วันที่ ๑๔ มี.ค. ๕๕ ผมไปร่วมการสัมมนาทางวิชาการ ของสถาบันคลังสมองฯ ชุดการบริหารจัดการอุดมศึกษา เรื่อง มองอนาคตอุดมศึกษา : OECD’s Higher Education to 2030 และอุดมศึกษาไทย 2025
ทำให้ตระหนักว่า สมัยปัจจุบัน โลกเปลี่ยนเร็วเหลือเกิน ระบบต่างๆ ของประเทศไทยตามไม่ทัน เกิดสภาพล้าสมัย ตกยุค ที่รุนแรงที่สุดคือสถาบันสำคัญๆ ของชาติ เช่นด้านการเมือง การศึกษา
ประเทศที่เจริญแล้วเขาก็ตกอยู่ใต้แรงกดดันเดียวกัน แต่เขาพยายามหาเครื่องมือรับมือต่อความท้าทายนี้ ความท้าทายที่จะต้องเปลี่ยนสังคมอย่างรอบคอบ อย่างที่คนในสังคมได้รับรู้ เตรียมตัวล่วงหน้า
เครื่องมืออย่างหนึ่งสำหรับช่วยให้สังคมมองอนาคต อย่างมีหลักการ คือ Foresightที่อ่านหลักการ ได้ที่นี่
ผมมีความรู้เรื่อง Foresight (การมองอนาคต)แบบงูๆ ปลาๆ คือเข้าใจว่า ไม่ใช่การทายอนาคต แต่เป็นเครื่องมือ ทำความเข้าใจอนาคตร่วมกัน เพื่อหาทางป้องกันปัจจัยลบ เพิ่มพลังของปัจจัยบวก คือหลักการของ Foresight เน้นให้ทำนายผิด ไม่ใช่เพื่อทำนายแม่น เพื่อให้สังคมเดินสู่ทิศทางที่ดีที่เหมาะสม
จุดสำคัญคือ นำเอาสาระและกระบวนการนี้ออกสื่อสารสาธารณะ เพื่อให้คนทั้งสังคม หรืออย่างน้อย ทั้งวงการนั้น ตื่นตัว เตรียมพร้อม ที่จะรับมือการเปลี่ยนแปลง ที่หนีไม่พ้น ดังในการประชุมเมื่อวันที่ ๑๔ มี.ค. ๕๕ ก็เพื่อกระตุ้นให้วงการอุดมศึกษาไม่ประมาท มีการปรับตัวอย่างถูกต้องเหมาะสม เพื่อการดำรงอยู่ อย่างมีคุณค่า ในอนาคต
ผมได้รับเชิญให้เป็นผู้เปิดประเด็น “มุมมองอนาคตอุดมศึกษาไทย” ผมถือโอกาสกระชากใจผู้เข้า ร่วมสัมมนา ด้วยคำทำนายของหมอดู (ไม่ใช่ forecast แต่เป็น fortune telling) ว่าในช่วงเวลา ๑๐ - ๒๐ ปีข้างหน้าจะมีสถาบันอุดมศึกษาไทยจำนวนหนึ่งประสบหายนะ สถาบันเหล่านั้นมีลักษณะดังต่อไปนี้
- มุ่งทำมาหากินกับสังคมฐานานุภาพ ใช้หลัก “จ่ายครบ จบแน่”
- ดำรงอยู่เพื่อผลประโยชน์ของคนในมหาวิทยาลัยเป็นหลัก ไม่คำนึงถึงประโยชน์และโทษต่อสังคมเท่าที่ควร
- มุ่งไต่บันได คาร์เนกี
- มีพฤติกรรม ไร้จริยธรรม
- ยึดมั่นอยู่กับการศึกษาแห่งศตวรรษที่ ๒๐ (http://learning.thaissf.org/document/media/media_396.pdf)
ชม narrated ppt เรื่องมุมมองอนาคตอุดมศึกษาไทยได้ที่นี่
วิจารณ์ พานิช
๑๔ มี.ค. ๕๕