วันที่ 8-9 เมษายน 2555 ณ บ้านพักแห่งหนึ่ง...ริมชายหาดแม่พิมพ์ จังหวัดระยอง

ทิมดาบ-ลูกชาย รบเร้าให้ผมและแม่ของเขา... พาไปเที่ยวทะเล

ตามประสาเด็กอีสานส่วนใหญ่ที่อยากไปทะเล

บ้านพักอยู่ใกล้กับชายหาดมากครับ

ตอนบ่าย ๆ น้ำทะเลจะมีสีเขียวมรกต..เมื่อคลื่นกระทบกับแสงแดดสีเหมือนกับปีกแมลงทับ

ตอนเช้า ๆ และตอนพลบค่ำ น้ำทะเลจะมีสีฟ้าไล่ความเข้มข้นถึงสีครามน้ำเงิน

 

ครอบครัวของเราเป็น "นักชมจันทร์" ครับ

ถึงรู้ว่า... ทีนี้...พระจันทร์จะออกมาให้ชมก่อนที่บ้านของเรา

เพราะที่บ้านของเราภูเขาและต้นไม้ไม้ใหญ่จะบดบังให้เราเห็นพระจันทร์ในเวลาช้ากว่าที่นี้

 

สุดขอบฟ้าทะเลโพ้นอยู่ไหนนะ ?

คำถามของพวกเราที่ไม่อยากได้คำตอบมากนัก

เพราะโลกของเรากลม...สายตาของเรามองได้เฉพาะระนาบที่เห็น

ไม่สามารถมองทะลุถึงขอบเว้าของเส้นวงกลมได้

ถ้าหากเป็นยุคเมื่อสมัยแสนล้านปี...ที่คนส่วนใหญ่เชื่อว่า

โลกยังแบนอยู่...คงทำให้เมื่อเรามองไปยังเส้นขอบทะเล

คงต้องเสียวไส้ทุกครั้ง...เพราะเราอาจจะตกลงไปตามเส้นขอบฟ้าเวิ้งทะเลก็ได้

 

 

 

 

ปีนี้ทิมดาบจะขึ้นปอสามแล้ว...เขาโตและสูงขึ้นมาก

เพิ่งสังเกตจากกางเกงว่ายน้ำที่เริ่มคับขึ้น...

แต่เขาก็ยังเป็นเด็ก...มองโลกสดใส...ชอบฟังเรื่องราวที่ผมเล่าให้ผม

และชอบมานั่งให้ผมกอดตอนเล่าเรื่องไปด้วย

จนผมอยากขอให้ได้กอดเขาไปอย่างนี้ตลอดไป

 

 

 

 

นอกจากชมจันทร์-เดินริมหาด-ถ้ำมองดูนก-เล่นน้ำทะเล..แล้ว

มีสิ่งหนึ่งที่ที่พักแห่งนี้ทำให้เราประทับใจ คือ

ต้นไม้ และดอกไม้สวยมาก...เพราะพวกเราชอบต้นไม้

แต่ชอบมากอย่างไรก็ตาม...จะพยายามอย่างมาก

ที่จะไม่เด็ดใบไม้ และดอกไม้

เพราะเป็นการเอาเปรียบคนอื่นที่เขาควรมีโอกาสชื่นชมกับความงามนั้นด้วย

 

พวกเราได้สำรวจพรรณไม้ในบริเวณที่พัก

ซึ่งเขาจัดทำป้ายบอกชื่อเสียงเรียงนามไว้อย่างดี

ทิมดาบ-ชอบต้นไมยราพ...ชอบแกล้งมันให้มันหุบ ๆ

ผม-ชอบต้นและพุ่มดอกเล็ก ๆ สีแสดจ้าของต้นหางนกยูงขนาดเล็ก เพราะคิดถึงสมัยก่อนที่โรงเรียนประถมของผม จะปลูกเป็นรั้วรอบโรงเรียน

คุณแม่ของทิมดาบ-ชอบดอกราตรีตามชื่อตนเอง

 

และผมได้ลงรูปเท่าที่มีในกล้องถ่ายรูปของผม

มีบางอย่างที่เรารู้แล้ว

และหลายอย่างที่เราไม่รู้

บางอย่างที่เราไม่รู้ก็ต้องเรียนรู้เพิ่มเติม

แต่ถ้าบางอย่างที่เราไม่มีโอกาสได้เรียนรู้

ผมก็จะเป็นไว้ในความฝันและจินตนาการครับ