อันอ้อยตาลหวานลิ้นแล้วสิ้นซาก
แต่ลมปากหวานหูไม่รู้หาย... (ของท่านภู่)
อันชะอมขมลิ้นแล้วสิ้นไป
แต่ขมใจเพราะลมปากยากจะลืม (ของท่านพระเอง)
อันหวานขม เพราะอารมณ์ ถูกปรุงแต่ง
ให้แสดง บทบาทไป ถูกไสหัว
ด้วยตัณหา ผู้กำกับ จอมเมามัว
เห็นธรรมทั่ว พ้นขมหวาน สำราญเอย
เห็นธรรมทั่ว พ้นหวานขม บรมสุขเอย
...พระสติสัมปันโน
วัดป่านางเหริญ ต. นางเหริญ อ.ปักธงชัย จ. นครรราชสีมา พศ. ๒๕๔๒
เผอิญครูภู่ กับผม เกิด ๒๖ มิย. เหมือนกัน แต่ห่างกันเกินร้อยปี
"อันอ้อยตาลหวานลิ้นก็สิ้นซาก แต่ลมปากหวานหูมิรู้หาย(สุนภู่)
อันกัญชาสักบ้องต้องตาลาย มองเห็นควายเป็นกุญชรให้อ่อ่นใจ(สุนทรพัง)
"อันเขาสูงวัดได้ด้วยไม้ฟุต พระสมุทรสุดลึกพอศึกษา (สุนทรภู่)
เห็นแม่เล้าควรตามถามราคา แล้วกินยา กันไว้ปลอดภัยดี(สุนทรพัง)
มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท อย่าให้ขาดสิ่งของต้องประสงค์ (สุนภู่)
หากมีร้อยค่อยจ่ายให้บรรจง ชวนกันก๊งเหล้าโรงแม่โขงไทย(สุนทรพัง)...... เมื่อสุภาษิต ปะทะสุพาเสือก สุนทรภู่ เจอสุนทรพัง
สนุกๆกับวันสงกรานต์ วันปีใหม่ไทย ไม่ต้องออกจากบ้าน ก็สุขสนุกได้
โหฟังท่าน สุนพัง แล้วนั่งขำ เอามือกำ กุมพวง มะเขือเผา แก่ปานนี้ พอกัน เลยนะเรา ต้องนั่งเฝ้า คีบอร์ด หมดกอดเอย
...สุขสันต์วันสงกรานต์ครับ ท่านวอญ่า (หน้าตาเฉย ที่ไม่เชยหรอกนะสิบ่อกไห่)
โหฟังท่าน สุนพัง แล้วนั่งขำ
เอามือกำ กุมพวง มะเขือเผา
แก่ปานนี้ พอกัน เลยนะเรา
ต้องนั่งเฝ้า คีบอร์ด หมดกอดเอย
...สุขสันต์วันสงกรานต์ครับ ท่านวอญ่า (หน้าตาเฉย ที่ไม่เชยหรอกนะสิบ่อกไห่)
ได้อ่านกลอน สุนพัง แล้วนั่งขำ
เอามือกำ กุมพวง มะเขือเผา
แก่ปานนี้ พอกัน เลยนะเรา
ต้องนั่งเฝ้า คีบอร์ด หมดกอดเอย
...สุขสันต์วันสงกรานต์ครับ ท่านวอญ่า (หน้าตาเฉย ที่ไม่เชยหรอกนะสิบ่อกไห่)
แอบดูท่าน สว. (สูงวัย) เขาต่อกลอนกัน เข้าท่า
...........แก่ปานนี้ พอกัน เลยนะเรา
ต้องนั่งเฝ้า คีบอร์ด หมดกอดเอย............
.......... ไม่มีอกกอด ก็กอดอก ไปก่อนนะอาจารย์..........