารได้ง่ายและมั่นใจมากขึ้น" น้อง จ. ดูเหมือนไม่จำ เพราะไม่มีโอกาสได้แสดงให้คนอื่นเห็นว่าน้องจำได้จากรูปแบบการเรียนรู้อย่างมีชีวิตชีวา (Active Learning) เช่นไร เช่น การสาธิตตัวอย่าง การทวนคำถามซ้ำ การสร้างคำถามปลายเปิด การสลับตอบด้วยภาษาท่าทางกับภาษาเขียน การพูดเล่าเรื่องจากภาพ เป็นต้น ทำให้ผู้ปกครองและครูคิดว่า น้อง จ. จำไม่ได้ และไม่จำ จริงๆ คือ ไม่มีโอกาสจำ นั่นเอง
ขอบคุณมากครับคุณชยันต์
ดร.ครับ ดูจากลูกชายผม จึงมีความเห็นกลางๆว่า เด็กวัยรุ่นสมัยนี้เรื่อยๆเฉื่อยๆ ตระหนักในคุณค่าตนเองน้อย มีความพยายามน้อย พ่อแม่ต้องพูดเยอะ อบรมบ่อยๆ ก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าที่โรงเรียน เน้นทักษะชีวิต และสอนความรับผิดชอบมากน้อยแค่ไหน เรื่องที่ควรเรียนรู้และจำ กลับเฉบเมย
ขอบคุณมากครับคุณชยันต์
เห็นด้วยครับ เพราะเด็กสมัยนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ชีวิตที่รับผิดชอบน้อยลง จัดอยู่ใน Generation Z-M (Material & Money) ซึ่งแตกต่างกับรุ่นคุณพ่อคุณแม่ ตั้งแต่ Generation X-Y
ดังนั้นกระบวนการเรียนรู้ในบริบทที่บ้าน ควรสอดคล้องกับที่โรงเรียนและชุมชน โดยเน้นการพัฒนาทักษะที่จำเป็นในการเป็นพลเมืองดี (Citizenship) มากกว่าวิชาการครับ