ต้นแบบคลินิกเด็กดีคุณภาพมาจากอเมริกา มีจุดประสงค์เพื่อคัดกรองและเฝ้าระวังโรค,ป้องกันโรคและส่งเสริมสุขภาพ

   

1. การซักประวัติ เช่น ปัญหาการเลี้ยงดู พฤติกรรมเด็ก สุขภาพเด็ก การปรับตัวของสมาชิกครอบครัว (พี่อิจฉาน้อง)  

2. การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่กับเด็ก

3. การเฝ้าระวังพัฒนาการ(พ่อแม่ใช้สมุดสุขภาพ)  และคัดกรองด้วยเครื่องมือที่มีมาตรฐาน (อนามัย 49 กำลังพัฒนาให้ครบ 4 ด้านและใช้งานได้ง่ายเป็นอนามัย 55ตามข้อมูลที่พวกเราได้ประเมินผลการใช้งานกลับไปที่กรมอนามัย)

4. การตรวจร่างกายเพิ่มเติม เช่น

- คลำกระหม่อม

- การฟังหัวใจ 

- ตรวจอวัยวะเพศ  

- การตรวจตา ด้วยการใช้ไฟฉายส่องตา อาจเจอเด็กตาขุ่นขาว ซึ่งเด็กพวกนี้ถ้าได้รับการรักษาก็หายได้ปกติ  บางคนก็เป็นจาก tumor ในตาก็มี  ตาเหล่ตาเขไม่แก้ไข 2 ปีตาบอดเลย 

- การตรวจความดัน และการตรวจปัสสาวะ เพราะพบว่าในเด็ก 4 ปีอาจมี asymtomatic bacterialuria และจะมีผลต่อไตภายหลัง  ส่งผลให้มีความดันสูงได้  อาจทำที่ศูนย์เด็กเล็กก็ได้

- การตรวจภาวะซีด พบว่าเด็กอายุ 9  เดือนมีภาวะซีดถึง 40 % เด็กที่ขาดธาตุเหล็กนานๆ มี IQ ต่ำถึง 13 จุด ซึ่งแก้ไขง่ายมาก แค่ให้กินยาน้ำเสริมธาตุเหล็กตั้งแต่ 6 เดือน -3 ปี 1 ช้อนทุกสัปดาห์ (รวม 10 ขวด เป็นเงิน 260 บาท/สมอง)

-  คัดกรองความฉลาดทางอารมณ์ในเด็ก 3 ปี

- เด็ก 4  ปีควรได้รับการตรวจสายตา  (อาจารย์แนะนำให้ขอเครื่องมือการตรวจตาจากรพ.รัตนินทร์ แทน E-chart จะเหมาะกับเด็กกว่า เด็กชอบเพราะเป็นรูปต่างๆ)

5. การประเมินภาวะโภชนาการ   ตรวจ BMI เมื่ออายุ 2 ปี

ปัจจัยเสี่ยงอันหนึ่งของเด็กมีพัฒนาการล่าช้ามาจาก เด็กเตี้ย  เนื่องจากเด็กพวกนี้มีภาวะ malnutrition เรื้อรัง มีผลกระทบต่อเซลล์สมอง IQ ต่ำ

6. การให้วัคซีน

7. การให้คำแนะนำล่วงหน้า  เช่น เรื่องรถหัดเดิน  ถ้าไม่บอกไว้ล่วงหน้า ก็จะเจอว่าซื้อมารอแล้ว (ทำไมถึงไม่ให้ใช้ ?? ..เพราะเกิดอุบัติเหตุง่ายที่สุด เจอทางต่างระดับก็คว่ำเลย หัวกระแทก และรถหัดเดินไม่ได้ช่วยให้เด็กเดิน แต่กลับทำให้เด็กเดินขาเขย่ง แล้วใช้ไม่เท่าไหร่เด็กก็ปีนแล้ว เลิกใช้  บางประเทศไม่ให้นำเข้ารถหัดเดินเข้าประเทศเลย เพราะเป็นอุปกรณ์ที่เสี่ยงอันตรายต่อเด็ก)