ในกลุ่มเตรียมตัวกลับบ้านของผู้ป่วยจิตเวช ข้าพเจ้าในฐานะผู้นำกลุ่มมักใช้คำถามนี้ถามสมาชิกบ่อยๆ มีใครที่คิดว่าตนเองไม่ได้ป่วยเป็นอะไรบ้างไหม หรือ มีไหมที่คิดว่าอาการตนเองไม่ได้หนักหนาอะไรถึงขนาดต้องเข้าโรงพยาบาล สมาชิกส่วนใหญ่จะยกมือขึ้นอย่างพร้อมเพรียง มีบ้างที่ไม่ยกมือซึ่งมักจะเป็นคนที่อาการดี ใกล้จะได้กลับบ้านแล้ว
ถึงคราวต้องเล่านิทานซะแล้ว
ข้าพเจ้าก็จะเริ่มเล่าเรื่องของนางสาวก.ซึ่งมาจากหนังสือของกรมสุขภาพจิต เล่าบ่อยเข้าจนจำได้
พยาบาลมีนิทานมาเล่า จับประเด็นไว้ จะมีคำถามตามมาค่ะ มีอะไรก็ซักถามได้นะคะ
นางสาวก.ถูกนำมาห้องฉุกเฉินในค่ำวันหนึ่ง ท่ามกลางสายฝน แม่เล่าให้หมอฟังว่ารอมานานทีเดียวกว่าจะตัดสินใจพามาหาหมอในวันนี้
ลูกเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยปี 2 เริ่มผิดปกติมาระยะหนึ่ง เลิกเรียนกลับมาชอบขังตัวเองในห้อง ไม่ยอมมารับประทานอาหารคิดว่ามียาพิษผสม มาบอกแม่ไปดูหน้าบ้านบ่อยๆว่ามีคนติดตามมาที่หน้าบ้าน บางวันจะเอาปืนไปยิงเขาต้องคอยห้าม ห้องที่เคยสะอาดก็รกรุงรัง ไม่ยอมอาบน้ำว่ามีคนแอบดูตนในห้องน้ำ ดึกดื่นยังเปิดไฟห้องนอน แอบไปดูก็เห็นรื้อค้นข้าวของในห้องกระจุยกระจาย ไม่ยอมนอน พูดคนเดียว วันนี้เลิกเรียนตากฝนกลับบ้าน แม่ตัดสินใจพามาโรงพยาบาล
แล้วข้าพเจ้าก็ถามถึงอาการผิดปกติที่สมาชิกเห็น สมาชิกช่วยกันตอบ ว่าเห็นอาการหูแว่ว ประสาทหลอน หวาดระแวง ถามถึงโรคคิดว่าเป็นอะไรบอกได้ว่าโรคจิต บางคนบอกว่าผมก็เป็นอาการนี้ ฉันก็เป็น
อยากฟังต่อไหม
สมาชิกฟังนิทานต่อ
เมื่อนางสาวก.นอนในโรงพยาบาลได้2สัปดาห์ ได้รับยารักษา ได้รับการบำบัดทางจิตใจ เข้ากิจกรรมกลุ่มต่อเนื่อง อาการหายไป แพทย์ให้กลับบ้าน
อยู่บ้านแรกๆก็เป็นปกติไปเรียนได้ มาหาหมอตามนัดทุกครั้ง
แรกๆ แม่พามาหาหมอ ต่อมาไม่ว่าง ให้ลูกมาเอง นางสาวก.เลยขาดบ้างมาบ้างได้ยาไม่สม่ำเสมอ ไปเรียนเพื่อนก็ทักว่าอ้วน เดินตัวแข็ง เลยหยุดยาเองแล้วอาการก็กำเริบต้องเข้าโรงพยาบาลอีกรอบ
แม่เริ่มบ่นว่าเพราะผู้ชายคนเดียวแท้ๆ ทำให้เป็นไปได้ถึงเพียงนี้ พ่อกับแม่ซึ่งเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย คาดหวังว่านางสาวก.จะต้องไปต่อเมืองนอกเหมือนพี่ชายซึ่งตอนนี้จบมาทำงานในธนาคาร ที่ลูกป่วยคิดว่าเป็นเพราะอกหัก
ถึงตอนนี้ผู้นำกลุ่มก็จะถามว่าสมาชิกได้อะไรบ้าง
สมาชิกช่วยกันออกความเห็น เขาขาดยาและไม่ได้กำลังใจจากครอบครัว พ่อแม่คาดหวังสูงโรคเลยกำเริบ
แล้วเราจะทำอย่างไรถึงจะไม่กำเริบ
ต้องรับประทานยา
ผู้นำเสริมว่านอกจากยาแล้ว ต้องไม่ใช้สารเสพติด สิ่งที่กระตุ้นโรคกำเริบได้คือความเครียด ปรับตัวกับความเครียดไม่ได้ การใช้สารเสพติด รวมถึงเหล้า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การอดนอน การสื่อสารในครอบครัว
แม้ว่ายาอาจมีผลทำให้ตัวแข็งบ้างแต่ก็มียาแก้ หมอมักให้รับประทานคู่กันไป ปรับยาได้ เรื่องอ้วนคงต้องขยันออกกำลังกาย ควบคุมอาหารไม่ควรใช้วิธีหยุดยา แล้วเราจะอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี
ผู้นำกลุ่มสรุปเรื่องโรคจิตเภทเป็นอย่างไร สาเหตุ อาการ การรักษา การดูแลตนเอง ซักถามสมาชิก ชื่นชมที่ร่วมเข้ากลุ่มด้วยความใส่ใจ มีส่วนร่วมและ มีสมาธิดี
ปิดกลุ่ม
เรื่องเล่าอาจทำให้เขารู้สึกว่าคนอื่นก็ป่วยเหมือนเรา เป็นกลวิธีหนึ่งซึ่งนำมาใช้ในการดูแลผู้ป่วยจิตเวช ทำอย่างไรเขาจะตระหนักรู้ถึงความเจ็บป่วยและร่วมมือในการรักษา ได้รับยาต่อเนื่องและโรคไม่กำเริบ

ขอบคุณมากค่ะคุณพ.แจ่มจำรัส
ขอบคุณอาจารย์ชยันต์ เพชรศรีจันทร์มากค่ะ
เมื่อหลายปีก่อน มีน้องคนหนึ่งป่วย ต้องกินยาประเภทนี้ต่อเนื่อง
จนอาการดีขึ้น เริ่มไม่อยากกินยา เราเลยสนับสนุนว่า
..."ถ้าหยุดยาได้ ไม่มีอาการอะไร หยุดได้ก็ดีนะ
ปรับจิตใจตัวเองแบบไม่ต้องพึ่งยา มันน่าจะได้นะ"
พยาบาลผู้ดูแล รับรู้ถึงผู้สนับสนุน ก็เข้ามาแซวว่า
..."ต่อไป ถ้าเขาเป็นอะไร พี่จะจับเธอไปหาหมอแทน" ^____^
ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ของเรา อาจทำให้ปัญหา ยิ่งเป็นปัญหา ผู้ที่กล้าบอกเราตรงๆ จึงเป็นความจริงใจสูงสุด เพื่อการปรับและแก้ไขให้ถูก...ตรงยิ่งๆขึ้น เกิดเป็นคลื่นเกื้อกูลกันและกันสู่ความเจริญ ผาสุก ร่มเย็นเป็นประโยชน์ร่วมกัน
ขอแอบฝากคุณอุ้ม ที่ตรงนี้ด้วยนะคะ
หากมีสิ่งใด ที่ดิฉันแสดงออกไปแล้วเห็นว่า เสียหาย ไม่ดี ไม่เหมาะ ไม่ควร
ขอความช่วยเหลือ แจ้งทางใดก็ได้ให้สามารถ...รู้ตัว แล้ว"ทำคืน"ได้โดยไวที่สุดนะค่ะ
(โลกส่วนตัวดิฉัน แคบมากๆ)
ขอบคุณมากค่ะ ที่เป็นกำลังใจให้ตลอดมา
สวัสดีค่ะคุณ Tawandin