ปัจจุบัน การนำสื่อการเรียนรู้และเทคโนโลยีการสื่อสารการศึกษาเข้ามาช่วยในการจัดการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากจะเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแล้ว ยังช่วยให้วิชาหรือเนื้อหานั้นไม่น่าเบื่อ เป็นการกระตุ้น เร้าความสนใจให้กับผู้เรียน สามารถเข้าใจเนื้อหาได้ดียิ่งขึ้น ถ้าสื่อนั้นเป็นสื่อที่ดี สามารถช่วยให้เกิดการเรียนรู้ได้ ด้วยสาเหตุนี้ ครูได้สนใจการใช้สื่อฯ การศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมให้กับตนเอง โดยที่ส่งผลกับนักเรียนโดยตรงในการเพิ่มผลการเรียน ส่งผลที่ดีต่อตัวครูในการเพิ่มพูนความรู้ พัฒนาวิชาชีพ และส่งผลต่อการเลื่อนวิทยฐานะ เพราะต้องมีการพัฒนานวัตกรรมสื่อการเรียนรู้ในวิชาหรือกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่ตนเองสอน แต่เป็นที่น่าเสียดายเป็นอย่างมาก ที่หน่วยงาน หรือสถานศึกษาไม่ใช้ความรู้ความสามารถของครูผู้ที่มีความรู้ด้านเทคโนโลโลยีการศึกษาหรือผู้ที่ศึกษาต่อและมีใจรักทางด้านเทคโนโลยีการศึกษาให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด คำว่าใช้ประโยชน์อย่างสูงสุด มิได้หมายความว่า สร้างภาระงานอย่างหนักหน่วงมากกว่าบุคลากรคนอื่น จนทำให้เขารู้สึกเหนื่อยล้า ทดท้อ แต่เป็นการดึงเอาศักยภาพที่มีอยู่มาใช้อย่างเต็มกำลังความสามารถ มิใช่เพียงแค่ให้เขาทำทุกอย่างในโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ครูท่านใดก็สามารถทำได้ แต่กลับผลักภาระให้เขาโดยที่มีข้ออ้างว่าเขาคือนักเทคโนฯ เป็นความเข้าใจที่ผิดพลาดเป็นอย่างมาก
ก่อนอื่น ขอทำความเข้าใจก่อนว่า นักเทคโนโลยีการศึกษานั้น ถ้าเราค้นหาว่าเขาต้องมีหน้าที่อย่างไรบ้าง คำตอบที่พบมีมากมาย มีผู้รู้ นักวิชาการหลายท่านให้ความหมาย ทำการวิจัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของบทบาทหน้าที่ จรรยาบรรณนักเทคโนฯ คุณสมบัติ หรือแม้แต่นักเทคโนโลยีการศึกษาในอุดมคติ แต่ดิฉันขอกล่าวถึงเพียงนักเทคโนฯที่ประจำสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเท่านั้น เพราะจะแตกต่างจากหน่วยงานสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่มีศูนย์เทคโนโลยีการศึกษาให้เขาได้ปฏิบัติหน้าที่โดยเฉพาะ
นักเทคโนโลยีการศึกษาในการศึกษาขั้นพื้นฐานยังคือครูผู้สอนคนนหนึ่งที่มีภาระงาน การสอนเช่นเดียวกับครูท่านอื่นๆ เพียงแต่ต้องรับหน้าที่ดูแลเกี่ยวกับสื่อการเรียนรู้และเทคโนโลยีการศึกษาในโรงเรียน ในหน่วยงาน อาจจะอยู่ในรูปแบบของโครงการที่จัดทำขึ้น หรือการจัดทำเป็นศูนย์การเรียนรู้ ศูนย์ทรัพยากร ศูนย์เทคโนโลยีการศึกษาของหน่วยงานนั้นๆเอง หรือรวมอยู่กับห้องสมุด แต่เป็นมุมหนึ่งที่ให้บริการสื่อการเรียนรู้
อย่างไรก็ตามเขาคือ ผู้ดูแล ด้านสื่อการเรียนรู้และเทคโนโลยีการศึกษาให้กับครูในโรงเรียน วิชาต่างๆ ซึ่งนอกจากดูแลสื่อฯ เขาคือผู้ที่สามารถออกแบบการใช้สื่อการเรียนรู้ได้ และเข้าใจวิจัยในชั้นเรียนเกี่ยวกับการพัฒนานวัตกรรมการนำสื่อฯไปใช้ได้ เราควรปรึกษาเขาว่า เราจะออกแบบสื่อของเราอย่างไร ในวิชานี้ เรื่องนี้ อยากทำเป็นสื่อแบบนั้นแบบนี้ดีไหม แต่บ่อยครั้งที่พบปัญหาที่เพื่อนนักเทคโนโลยีการศึกษาด้วยกันและตัวผู้เขียนเองประสบอยู่เป็นประจำ คือ น้องทำไอ้นี่...ไอ้นั่น...ให้พี่หน่อย คอมพิวเตอร์แฮงค์คอมพิวเตอร์รวนก็เรียก ไรท์แผ่นซีดีก็เรียก ทั้งที่เอกคอมพิวเตอร์นั้นได้มีอยู่ในโรงเรียนอยู่แล้ว เขียนแผ่นใสให้หน่อยสิ หลายคนเข้าใจผิด จะไรท์แผ่นสักหนึ่งแผ่น ก็เป็นใครไม่ได้ต้องเป็นนักเทคโนฯอย่างนั้นหรือ และคำพูดที่ผู้เขียนได้ยินด้วยหูของตัวผู้เขียนเอง คือ เขาเรียนมา หลายคนเข้าใจผิด การเรียนเป็นนักเทคโนฯ ผู้สร้าง ผลิต ใช้และพัฒนาสื่อ ไม่ได้ไปนั่งเรียนแบบนั้น เรียนการสร้างสื่อฯ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสื่อแบบใด สิ่งพิมพ์หรือสื่อเทคโนโลยี มิใช่การไปเรียนซ่อมคอมพิวเตอร์ อะไรต่ออะไรแบบนั้น ข้าพเจ้าได้รับเกียรติอย่างมากที่ได้เรียนปริญญาเอก สาขาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา และมีคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิมากมายมาประสิทธิ์ประสาทความรู้ และโชคดีเป็นอย่างมาก ที่ได้เรียนกับ ศ.ดร.หลายท่าน หนึ่งในนั้นคือ ศ.ดร.ชัยยงค์ (ขออนุญาตเอ่ยนามท่านด้วยความเคารพ) ท่านเป็นอาจารย์ผู้ทรงภูมิเป็นอย่างมาก ในวันหนึ่งได้คุยกันเรื่องนี้ในช่วงคั่นเวลาเบรคภาคเช้ากับอาจารย์และเพื่อนนักศึกษาป.เอก ท่านย้ำว่า ทำอย่างไรให้เพื่อนร่วมงานมองเราอย่างนักเทคโนฯ ปรึกษาเราผู้ซึ่งมีความรู้ด้านนี้ มิใช่การมาใช้เราบอกว่าไปเขียนแผ่นใสให้หน่อยสิ ซึ่งหลายหน่วยงานเขาเป็นกันแบบนี้ ทำอย่างให้ถ่ายทอดความรู้และให้พวกเขาใช้สื่อการเรียนรู้กันได้ ให้เกิดประโยชน์ มาปรึกษาเรื่องสื่อการเรียนรู้ การวิจัยนวัตกรรม เป็นคำพูดที่โดนใจข้าพเจ้าเป็นอย่างมาก และยังซาบซึ้งที่อาจารย์เข้าอกเข้าใจ ซึ่งพวกเราประสบปัญหาแบบนั้นจริงๆ
สุดท้ายนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านที่มีเพื่อนเป็นนักเทคโนฯ ผู้บริหารที่มีลูกน้องที่มีความรู้ด้านเทคโนฯ จะสามารถดึงศักยภาพเขาออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด เพื่อเป็นประโยชน์ต่หน่วยงานของท่าน ต่อผู้เรียนอย่างเต็มที่