การเขียนบันทึกนี้ก็เป็นวิธีการหนึ่งที่ทำให้ครูอ้อยคลายเครียดได้  จากการที่คิดเล็กๆที่จะเขียนออกมาจากความคิดและปฏิบัติ   ครูอ้อยเริ่มจากการถอยหลังไปหนึ่งก้าวทางความคิด   ทบทวนการกระทำ  พร้อมทั้งคำพูดที่ผ่านๆมา  ไม่เพ่งโทษตนเองและผู้อื่น  นำเอาเหตุผลและความจริงมาเป็นที่ตั้ง  จะทำให้ครูอ้อยลดน้อยทิฐิที่มีอยู่ในตัวตนลงไปมาก

หัวใจของครูอ้อยเต้นแรงมากจนคิดว่าผิดปกติเมื่อประสบกับเหตุการณ์คับขัน  เหงื่อออกที่มือมากจนเปียก   ครูอ้อยมีความรู้สึกเล็กๆที่อยากปะทะกับเรื่องนั้นให้หมดสิ้นไปเลย  ไม่ต้องการสานต่ออะไรอีกต่อไป

แต่พอครูอ้อยมานั่งคนเดียวที่หลังบ้าน  หายใจเบาๆๆผ่อนคลาย  หลับตานิ่งไม่ไหวติง  ไม่มอง  ไม่สัมผัสอะไรเพิ่มขึ้นอีก  ไม่เพิ่มดีกรีของความร้อนรน  อะไรที่มาปะทะจนเกิดเหตุก็จะไม่ไปสัมผัสมันอีก

วันนี้ครูอ้อยมาทำงานที่โรงเรียน  ครูอ้อยเลือกงานเบาๆทำก่อน  เช็ดทำความสะอาดกระดานงานที่เขียนไว้   งานที่เสร็จแล้วก็ลบทิ้งไป  ให้มองเห็นงานที่ยังค้างอยู่ลดน้อยลงไป

ครูอ้อยบำรุงจิตด้วยการฟังเพลงเบาๆ  คนเก่าๆลากวิทยุคลาสเซ็ทรุ่นเก่าออกมาฟังเพลงเก่าๆ  พัชรา แวงวรรณ..เสียงแหบๆ เย็นๆๆ  ร้องได้ก็ ฮัมมมม...รักเอยยยย จริงหรือที่ว่า...

นำงานออกมาทีละงาน  เช้านี้ครูอ้อยจะเลือกห่อของขวัญที่มีอยู่  ห่อเอาไว้ให้คนที่ครูอ้อยต้องการจะให้...ต้องการเห็นรอยยิ้มของพวกเขาที่ได้รับ

ส่วนอะไรที่จะให้ใจหมองหม่น  เช่น  โทรศัพท์  ครูอ้อยก็จะไม่ใส่ใจ  วางไว้เฉยๆ  ไม่เคยมีใครโทรมาหา  ครูอ้อยก็ไม่ใส่ใจ  เวลาพัก  ก็ค่อยกดไปสักครั้ง

มีกระจกเงาบานใหญ่ พร้อมตลับแป้ง  ลิบมัน วางไว้  หวีด้วย  นานๆ จะมาส่งกระจกเติมแป้งสักที ทาปากหน่อย...ยิ้มๆๆกับกระจก..คือสวยแจ่มใสทั้งวัน

ด้วยความปราถนาดี 

จาก 

ครูอ้อย แซ่เฮ