เซี่ยงไฮ้ = เชียงราย ?
นิสัยเสียอย่างหนึ่งของผมคือชอบฟื้นฝอยหาตะเข็บ ชอบตีความชื่อเมือง สถานที่ ในแนวทางแปลกๆ
ตีไปตีมาก็ได้เรื่องชวนทะเลาะหลายเรื่อง เช่น
-ละโว้ อาจไม่ใช่คำมอญที่มาจาก " ลูโว" (ที่แปลว่าภูเขา) ดังที่นักวิชาการไทยเชื่อกันมา 50 ปี ตามการชี้นำของ จิตร ภูมิศักดิ์ แต่ผมมาเสนอใหม่ว่า น่ามาจากการสมาส ระหว่าง ละวะ + อุทัย = ลโวทัย
-เชียงราย มาจาก เชียงรายา = เมืองของพระราชา
-ชัยนาท = (ศรี) จนาศ (เมืองโบราณที่นักวิชการคิดกันว่า คือ เมืองเสมา หรือ ศรีเทพ)
-สมโบร์ไพรกุก = ส(ยา)มบุรี โดย โบร์ มาจากบุรี ไม่ต่างอะไรกับ สิงคโปร์ มาจาก สิงห์บุรี
วันนี้ขอย้ายวิก เดินสายเหนือ ไปถึงจีนบ้าง
คำว่า เซี่ยงไฮ้ นั้น อาจเป็นคำไตโบราณ มาจาก เชียงไห เชียงฮาย เชียงราย ก็เป็นได้นะ เพราะดินแดนพวกนี้มีหลักฐานว่าเป็นดินแดนเก่าของคนเผ่าไต (อีกทั้งคนจีนออกเสียง ช เป็น ซ ไปหมด ส่วนลาวก็ออกเสียง ร เป็น ฮ ไปหมด)
เชียงราย-->เซียงฮาย-->เซี่ยงไฮ้ ....ไม่ใช่เรื่องที่จะเป็นไปไม่ได้
อ่านลิงค์ข้างล่างนี้แล้วขนลุก เพราะจีนว่า คนจีนแคะ คือคนไต
http://province.m-culture.go.th/ranong/html/83Nation1.html
เผอิญเตี่ยผมเป็นจีนแคะ เลยพอนับเลขแคะเป็นกะเขาด้วย หนึ่งถึงสิบนับว่า...งิด หงี่ ซัม สี่ อึ้ม ดุก ขิด ปัด เก้า ซิบ (พวกกวางตุ้ง ก็ออกเสียงประมาณนี้แหละ แต่จิ๋วก็ไม่ต่างกันมาก เช่น เจ๊ก หนอ ซา สี่ โหงว ลัก ฉิก โป้ย เก้า จั๊บ)
คำว่า หงี่ ก็คือ ยี่ ของเราไงล่ะ
ซัม ก็ สาม
สี่ ...ไม่ต้องอธิบาย
อึ้ม ...ไม่ค่อยคล้าย แต่ เสียงวรรณยุกต์ก็ยังอุตส่าห์ตรงกัน
ดุก หก เสียงวรรณยุกต์และแม่สะกดตรงกัน
ขิด (เจ็ด) เสียงวรรณยุกต์และแม่สะกดตรงกัน
ปัด เก้า ซิบ ...ไม่ต้องอธิบาย
เผอิญ สมัยเด็กๆ เคยอ่านงานของพระยาอนุมานราชธน ท่านก็ว่า ภาษาไทยกับภาษาแคะเหมือนกันมากอย่างเหลือเชื่อ เช่น ไทยว่า แต่งงาน แคะว่า ตุ้งหงิน
สมัยอยู่เมกา เคยถามเพื่อนจีนว่า กวาง แปลว่าอะไร เช่น กวางโจว กวางตุ้ง กวางไส เพื่อว่าแปลว่าบริเวณ “กว้าง” เราก็เลยถึงบางอ้อว่า มันก็ กว้าง และหรือ แขวง ของเรานี่กระมัง กวางตุ้งก็คือ “แขวงทุ่ง”
คุนหมิง = ขุนมิ่ง....อันนี้น่าสนุก เพราะเมืองนี้อยู่ในยูนนาน ซึ่งเป็นแดนไตลื้อมานาน
อ๊ะ ๆ .....อย่าเพิ่งหัวเราะเยาะ ..ขนาด “เชียงรุ่ง “ นั้นจีนเขายังเรียกเป็น “จิงฮอง” ได้เลย ส่วนแม่น้ำ “ล้านช้าง “ (ต้นแม่น้ำโขง ที่ผ่านเชียงรุ่ง" ) ก็กลายเป็น “ลันคัง” ไปแล้ว ...คนไทยส่วนใหญ่ไม่เคยสังเกตหรอก แต่ผมสังเกตมานานแต่สมัยเป็นเด็กหนุ่มอมมือ อายุ ๒๐
ส่วนในเวียตนามเหนือ เมือง ลังซัน ก็อาจคือ “หลังสัน” (เมืองนี้คนไตเยอะมาก)
เมือง “เกาบัง” ก็อาจคือ “เขาบัง”
ยังเมือง “เจ้าเชิญหล้า” หรือ ที่เพี้ยนมาเป็น “เจาสอนลา" ในวันนี้ ดังที่เพลง "ไทยดำรำพัน" ก็ร้องไว้ว่า ต้องอพยพหนีภัยจาก เมืองเคาเพ แสนเสียดาย ....“สู่” “ เจ้าเซินหล่า” ซึ่งวันนี้คนไทยร้องเพลงนี้กันแบบชุ่ยๆในหลายแบบ เช่น ว่า
---- “สูเจ้าเพิ่นว่า” ...(เออ...เขาก็ว่ากันยังงั้นแหละ)
----หรือ ปู่เจ้าเพิ่นว่า (โห.. ขนาดปู้เจ้ายังเห็นด้วยเลยนะเนี่ย )
-----ถึงขนาด “ชู้เจ้าเพินว่า”
http://www.youtube.com/watch?v=giXEt-GGabA&feature=related
ส่วน “เยิกเข้าไป" ก็เพี้ยนหนัก กลายเป็น “เดินเข้าไป” ..ฮ่วย ทำไมชุ่ยกันจังซี่หว่า
รู้กันบ้างไหมว่า สมัย 800 ปีก่อน อาณาจักรเวียตนามมีชื่อเรียกกันว่า “ไตเวียต” (คงหมายถึงมีคนไตกับคนเวียตอยู่ด้วยกัน ..สังเกต ไต ขึ้นก่อน เวียต ด้วยนะ)
คนที่ไม่ศึกษาประวัติศาสตร์ย่อมถูกกงล้อของมันหมุนทับบี้แบน
(Those who don't study History are condemned to repeat it) --G.Satayana
พระเจ้าอู่ทองมาจากไหน แม้ไม่ไกลมากนัก ก็ยังไม่สนใจกันเลย จะเอาอะไรกันนักหนากะคนไตเฮา
เฮ้อ...บัดนี่จากมา น้ำตาไตไหล
....คนถางทาง (๙ เมษายน ๒๕๕๕)
อ่านบันทึกที่เกี่ยวข้อง ตาม ลิงค์ข้างล่างนี้....
http://www.gotoknow.org/blogs/posts/481575
คิดไม่เหมือนเพื่อน...คิดกางหลาง เป็นที่มาของนวัติกรรมกรรม เพราะความกางหลาง
กางหลาง คงแปลว่า "ตะแบง" ใช่ไหมครับ หรือว่า นอกกรอบ นอกคอก
สำหรับผม ก็เพียงแต่ คิดเผื่อไว้ ให้เป็น เชื้อ เพื่อสะดุ้ง หรือ สนุกเล่น
การสนุกทางความคิด ผมว่า มันดีกว่าการสนุกทางอื่นๆ นะครับ เพราะเด็กยันแก่ก็สนุกได้เท่ากัน
ส่วนการสนุกแบบอื่นๆ นั้น บางทีก็สนุกตามวัย ไปงั้นเอง
กางหลาง ในความหมายของผม คือคิดไม่เหมือนคนอื่นเขา คิดข้ามช็อต ในความหมายทั่วไปกางหลางคือการไม่เข้าพวก เช่นกางหลางกางเงี่ยง ผมเชื่อว่านวัติกรรมหลายเรื่องมาจากคนคิดกางหลาง
(สำหรับผม ก็เพียงแต่ คิดเผื่อไว้ ให้เป็น เชื้อ เพื่อสะดุ้ง หรือ สนุกเล่น) ผมเชื่อว่าการคิดเผื่อ ทำให้เรามีการคิดป้องกัน
ใช่ครับ ท่าน วอญ่า (หนุ่ม)
คิดเผื่อ ต้องไม่เพียงแต่ทะลุทะลวง แต่ต้องป้องกันด้วย เพื่อความอยู่รอด ทั้งกาย ใจ ในระยะสั้น และยาว แบบว่าทำให้ดีที่สุดในทุกข์มิติ (มี ขอ การันต์ ด้วยนะสิบ่อกไห่)
แต่วันนี้ คนบางคน มันคิดกันมิติเดียว ในช่วงเวลาใกล้ ๆ เอาตัวรอดอิ่มหมีพีมันไปวันๆ แถมได้รับเสียงตบมือกราว (น่าหนวกหูแทน)
แสดงว่า ก๋งปู เป็นแต้จิ๋ว เพราะปูพอนับเลขแบบ เจ๊ก หนอ ซา ได้มั่งค่ะ
แอบมาฟัง สองหนุ่มคุย เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย เลยนะคะ 5 5 ฝันดีค่ะ :)
ท่านใดดู utube ตามลิงค์แล้ว มีคห. ว่าไงบ้างครับ ส่วนผม เศร้า
อารายกันหว่า เสียแดนดิน เสียดายเด แต่รำกัน อ่อนช้อย หน้าตายิ้มแย้ม แบบว่า "mai pen rai" จังซั่น งั้นแหละ
โอว..ไม่น่าตกใจเลยว่า ทำไมจึง "เป็นไร" กันอยู่จนทุกวันนี้
อาณาจักรทวาราวดี ต้นกำเนิดชาติไทยนั้น จีนเขาเรียกว่า โทหลอปอตี่ ไปได้