แบกรับ..ไม่ไหว..
หลังจากหลายๆวันผ่านไป พวกเด็กๆก็เริ่มบ่นถึงกลิ่นที่ไม่สู้จะดีที่ออกมาจากฝรั่งที่เริ่มเน่า นอกจากนั้นเด็กที่มันฝรั่ง 5 หัว ก็ยิ่งบ่นที่ต้องถือถุงหนักกว่าคนอื่นๆ เมื่อเวลา 1 อาทิตย์สิ้สุดลงพวกเด็กนักเรียนจึงได้รู้สึกปลดปล่อยเพราะเกมได้จบลงแล้ว
คุณครูถามว่า “พวกเธอรู้สึกอย่างไรกับการที่ต้องถือมันฝรั่งติดตัวอยู่ 1 อาทิตย์”พวกเด็กๆจึงระบายความหงุดหงิดไม่พอใจออกมา และบ่นถึงความลำบากที่พวกเขาต้องเจอการที่ต้องถือถุงมันฝรั่งที่ทั้งหนักและส่งกลิ่นเหม็นเน่า
หลังจากนั้นคุณครูจึงอธิบายให้เด็กๆได้ทราบถึงความหมายที่แท้จริงที่ซ่อนอยู่ในเกม คุณครูกล่าวว่า “นี่เป็นเหมือนสถานการณ์จริงๆเมื่อเราต้องแบกเก็บความเกลียดชังผู้อื่นไว้ในใจ มลพิษของความเกลียดชังจะกัดกร่อนใจของเราและติดตัวเราไปทุกที่ที่เราไป ถ้าขนาดที่เรายังทนไม่ได้กับกลิ่นเน่าเหม็นของมันฝรั่งในช่วง 1 อาทิตย์ลองคิดดูว่ามันจะเป็นเช่นไรถ้าเราแบกเก็บความเกลียดชังไว้ตลอดชั่วชีวิต”
ดังนั้นจงโยนทิ้งความเกลียดชังผู้อื่นออกไปจากใจคุณเพื่อที่ว่าคุณจะได้ไม่ต้องแบกรับบาปนี้ไปชั่วชีวิต ให้อภัยผู้อื่น ถือเป็นทัศนคติที่ดีที่สุดที่ควรยึดถือไว้ รักชื่นชมผู้อื่น แม้ว่าคุณจะไม่ชอบพอพวกเขา การรักชอบที่แท้จริงนั้นไม่ใช่การรักชอบคนที่สมบูรณ์แบบ ยิ่งกว่าสมบูรณ์แบบ แต่เป็นการรักชอบชื่นชมบุคคลที่ไม่สมบูรณ์แบบให้สมบูรณ์มากๆ
แล้วคุณล่ะ...ทำอย่างไร...
ข้อคิดดีมีไว้พึ่งปฏิบัติมิใช่มีไว้เพื่อบันทึกเพียงอย่างเดียว