ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม ครม.วันที่ 24 เม.ย. สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ขอความเห็นชอบร่างยุทธศาสตร์แก้ปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมืองทั้งระบบ และขออนุมัติยกเลิกชั้นความลับ เมื่อ ครม. ให้ความเห็นชอบ และขออนุมัติการยกเลิกมติ ครม. เมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2548 เกี่ยวกับยุทธศาสตร์การจัดการปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคล และ มติ ครม. เมื่อวันที่ 2 มี.ค. 2547 เกี่ยวกับยุทธศาสตร์การบริหารแรงงานต่างด้าวทั้งระบบ และให้ความเห็นชอบแนวทางดำเนินการในช่วงเปลี่ยนผ่านเข้าสู่การดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ใหม่
ทั้งนี้ สาระสำคัญของร่างยุทธศาสตร์ดังกล่าวมุ่งเน้นการแก้ปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมืองกว่า 3 ล้านคนที่ตกค้างอยู่ในประเทศไทยเป็นเป้าหมายสำคัญ โดยคำนึงถึงการรักษาความั่นคงของชาติ ควบคู่กับการดูแลสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานในด้านการศึกษา การสาธารณสุข การประกอบอาชีพ การเดินทางและอื่น ๆ อย่างเหมาะสม รวมทั้งป้องกันไม่ให้คนต่างด้าวกลุ่มใหม่อพยพเข้ามาในประเทศอย่างผิดกฎหมาย โดยมียุทธศาสตร์ย่อยรองรับ 4 ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย
- ยุทธศาสตร์การจัดการแก้ปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมืองที่อยู่ในไทย ครอบคลุม 4 กลุ่มเป้าหมายหลัก ได้แก่ กลุ่มที่อพยพเข้ามานานและกลับประเทศต้นทางไม่ได้ 6.8 แสนคน กลุ่มที่มีความจำเป็นทางเศรษฐกิจ คือแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง สัญชาติพม่า ลาว กัมพูชา ไม่ต่ำกว่า 2 ล้านคน กลุ่มที่มีปัญหาความมั่นคงเฉพาะประมาณ 1 แสนคน ได้แก่ ผู้หนีภัยการสู้รบจากพม่า ผู้หลบหนีเข้าเมืองชาวโรฮิงยา ชาวเกาหลีเหนือ และกลุ่มผู้หลบหนีเข้าเมืองอื่น ๆ
- ยุทธศาสตร์การป้องกันการลักลอบหลบหนีเข้ามาใหม่
- ยุทธศาสตร์การเสริมสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน
- ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการ โดยระยะเร่งด่วนต้องตั้งคณะกรรมการอำนวยการบริหารยุทธศาสตร์แก้ปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมืองทั้งระบบ (กอ.ปร.) มีนายกฯ เป็นประธาน
ระยะต่อไป ให้มีการจัดทำนโยบายรองรับการโยกย้ายถิ่นฐานและการเคลื่อนย้ายประชากรทั้งแบบปกติและไม่ปกติภายในประเทศและภูมิภาค รองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเข้าสู่ความเป็นประชาคมอาเซียนอย่างสมบูรณ์ในปี 2558.
(ไทยรัฐ,23-4-2555)
คงต้องทำความเข้าใจในแนวคิดใหม่ของฝ่ายความมั่นคงมังนะคะ จะเหยี่ยวหรือพิราบหนอ