ลาก่อนนะเมืองไกล หอบหทัยที่ตายด้าน ว่างเปล่าและร้าวราญ อยู่กับการคิดถึงใคร
“โหยหาห่างหาย”
บางคราวก็โหยหา บางเวลาน่าร้องไห้
บางครั้งระหว่างใจ คิดถึงใครเป็นบางคน
ยามค่ำเดินย่ำเท้า มองเห็นเงาข้างถนน
เยาวราชมากผู้คน จีนลาวปนอยู่กลางเมือง
เคว้งคว้างอยู่กลางกรุง จำรัสรุ่งจนฟุ้งเฟื่อง
เลือนรางกลางรุ่งเรือง ยังเปล่าเปลืองเปลื้องอารมณ์
ผู้คนเดินขวักไขว่ มองหาใครจนขื่นขม
เห็นแปลกเหมือนแทรกปม ไม่นิยมการทักทาย
ก้าวย่างอย่างรีบเร่ง เมื่อตนเองมีเป้าหมาย
รีบร้อนมิผ่อนคลาย ต่างหน้าตายเหมือนติดตรึง
เดียวดายไม่เลือกที่ หากว่ามีความคิดถึง
ผูกมัดและรัดรึง จะเศร้าซึ้งจนซมซาน
ลาก่อนนะเมืองไกล หอบหทัยที่ตายด้าน
ว่างเปล่าและร้าวราญ อยู่กับการคิดถึงใคร
บันทึกคืนวันที่ 19 เมย.2555 กลางเมืองเยาวราช

อ่านแล้ว จุกเลย ครับอาจารย์ เสนาะล้ำความหมายครับ
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมครับ
....กับคนที่ไม่รู้จักยังรู้สึกดีกว่า คนที่เคยรัก เคยรู้จัก แล้วเฉยเมยค่ะ "ฉันหอบความคิดถึงมาหา...พบสายตาเธอชาเฉย... ไม่เหมือนดั่งที่เคย....หัวใจเจ้าเอ่ยเงียบงัน.... ไว้พบกันวันหน้า ....เธอยิ้มเย็นชาบอกฉัน... เหมือนไม่รักไม่คิดถึงกัน....หัวใจไหวหวั่นฉันน้อยใจ... ก็แค่ผู้หญิงอ่อนแอ...พ่ายแพ้ทุกข์ร้อนอ่อนไหว... แต่จะเงยหน้าสู้ต่อไป...แม้วันนี้ไม่มีใครให้ผูกพันธ์...
เดียวดาย...จริงอะเปล่า
ขอบคุณสำหรับบทกวีไพเราะที่นำมาฝาก
และแบ่งปันกัน
สวัสดีครับอาจารย์โสภณ
วันนี้ถือโอกาสเข้ามาเยี่ยมชมผลงานของอาจารย์ครับ ดีใจที่ได้อ่าน บทกลอน ของอาจารย์ เดี๋ยวนี้หาอ่านได้ยากครับ อย่าว่าแต่กลอนเลย แม้นกระทั่งภาษาไทยดีๆก็เริ่มหายาก ผมวิตกเป็นอย่างมาก เพราะขณะนี้กำลังเกิดกระแส ประชาคมอาเซียน เลยทำให้หลายๆฝ่าย คิดว่าคนไทยมีจุดอ่อนด้านภาษาต่างชาติ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ จึงทำให้เกิดโครงการที่จะผลักดันให้คนไทยยึดเรื่องการเรียนรู้ภาษาอังกฤษหรือภาษาต่างชาติ เป็นการใหญ่และเห็นเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เพราะจะทำให้คนไทยแข่งขันในเวทีอาเซียนและเวทีโลกได้
ผมพยายามชี้แจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องได้เข้าใจว่า ความจริงไม่ใช่ว่าคนไทยไม่รู้ภาษาอังกฤษ เราเรียนภาษาอังกฤษตั้งแต่อนุบาล การพูดภาษาใดภาษาหนึ่งให้ดีและเข้าใจอยู่ที่การปฎิบัติ เรามีโอกาสใช้ภาษาอังกฤษน้อยหรือไม่มีโอกาสใช้ภาษาในชีวิตจริง จึงทำให้เราไม่กล้าพูด แต่ถ้าเราจำเป็นต้องมีชีวิตอยู่ในวังวนของการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการทำงานและดำรงชีวิต เราก็จะปรับตัวและพัฒนาภาษาอังกฤษได้ด้วยตัวเอง
คนไทยสามารถเรียนรู้ได้เร็ว ขึ้นอยู่ที่แรงจูงใจ ถ้ามีแรงจูงใจที่ดี คนก็มีแรงบันดาลใจในการศึกษาและเรียนรู้ในสิ่งนั้น
สรุปคนไทยที่เก่งภาษาต่างชาติ มีมาก แต่เขาไปทำงานในบริษัทต่างชาติหรือบริษัทใหญ่ๆที่เป็นอินเตอร์ เพราะมีรายได้ที่ดี และสวัสดิการที่ดีกว่าบริษัท SMEsคนไทย ถ้าบริษัท SMEs ยอมจ่ายเงินค่าจ้างที่คุ้มกับความสามารถ ก็จะสร้างแรงจูงใจให้คนปรับตัวหันมาให้ความสำคัญไปเอง
พูดออกนอกเรื่องไปมากแล้ว ขอกลับเข้าประเด็น คือ ผมเกรงว่าคนสมัยใหม่จะไม่เข้าใจภาษาไทย เด็กจบใหม่สมัยนี้ เขียนรายงานไม่ได้ แต่งความ ย่อความไม่เป็น สิ่งนี้สิน่าเป็นห่วง
ผู้บริหารหรือพนักงานบริษัทใหญ่ๆ หรือแม้นกระทั่งเด็กจบใหม่ นักวิชาการ ที่ใช้มือถือ หรือ ใช้ e-mail ในการสื่อสาร ต่างใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร สาเหตุเพราะ พิมพ์ภาษาไทย ยากกว่าพิมพ์ภาษาอังกฤษ ใช่ครับการใช้ภาษาอยู่ที่ความถี่ในการปฎิบัติ ถ้าไม่ค่อยได้ใช้ภาษานั้น ก็จะไม่มีการพัฒนา นี่คือปัญหาใหญ่ ต้องยอมรับว่าภาษาอังกฤษถือเป็นภาษากลางในการสื่อสารมากที่สุด ในปัจจุบันการติดต่อต่างชาติ ต้องใช้ภาษาอังกฤษ แต่ถ้าเราต้องการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก และไม่ใช้ภาษาไทยในการสื่อสาร อะไรจะเกิดขึ้น และเราจะไปโทษเด็กรุ่นใหม่ได้อย่างไร ที่ไม่ให้ความสนใจกับวัฒนธรรม และภาษา ของเราเอง
สำหรับผมจึงยึดเป็นหลักดังนี้ 1.ถ้าสื่อสารกับคนไทย ผมจะใช้ภาษาไทย ตลอด ถึงแม้นเขาจะสื่อสารถึงผมเป็นภาษาอังกฤษ ผมก็จะตอบเขาเป็นภาษาไทย หลายๆคน ละอายใจจึง ขอโทษผมที่เขายังใช้ภาษาอังกฤษอยู่เพราะเขาพิมพ์ภาษาไทยไม่ได้ เพราะต้องใช้เวลานานมาก หรือ ไม่มีแป้นภาษาไทย แต่เมื่อติดต่อกันนานๆ เขาก็จะค่อยๆสื่อสารเป็นภาษาไทยกับผม (อาจให้ลูกน้องพิมพ์ให้ หรือเขาเริ่มพัฒนาด้วยตัวเขาเอง) 2.ถ้าสื่อสารกับต่างชาติ ผมจำเป็นต้องใช้ภาษาอังกฤษ
ก็ต้องยอมรับว่าไม่มีอะไรที่มีแต่ได้ ต้องมีทั้งได้และเสีย เมื่อก่อนสมัยที่ผมยังทำงานบริหารโรงแรม ผมต้องติดต่อต่างชาติเป็นประจำ จึงทำให้ผมใช้ภาษาอังกฤษ (ทั้งเขียน อ่าน และ พูด ) แต่เมื่อผมลาออกจากงานอาชีพ จึงทำให้การติดต่อสื่อสารกับต่างชาติน้อยลง ดังนั้นวิธีดำเนินการของผม จึงทำให้การใช้ภาษาอังกฤษผมน้อยลง นานๆใช้ที ก็จะทำให้ภาษาอังกฤษขาดการพัฒนา นานๆนำมาใช้ ก็จะติดขัดและไม่ลื่น
ถ้าอาจารย์ว่างๆช่วยแต่งกลอนให้ "ศูนย์บูรณาการพัฒนามนุษย์" ด้วยครับ ผมจะนำไปลงไว้ในเวปไซด์ของ ศูนย์ ฯ ซึ่งกำลังดำเนินการจดทะเบียนเป็นมูลนิธิ www.thaiihdc.org
นับถือ
ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท
แล้วคิดถึงใครอ่ะ....... เพราะมากค่ะ แต่งเก่งจริงๆ
เรียน
ครับ
ขอบคุณที่แวะมาส่งเสริมภาษาไทย
ส่งเสริมกำลังใจ โดยแท้แล้วผมเป็นครูภาษาอังกฤษ
แต่ชอบภาษาไทย วรรณคดีไทย
ใช้เขียนกวีเล่นเพื่อความบันเทิงเริงใจครับ
ด้วยความยินดีรับ
เดี๋ยวจะลองหาข้อมูลของศูนย์ที่ว่านี้อีกสักหน่อย
ขอบคุณที่แวะเวียนมา
ให้กำลังใจซึ่งกันและกันนะครับ
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยือน
ขอบคุณที่แวะมาให้กำลังใจ
สวัสดีครับ คิดถึงอาจารย์เสมอ แต่ลืมเลยทีเดียว สงกรานต์ลืมมาขอพรลืมมากราบอาจารย์ ก็ถือโอกาสนี้นะครับ ขอให้อาจารย์ มีอายุยืนนานสุขภาพแข็งแรงนะครับ คิดถึงอาจารย์เสมอ อาจารย์รณภูมิ
มาชม
ไม่ได้เที่ยวชมเมืองบางกอกนานแล้วละ...