ต่อไปนี้จะนำตัวอย่าง คำถามสืบค้น เรื่องตลาดชุมชน ที่คิดเขียนขึ้นมา สำหรับคำว่าปู่ย่านั้น ผู้ถามสามารถเปลี่ยนคำๆ นี้ได้ตามวัยของผู้ที่จะตอบ เช่น คุณพี่ คุณป้า คุณป้า คุณอา เพื่อความเหมาะสม
|
คำถามนำ ของผู้สอน |
คำถามที่ผู้เรียนคิดถาม |
เราจะตั้งคำถามอย่างไรจึงจะรู้ว่าสมัย (คุณปู่ คุณย่า) ยังเป็นอยู่กันอย่างไร |
1. สมัย (คุณปู่ คุณย่า) เล็กๆ อยู่คนในชุมชนนี้มีความเป็นอยู่กันอย่างไร 2. ตอนนั้นคนในชุมชนใช้วิธีการใดเกี่ยวกับอาหารการกิน เช่น พวกพืชผักผลไม้ เนื้อสัตว์ต่างๆ ข้าว ขนม 3. ทำไมคนในชุมชนจึงใช้วิธีการนั้น 4. คุณปู่คุณย่ามีความรู้สึกอย่างไรที่ได้อยู่ในชุมชนสภาพอย่างนั้น 5. ชีวิตของชาวบ้านในชุมชนในสมัยนั้นมีความเป็นอยู่นั้นเป็นอย่างไรบ้าง 6. มีสิ่งใดบ้างที่พอจะบ่งบอกถึงลักษณะสภาพความเป็นอยู่ของผู้คนในชุมชนยุคนั้น สมัยนั้น |
คำถามนำของผู้สอน |
คำถามที่ผู้เรียนคิดถาม |
|
เราจะตั้งคำถามอย่างไรจึงจะเห็นถึงความแตกต่างระหว่างชุมชนในอดีตกับปัจจุบันในเรื่องของความเป็นอยู่ด้านอาหารการกิน
“เราจะเห็นได้ว่า คำถามนำของผู้สอนอย่างนี้นั้นเป็นคำถามใหญ่จนเกินไป ถ้าผู้เรียนไม่ผ่านการเรียนรู้แบบคิดคำถามเชิงวิเคราะห์มาก่อน จะไม่สามารถตั้งคำถามแตกซอยย่อยเชิงวิเคราะห์ได้หลายๆ ข้อ นั่นหมายถึงว่า เมื่อผู้สอนตั้งคำถามใหญ่แล้ว ต้องพยายามตั้งคำถามซอยย่อยให้เล็กลงเป็นการฝึกเทคนิคการคิดตั้งคำถามเชิงวิเคราะห์ให้แก่ผู้เรียนด้วย (ดูตอนต่อไป)” |
1. สภาพความเป็นอยู่ของคนในชุมชนที่มีต่อวิถีชีวิตด้านอาหารการกิน ปัจจุบันนี้มีความแตกต่างจากยุคก่อนๆ อย่างไรบ้าง 2. (คุณปู่ คุณย่า) มีความรู้สึกอย่างไรต่อสภาพชุมชนที่เกี่ยวกับเรื่องอาหารการกินในปัจจุบันนี้ 3. (คุณปู่ คุณย่า) เห็นตลาดในชุมชน ทุกวันนี้มีความรู้สึกอย่างไรบ้าง 4. ทำไมจึงมีความรู้สึกอย่างนั้น 5. ถ้าย้อนกลับไปสู่อดีตได้ (คุณปู่ คุณย่า) จะนำอาหารการกินอะไรในยุคนี้และสภาพชุมชนยุคนี้กลับไปไว้ในอดีตบ้าง ทำไม 6. และในทำนองเดียวกัน ถ้าทำได้คิดว่าจะนำอะไรจากอดีตมาไว้ในชุมชนวันนี้บ้าง ทำไม |
คำถามนำของผู้สอน |
คำถามที่ผู้เรียนคิดถาม |
|
เราจะตั้งคำถามอย่างไรจึงจะรู้ได้ถึงความคิดและความรู้สึกของผู้เกี่ยวข้องกับตลาดชุมชน “(คำถามซอยย่อยรายข้อ) 1. จะถามอย่างไรจึงจะรู้ว่าตลาดชุมชนตั้งขึ้นมาเมื่อไร 2. จะถามอย่างไรจึงจะรู้ว่าใครเป็นคนคิดตั้งตลาดชุมชน 3. จะถามอย่างไรจึงจะรู้ว่าผู้คิดตั้งตลาดชุมชนคิดอย่างไรที่ตั้งตลาดนี้ขึ้นมา 4. จะถามอย่างไรจึงจะรู้ว่าตลาดชุมชนตอนเริ่มแรกมีสภาพอย่างไร ฯลฯ ผู้สอนจะต้องฝึกผู้เรียนให้ตั้งคำถามด้วยคำถามซอยย่อยก่อน แล้วต่อๆ ไปก็ถามนำน้อยๆ ปล่อยให้ผู้เรียนคิดคำถามเอง” |
1. ตลาดชุมชนนี้ตั้งขึ้นเมื่อไร 2. ใครเป็นผู้คิดตั้งตลาดชุมชนนี้ 3. ทราบไหมว่าผู้จัดตั้งตลาดชุมชนนี้ขึ้นมามีความคิดอย่างไร 4. สภาพของตลาดชุมตอนเริ่มแรกจัดตั้งเป็นอย่างไร 5. สภาพของบริเวณตลาดชุมชนก่อนจัดตั้งเดิมเป็นอย่างไร ใครเป็นเจ้าของ 6. สภาพวันนี้ของตลาดชุมชนต่างจากเดิมมากน้อยเพียงไร อย่างไร 7. ทำไมจึงมีความแตกต่างกันขึ้นมาได้ 8. คิดว่าสาเหตุใหญ่ที่ส่งผลให้เกิดสภาพอย่างทุกวันนี้ของตลาดชุมชนคืออะไร อย่างไร ใครน่าจะเป็นต้นเหตุ |
คำถามนำของผู้สอน |
คำถามที่ผู้เรียนคิดถาม |
ทำบ่อย ทำซ้ำ ต่างสถานการณ์จะสนุกต่อการเรียนรู้และรู้เรื่องที่เรียนด้วยความสุข |
9. สภาพของตลาดชุมชนวันนี้ถ้าไม่เป็นอย่างนี้ น่าจะเป็นอย่างไร ทำไม 10. เราจะมีวิธีการใดที่จะทำให้ตลาดชุมชนไม่เป็นไปในรูปแบบนี้ 11. ใครน่าจะเป็นคนเริ่มต้นกระทำอย่างนั้นได้ ทำอย่างไร 12. ถ้าเราคิดจะทำให้ตลาดชุมชนเป็นไปตามความต้องการได้ คิดว่าน่าจะมีปัญหาใดบ้าง ทำไม 13. ปัญหาดังกล่าวนั้น เราพอจะมีวิธีการใดมาแก้ไขได้ 14. คิดว่าผลกระทบของสภาพตลาดชุมชนวันนี้มีอย่างไรบ้าง ใครมีส่วนได้รับผลกระทบนั้นบ้าง 15. ทำอย่างไรจึงจะไม่ให้มีผลกระทบของตลาดชุมชนต่อสิ่งเหล่านั้น |
คำถามนำของผู้สอน |
คำถามที่ผู้เรียนคิดถาม |
|
16. ถ้าตลาดชุมชนไม่สร้างผลกระทบดังกล่าว จะเกิดอะไรขึ้นกับใคร 17. ท่านมีความรู้สึกอย่างไรต่อตลาดชุมชนในวันนี้ |
คำถามเหล่านี้ (ที่เป็นเพียงตัวอย่าง) เมื่อผู้เรียนนำไปสอบถามผู้คนหลากหลายอาชีพ ต่างวัย นำมาร่วมอภิปรายหาข้อสรุปบันทึกไว้ แล้วร่วมกันพิจารณาถึงข้อมูลที่ขาดไป คิดตั้งคำถามใหม่เพิ่มเติมขึ้นมา นำไปถามอีก บางครั้งคำตอบที่ได้มาอาจจะไม่ชัดเจน ไม่ลึกซึ้งพอ ก็สามารถนำไปถามใหม่แบบกรณีศึกษาแบบย้อนกลับเป็นวงกลม
การฝึกตั้งคำถาม ควรเปิดโอกาสให้อิสรภาพแก่ผู้เรียน ผู้สอนอย่านำรูปแบบไปครอบงำความคิดของผู้เรียน “ค่อยสอน ค่อยทำ ค่อยนำทาง จะกระจ่างไปเอง”
การตั้งคำถามนั้นถ้าอยู่ในสถานการณ์จริงจะสามารถตั้งคำถามได้ละเอียด เก็บประเด็นต่างๆ มาตั้งคำถามได้ ครอบคลุมสถานการณ์จริงมากกว่าตัวอย่างที่ตั้งให้ดู ผู้สอนต้องคอยกระตุ้นให้ผู้เรียนตั้งคำถาม ถามผู้คนที่หลากหลาย เช่น คนที่มาซื้อของใหม่ๆ หรือลูกค้าใหม่ ก็จะได้แง่มุมมองอีกด้าน ลูกค้าขาจรก็จะได้แง่มุมมองอีกด้านหนึ่ง ถ้าสามารถสอบถามลูกค้าเก่าและลูกค้าเก่าที่ไม่มาซื้ออีกแล้ว ก็จะได้มุมมองที่ต่างกันออกไปอีกมุมมองหนึ่ง แม่ค้าพ่อค้าก็เช่นกัน ถ้าสามารถถามแม่ค้าพ่อค้าประจำก็จะได้แง่คิดมุมมองอีกอย่างหนึ่ง แม่ค้าพ่อค้าขาจรก็จะได้มุมมองต่างกันไปอีก การได้ความคิดข้อมูลที่หลากหลายจากการตั้งคำถาม จะช่วยให้ผลการวิเคราะห์ข้อมูลใกล้ความเป็นจริงมายิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นตัวอย่างคำถามที่นำเสนอในที่นี้ ไม่ใช่แบบอย่างสำเร็จรูป แต่คำถามที่ดีนั้นจะต้องตั้งขึ้นจากสถานการณ์จริงในเหตุการณ์จริง ซึ่งผู้สอนจะต้องคอยกระตุ้นผู้เรียนให้คิดวิเคราะห์แง่มุมคำถามให้ละเอียด ดั่งเช่น รากไม้มีรากแก้วแลรากแขนงไม่เพียงพอ ต้องมีรากฝอยที่ละเอียดมากๆ จะดูดอาหารไปเลี้ยงลำต้นได้ดี
อ่านเป็นเล่มได้ที่นี่ครับ https://docs.google.com/docume...
ปิดเรียนคราวนี้เวลาผ่านไปเร็วมากค่ะเพราะได้อ่านบทความที่ตรงกับความต้องการ และรอให้เปิดเรียนเพื่อจะนำแนวทางนี้ไปใช้ได้ผลอย่างไรจะแจ้งให้ทราบค่ะ
ขอบคุณครับ ขอให้ครูได้รับความสำเร็จดังที่หวังครับ