วันที่ ๑๖ ม.ค. ๕๕ ผมฟังเรื่อง “OECD’s Higher Education to 2030” โดย Dr.Stéphan Vincent-Lancrin, Senior Education Analyst and Project Leader, 
Centre for Educational Research and Innovation (CERI) Directorate for Education, OECD   ในการสัมมนาวิชาการมองอุดมศึกษา ครั้งที่ ๑   จัดโดยสถาบันคลังสมองของชาติ    แล้ว AAR ข้อเรียนรู้ต่อไปนี้

 

          กลุ่มประเทศ OECD มอง HE ในความหมายกว้าง  คือรวมเอา post-secondary education ทั้งหมดไว้ใน HE

 

          การดำรงชีพในอนาคต คนเกือบทั้งหมดต้องการเรียนระดับตติยภูมิ รูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง   ขณะนี้คนในประเทศเหล่านี้ เข้าเรียน HE 100%  ฟินแลนด์ ปอร์ตุเกศ เนเธอร์แลนด์ อิตาลี นอร์เวย์สาธารณรัฐสโลวัก และโปแลนด์

 

          คนในอนาคตต้องการทักษะในการทำงาน และในการดำรงชีวิต ที่เปลี่ยนแปลงไปจากปัจจุบัน

 

          ประเทศที่ค่าใช้จ่ายด้าน HE สูงถึง ๒.๕% GDP คือ สรอ. และ เกาหลี   โดยแนวโน้มของ สรอ.จะเพิ่ม เกาหลีลด  มีประเด็นวิธีมองว่า HE เป็นการลงทุน หรือเป็นค่าใช้จ่าย

 

          ประเด็นการไหลเข้าออกระหว่างประเทศของ นศ.

 

          ๓ แนวโน้มด้านการกำกับดูแล

 

     ๑. International harmonization

     ๒. Diffusion of New Public Management practices

     ๓. Increasing importance of quantitative indicators in system steering   ผมชอบคำ system steering มาก   เป็นคำที่ดีกว่า system regulation ที่เราใช้กันอยู่

 

          ระบบการศึกษาเยอรมัน Fachokschuler Higher Education เข้มแข็ง และมีส่วนส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศ

          การจัดการ HE ของประเทศต้องจัดการภาพรวม HE 5a, 5b, 6 ให้ได้  ประเทศไทยแยกกันระหว่าง สกอ. กับ สอศ.  และเน้นประเมินความรู้มากกว่าประเมินทักษะ   ผมมองว่าเราต้องการเป็นสังคมที่ให้คุณค่าของต่างบทบาทต่อสังคมอย่างเท่าเทียมกัน 

          ๓% ของ นศ. เท่านั้นที่เรียนต่อสู่ ป. เอก  มหาฯ ต้องปรับกิจการให้สนอง นศ. ที่แตกต่างหลากหลาย 

          ประเด็น Mobility ของ นศ. เป้าหมายในอุดมคติคือ mutual understanding  แต่ก็มีเป้าหมายที่ใช้คือ เพื่อรายได้ (Au, NZ, UK, US, มาเลเซีย)  เพื่อดึงสมอง (เยอรมัน ฝรั่งเศส UK, US)  หรือเพื่อสร้างขีดความสามารถของ อศ. ของตน (capacity building : มาเลเซีย สิงคโปร์ฮ่องกง จีน อินโดนีเซีย โอมาน ดูไบ) 

          กกอ./สกอ.ควรเรียนรู้ ๔ scenarios ของ student mobilityข้างบนและกำหนดท่าทีหรือแนวทาง ว่าต้องการเน้น scenario ใด สำหรับประเทศไทย

          ฟังแล้วผมเกิดความคิดเรื่อง internationalization ในแนวของประเทศที่ไม่ยิ่งใหญ่ ไม่ร่ำรวย อย่างประเทศไทย    ควรมีวิธีคิดเรื่อง internationalization ในลักษณะที่เน้นประเด็นที่เป็นเรื่องสำคัญของเรา    และหาเพื่อนร่วมยุทธศาสตร์ การดำเนินการที่เมื่อร่วมมือกัน ต่างก็ได้รับผลประโยชน์เพิ่มขึ้น   ดีกว่าดำเนินการโดดเดี่ยวประเทศเดียว

 

 

วิจารณ์ พานิช

๓๐ มี.ค. ๕๕