๘  เมษายน ๒๕๕๕
เรียน เพื่อนครู ผู้บริหารและผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน

วันจันทร์ที่ ๒  เมษายน  ๒๕๕๕   วันนี้เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พวกเราซึ่งเป็นข้าธุลีพระบาทต่างสำนึกถึงพระคุณอันสูงสุดที่พระองค์ท่านมีต่อพสกนิกรชาวไทยถ้วนหน้า ไม่ว่าใกล้หรือไกล มั่งมีหรือยากแค้นแสนเข็ญ  พระเมตตาแผ่ไพศาลให้ดับร้อนคลายทุกข์ยากยิ่งที่จะหาใครเสมอเหมือน  โดยเฉพาะพวกเราชาวเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑ ได้ชื่นชมพระบารมีและได้รับพระราชานุเคราะห์สำหรับโรงเรียนที่เสด็จเยี่ยมเมื่อวันที่ ๒ - ๓ มกราคม  ๒๕๕๕ ที่ผ่านมามากน้อยตามความจำเป็น  ขอพระองค์ทรงพระเจริญมีพระชนมายุยิ่งยืนนาน   ถึงสโมสรมีกาแฟยามเช้า เป็นโอกาสได้สนทนาความเป็นไปของงานที่เกี่ยวข้องกับท่านรองฯ สมมาตร  ชิตญาติ ประมาณ ๐๙.๓๐ น. มีการประชุมคณะกรรมการพิจารณาเก็บเงินบำรุงการศึกษาเพิ่มเติมจากที่รัฐบาลให้เงินอุดหนุน  ต่อจากวันก่อนที่ข้อมูลไม่เพียงพอ วันนี้ส่วนใหญ่ได้ชี้แจงรายละเอียดพอที่จะตัดสินใจได้ว่าควรจะอนุญาตให้เรียกเก็บหรือไม่อนุญาต  ดุลพินิจเรื่องนี้ได้ถือเอาหลักการที่ว่า อะไรที่เป็นภารกิจหลักของโรงเรียนจะผลักภาระให้ผู้ปกครองรับผิดชอบไม่ได้  บริการใดที่เพิ่มเติมกว่ามาตรฐานปกติและนักเรียนสมัครใจก็อนุญาตให้เก็บเพิ่มได้ ส่วนอัตราการเก็บต้องไม่สูงจนเกินไป  เช่น ค่าประกันอุบัติเหตุ ไม่เกิน ๑๕๐ บาท  ค่าเรียนคอมพิวเตอร์ในอัตรา ๕๐๐ บาท หากเก็บมากกว่านี้ต้องสามารถอธิบายได้  การเก็บเงินจ้างครูก็อนุญาตเท่าที่จำเป็นจริง ๆ ความเข้มงวดเหล่านี้ โรงเรียนอาจรู้สึกไม่สบายใจ เพราะอาจกระทบกับแผนงานโครงการที่เตรียมการกันไว้  แต่คณะกรรมการก็มองถึงภาระของผู้ปกครองเป็นสำคัญ โรงเรียนเป็นของรัฐ ครูก็รับเงินเดือนจากรัฐ การศึกษาขั้นพื้นฐานหลักทั่วไปรัฐต้องรับภาระจัดให้ฟรีอย่างมีคุณภาพ วันนี้มีเพียง ๒ โรงเรียนที่แขวนต่อเพราะเขียนแผนขัดต่อระเบียบกฎหมายต้องเชิญมาคุยอีกครั้ง เลิกประชุมขึ้นไปทำงานที่ห้องชั้น ๓ เป็นการดูข้อมูลเรื่องเงินเดือนที่จะนำเข้า อ.ก.ค.ศ. เขต ในวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๕ บ่ายลงไปเรียนภาษาอังกฤษที่ห้องประชุมเล็ก เป็นการเรียนฝึกสนทนาในโอกาสต่าง ๆ ผลัดกันถามผลัดกันตอบ แต่ละคนดูคล่องแคล่วขึ้น หากตอนเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ได้ครูที่สอนอย่างวันนี้ ผมคิดว่าจะเก่งภาษาอังกฤษและรักภาษาอังกฤษแน่นอน

วันอังคารที่ ๓  เมษายน  ๒๕๕๕  เช้านี้เดินทางไปสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร เพื่อร่วมประชุมกับคณะทำงานส่งเสริมศีลธรรม ร่วมกับอีก ๘ เขตพื้นที่การศึกษา มี ผอ.สมยศ  ศิริบรรณ เป็นประธานการประชุม สพป.ปทุมธานี เขต ๑ มี ศน.สุวิทย์  พันธุ์ผักและ ศน.สิรี  พึ่งจิตต์ตน เข้าประชุมด้วย มีเหตุแทรกซ้อนเลขาธิการ กพฐ. สั่งให้มีการประชุมวีดีโอคอนเฟอเร้นท์ ในวันนี้เช่นกัน เรื่องการรับสมัครสอบ O-Net ของ สทศ. ที่จัดเพิ่มเติมให้นักเรียนที่ไม่ได้เข้าสอบครั้งที่ผ่านมา นัยว่าหากไม่มีคะแนนนี้ไปแสดงอาจเป็นปัญหาในการสอบเข้าชั้น ม.๑ และ ม.๔ ท่าน สพป.กทม. จึงถ่ายทอดสดไปด้วย ประชุมไปด้วย  ผมอยู่เพียงเบรกก็ลากลับเดินทางไปจังหวัดสมุทรสงคราม วันนี้ขับรถไปเองใช้เส้นทางพระราม ๒ ถึงแม่กลองเลยเที่ยงไปหน่อย ท้องหิวก็คิดถึงร้านหมูบ้านสิงห์เจ้าเก่า ทางไปอัมพวา เป็นตึกแถวต้องไปกลับรถย้อนกลับมาอีกหน่อย  ร้านเขาเก็บแล้ว ไม่มีลูกค้า แต่ของยังมี แม่ค้าที่คุ้นกันมาหลายปีจัดแจงปรุงพิเศษให้ สองชามคือ เครื่องในหมู กับต้มยำปลา  รสชาติเหมือนต้มยำ แต่ใส่พริกขี้หนูสดบดและใบกระเพราะกับข่าค่อนข้างมาก ใส่มะนาว รสเผ็ดตัดกับเปรี้ยวกำลังดี กินกับข้าวสวย ๑ ถ้วย นับเป็นมื้ออร่อยที่รอคอยมานาน ขับรถเลี้ยวเข้าอัมพวาพอข้ามสะพานขวามือจะเป็นวัดอัมพวัน ซ้ายมือเป็นถนนเข้าไปเลียบคลอง สักพักก็ถึงรีสอร์ทที่กลุ่มนโยบายและแผนมาปักหลักจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานในรอบปีที่ผ่านมา มีท่านรองฯ วิโรจน์  ผลแย้ม เป็นหัวหน้าทีม นอกนั้นเป็นเจ้าหน้าที่ในเขตและผู้บริหารโรงเรียนอีกสองท่าน  อยู่รับฟังรายงานและช่วยเสนอแนะบางรายการ เย็นทานข้าวกับคณะ ประมาณ ทุ่มครึ่งเดินทางกลับมาแวะตลาดแม่กลองเพื่อซื้อลิ้นจี่ ที่กำลังออก ของแม่กลองเนื้อหนาไม่แฉะน้ำ ราคาอย่างดีประมาณ กก.ละ ๗๐-๙๐ บาท หน้าศาลากลางก็กำลังจัดงานลิ้นจี่ประจำปี รถน้อยทำเวลาได้ดีถึงบ้านพักนนทบุรีประมาณ ๓ ทุ่ม

วันพุธที่ ๔  เมษายน  ๒๕๕๕  เช้านี้นั่งทำงานที่ห้องชั้น ๓ มีแฟ้มให้พิจารณาหลายเรื่อง ทั้งวาระการประชุม เรื่องวินัย เรื่องเลื่อนเงินเดือน เที่ยงผู้อำนวยการโรงเรียนประถมศึกษาธรรมศาสตร์และคณะมาหาเพื่อชี้แจงเรื่องที่ขออนุญาตเก็บเงินบำรุงการศึกษา ได้ซักถามจนสิ้นข้อสงสัย ให้ความเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการ ส่วนเขาจะเชื่อฟังหรือไม่ก็อยู่ในดุลพินิจของเขาซึ่งมีอำนาจตัดสินใจ ใช้เวลาเกือบชั่วโมงจึงกลับกันไป บ่ายลงไปเรียนภาษาอังกฤษที่ห้องประชุมเล็ก สั่งพิชซ่ามาเลี้ยงผู้เรียนและครูในช่วงเบรค เลิกเรียนนั่งทำงานที่ห้องสโมสร  เย็นไปห้างเดอะมอลล์งามวงศ์วาน เพราะเพื่อนร่วมรุ่นสมัยเรียน ม.ต้น พาลูกมาติวสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร ลูกอีก ๒ คนตามมาด้วย บ้านอยู่หาดใหญ่ไปมาหาสู่กันสม่ำเสมอ จึงนัดเลี้ยงข้าวเด็ก ๆ สักมื้อ เขาโตขึ้นมาก แถมพูดจาฉะฉานฉลาดด้วย เลือกกินอาหารญี่ปุ่นที่ร้านฟูจิ  สั่งได้คล่องแคล่ว นี่ขนาดอยู่ ป.๔ จำเมนูได้แม่นยำ พวกเราตกรุ่นแล้วอาศัยกินตามเด็กไปก็อิ่มเหมือนกัน

วันพฤหัสบดีที่ ๕ เมษายน  ๒๕๕๕  เช้าประชุมคณะกรรมการคุรุสภาเขตพื้นที่การศึกษาปทุมธานี เขต ๑  มีเรื่องพิจารณาคือจัดสรรจำนวนครูที่จะส่งไปปฏิบัติธรรมที่เขาใหญ่ ประมาณเดือนมิถุนายนนี้ เราได้โควตา ๑๐๐ คน แบ่งทุกสังกัดในพื้นที่ ๔ อำเภอก็ลงตัวด้วยดี เลิกประชุมขึ้นไปทำงานต่อที่ห้องชั้น ๓ บ่ายลงมาประชุม อ.ก.ค.ศ. เขต มีเรื่องพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนครั้งที่ ๑ เดือนเมษายน ๒๕๕๕ ที่ประชุมอนุมัติ  การรับทราบการดำเนินการทางวินัยและการพิจารณาอุทธรณ์คำสั่ง  และอีกรายพิจารณาลงโทษวินัยร้ายแรง  คณะอนุกรรมการฯขอเวลาศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วน เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องคอขาดบาดตายหากจะต้องให้ครูพ้นหน้าที่ราชการ มีการอนุมัติผลวิทยฐานะบางสาขาวิชา  ก่อนกลับบ้านได้เห็นสำเนาหนังสือ ที่ กค ๐๓๐๗.๐๒/๕๔๐๖ ลงวันที่ ๕  เมษายน  ๒๕๕๕  จากผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ถึง อธิบดีกรมธนารักษ์  ความว่า " ด้วยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑ ได้มีหนังสือที่ ศธ ๐๔๐๘๖/๕๔๙  ลงวันที่ ๗  กุมภาพันธ์  ๒๕๕๕  ขอใช้ที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ ปท.๒๑๐ ตำบลบางปรอก อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี  เนื้อที่ประมาณ ๒-๐-๙๒ ไร่ เพื่อก่อสร้างอาคารที่ทำการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑   จังหวัดปทุมธานีได้ตรวจสอบแล้ว ขอเรียนว่า  ๑. ที่ดินราชพัสดุบริเวณที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑ ขอใช้  เป็นที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ ปท.๒๑๐  ตำบลบางปรอก  อำเภอเมือง  จังหวัดปทุมธานี  เนื้อที่ ๒-๐-๙๒ ไร่  ซึ่งสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยผู้ครอบครองเดิมได้ให้ความยินยอมให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑ ใช้ประโยชน์ตามนัยหนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท ๐๒๐๓.๔/๒๐๕๒ ลงวันที่ ๒๘ ธันวาคม  ๒๕๕๔   ๒. ราคาประเมินที่ดินที่มใช้ในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม พ.ศ. ๒๕๕๑-๒๕๕๔ ตารางวาละ ๒๒,๐๐๐ บาท กรมโยธาธิการและผังเมืองกำหนดการใช้ประโยชน์ เป็นที่ดินประเภทสถาบันราชการ  การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ(สีน้ำเงิน) สภาพที่ดินเป็นที่ราบพื้นที่โดยรอบเป็นที่อยู่อาศัย ประกอบการค้า และสถานที่ราชการ    จังหวัดปทุมธานีพิจารณาแล้วเห็นว่า สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑   ขอใช้ที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ ปท.๒๑๐ ตำบลบางปรอก อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี  เนื้อที่ประมาณ ๒-๐-๙๒ ไร่ เพื่อก่อสร้างอาคารที่ทำการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑ เนื่องจากปัจจุบันสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑ ยังไม่มีอาคารสำนักงานเป็นของตนเอง โดยได้อาศัยอาคารของโรงเรียนปทุมวิไลเป็นที่ปฏิบัติงาน  ซึ่งสถานที่ดังกล่าวได้อยู่รวมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๔ มีสถานที่คับแคบไม่เอื้อต่อการปฏิบัติงานให้บริการกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่มาติดต่อ  โดยได้ตั้งงบประมาณในการก่อสร้างปี ๒๕๕๕ ในวงเงิน ๑๙,๒๘๓,๐๐๐.๐๐ บาท โดยสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยได้ยิมยอมให้ใช้ประโยชน์บริเวณดังกล่าว  เพื่ออนุญาตให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑ เพื่อก่อสร้างอาคารที่ทำการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑ จึงเห็นสมควรอนุญาตให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑ ใช้ที่ราชพัสดุดังกล่าว  เพื่อก่อสร้างอาคารที่ทำการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑ เนื้อที่ ๒-๐-๙๒ ไร่ ดังมีแนวเขตตามแผนที่และแบบยินยอมให้ใช้ที่ราชพัสดุ (แบบ ทบ.๕) ที่ส่งมาพร้อมนี้"  เย็นนี้กลับที่พักด้วยความสุข ความสุขที่จะมีส่วนสร้างที่ทำการให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑ ได้ใช้ประโยชน์สืบไป เพราะความยากลำบากสำหรับกรุงเทพฯและปริมณฑลคือการหาที่ดิน ไม่ใช่ไม่ที่ดิน มีมากมายแต่ราคาแพง สพฐ. ไม่เคยตั้งงบประมาณในการจัดซื้อที่ดิน  เมื่อได้ที่ดินมาแล้วเรื่องงบประมาณสร้างอาคารก็เป็นความยากลำดับรองลงมา 


         ก่อนลาสัปดาห์นี้ขอฝากธรรมะของโลกไว้เป็นข้อคิดและฝึกปฏิบัติสำหรับครู เป็นเรื่องของความอดทนจากท่านเจ้าคุณพระเทพคุณาภรณ์ (โสภณ โสภณจิตฺโต ป.ธ. ๙) เจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชรวรวิหาร
         "ผู้มีความอดทนย่อมไม่เป็นอันตรายกับใครๆ มีแต่จะนำประโยชน์สุขมาให้กับผู้ที่คบหาสมาคมด้วยอย่างเดียว เพราะผู้มีความอดทนย่อมมีมงคลคือความเจริญในตนอยู่แล้ว จะประกอบกิจการทุกสิ่งล้วนทำด้วยปัญญาอันมีเหตุมีผลทั้งนั้น อีกทั้งเป็นผู้หนักแน่น ไม่หวั่นไหวได้ง่าย   ส่วนผู้ที่ไม่มีความอด ทนย่อมตรงกันข้าม คือ เมื่อได้ประสบกับอารมณ์ที่ไม่น่าพอใจเข้าก็อาจจะแสดงกิริยาอาการอันไม่งาม ไม่น่าชมออกมาได้ทุกเวลา ทุกโอกาสสถานที่ และเมื่อเป็นเช่นนี้การประกอบกิจการทุกสิ่งทุกอย่าง หรือการคบหาสมาคมกับคนอื่น เพื่อให้เกิดประโยชน์สุขต่อกันนั้น ก็ย่อมจะถึงกาลเสื่อมเสียไป ความอดทนท่านจำแนกไว้เป็น 3 ประการ คือ
         1.อดทนต่อความยากลำบาก หมายความว่า อดทนต่อทุกขเวทนาที่เกิดจากความเจ็บไข้ได้ป่วย เพราะทุกชีวิตที่เกิดมาแล้วย่อมไม่พ้นจากความแก่ ความเจ็บ และความตายไปได้ จำต้องประสบพบพานกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะยากจน หรือร่ำรวย  
         2.อดทนต่อความตรากตรำ หมายความว่า อดทนต่อความทุกข์ยากจากการทำงาน เพราะทุกคนสามารถดำรงชีพอยู่ได้ ก็เพราะอาศัยอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค ซึ่งผู้ที่จะได้สิ่งเหล่านี้มาเป็นเครื่องเลี้ยงชีวิต จะต้องขยันประกอบอาชีพการงาน แต่ถ้าเป็นคนเกียจคร้าน ไม่ทำงาน ก็จะมีความเป็นอยู่ลำบาก หากมีความขยันหมั่นเพียร ไม่เกียจคร้าน ก็จะหาทรัพย์ได้
         3.อดทนต่อความเจ็บใจ หมายความว่า อดทนต่อความโกรธที่มากระทบกระทั่ง เพราะทุกคนจะอยู่ลำพังคนเดียวไม่ได้ ต้องอาศัยอยู่ร่วมกัน เป็นหมู่คณะ เป็นครอบครัว ตลอดถึงเป็นประเทศชาติ ผู้อยู่ร่วมกันเช่นนี้บางครั้งอาจมีความกระทบกระทั่งกัน ทะเลาะวิวาทบาดหมางกันบ้าง เพราะต่างก็มีความเห็นแก่ตัวด้วยกันทั้งนั้น ถ้าหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งขาดความอดทนแล้ว ความทะเลาะวิวาทบาดหมางก็จะแตกแยกแผ่ขยายกว้างออกไป จนทำให้เสียหน้าที่การงานได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ประโยชน์สุขก็จะไม่เกิดขึ้น  ท่านผู้มีปัญญาพิจารณาถึงโทษที่เกิดขึ้นแล้วควรใช้ความอดทนเข้า ระงับความเจ็บใจ อันก่อให้เกิดความโกรธ จนสามารถให้เกิดเป็นเวรภัยแก่ตนและคนอื่นได้ เมื่อทำได้เช่นนี้แล้วก็ย่อมจะได้รับประโยชน์สุข ได้ชื่อว่าอดทนต่อความเจ็บใจ อันเป็นยอดของความอดทนทุกอย่าง ดังนั้น ผู้ที่มีขันติธรรม คือความอดทน เป็นผู้ปราศจากเวร นอกจากจะเป็นที่รักใคร่นับถือสำหรับมนุษย์ทั้งหลายแล้ว ยังเป็นที่รักใคร่นับถือของทวยเทพเทวดาทั้งหลาย ย่อมสามารถนำประโยชน์สุขมาให้แก่ตนเองและคนเหล่าอื่นได้อีกด้วย"

 

กำจัด  คงหนู
ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑