จากการที่พุทธศาสนาเข้าสู่พะเยา ทำให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมต่อพุทธศาสนาเชิงรุกเป็นจำนวนมากนับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ตำนานกล่าวว่า เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จมาประทับ ณ พระธาตุจอมทอง นายช่างทองได้เข้ามาอุปฐากพระพุทธเจ้าโดยการถวายภัตตาหาร เมื่อพระองค์ทรงทำภัตกิจเรียบร้อยแล้วจึงทรงปรารภให้พระอานนทเถระไปตักน้ำ ณ หนองเอี้ยง แต่พญานาคราชนามว่าธุมะสิกขีไม่พอใจอย่างมาก จนพระพุทธเจ้าต้องเสด็จลงมาโปรดและได้เข้ามามีส่วนร่วมกับพุทธศาสนาโดยการบริจาคทรัพย์และมอบภารกิจให้สองตายายได้ช่วยในการสร้างพระเจ้าตนหลวงในเวลาต่อมา (พระครูโสภณปริยัติสุธี.2551 : 28-31) นอกจากนี้แล้วยังมีกิจกรรมที่ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมต่อพุทธศาสนาเชิงรุกอีกจำนวนมาก เช่น เหตุการณ์จากตำนานพระธาตุต่าง ๆ ในเมืองพะเยา ประวัติการสร้างวัดในท้องถิ่น ตลอดจนถึงการสร้างบ้านแปงเมืองที่มีพระสงฆ์เป็นแกนนำในโอกาสต่าง ๆ เป็นต้น

                ปัจจุบัน ประชาชนชาวจังหวัดพะเยาเข้ามามีส่วนร่วมต่อพุทธศาสนาเชิงรุกเป็นจำนวนมากโดยผ่านกิจกรรมการทำบุญ การถวายทาน การสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ในแต่ละปีมีการจัดโครงการที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาเชิงรุกจำนวนมาก มีหน่วยงานที่เข้ามามีส่วนร่วมหลัก ๆ คือมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตพะเยา (มหาวิทยาลัยสงฆ์) สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพะเยา สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดพะเยา พุทธสมาคมจังหวัดพะเยา เป็นต้น ที่จัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่น โครงการบูรณะวัด โครงการบวชภาคฤดูร้อน โครงการบวชพระ 100,000 รูป โครงการบวชอุบาสิกาแก้ว และที่สำคัญประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมโดยการจัดถวายผ้าป่าและทอดกฐิน ฯลฯ ซึ่งสามารถสรุปจุดเด่นทางด้านพุทธศาสนาเชิงรุกในจังหวัดพะเยา ได้ดังนี้

                1.พะเยามีแหล่งวัฒนธรรมการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาเชิงรุก จำนวน 2  แห่งประกอบด้วย หอวัฒนธรรมนิทัศน์วัดศรีโคมคำ และพิพิธภัณฑ์เมืองพยาววัดลี ซึ่งสามารถสืบค้นเรื่องราวความรุ่งเรืองของพุทธศาสนากับการมีส่วนร่วมของประชาชนจากอดีตสู่ปัจจุบันได้อย่างดี

     2.พะเยาเป็นแหล่งการศึกษาที่สามารถผลิตบุคลากรทางศาสนา หรือศาสนทายาททุกระดับชั้นของการศึกษา ระดับนักธรรมมีการสอนในระดับนักธรรมชั้นตรี นักธรรมชั้นโท และนักธรรมชั้นเอก  ระดับบาลีมีการสอนถึงระดับบาลีไวยากรณ์จนถึงเปรียญธรรม 7 ประโยค มีโรงเรียนมัธยมสำหรับพระภิกษุสามเณรครอบคลุมทุกอำเภอ จำนวน 10 โรงเรียน มีมหาวิทยาลัยสงฆ์จำนวน 1 แห่งอันเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงคุณภาพทางการศึกษาของพระสงฆ์ในท้องถิ่นได้เป็นอย่างดียิ่ง

     3.พะเยามีปราชญ์ทางพุทธศาสนาจากรุ่นสู่รุ่น ในอดีตมีพระครูศรีวิราชวชิรปัญญา ซึ่งเป็นนักบันทึกเหตุการณ์ทางด้านประวัติศาสตร์พุทธศาสนาให้กับเมืองพะเยามาตั้งแต่ราชกาลที่ 5 มาสู่ยุคของพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ ผู้ปริวรรตอักษรล้านนาสู่ภาษาไทย เป็นผู้ถอดรหัสเมืองพะเยาจากอดีตสู่ยุคสมัย

     4.พะเยามีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานเกือบ 1,000 ปี มีเรื่องราว โบราณสถาน โบราณวัตถุ ที่สะท้อนให้เห็นความเจริญรุ่งเรืองของพุทธศาสนาและการมีส่วนร่วมของประชาชนต่อการทำพุทธศาสนาเชิงรุกอย่างชัดเจน

     5.พะเยามีหลักศิลาจารึกที่มากที่สุดในประเทศ ศิลาจารึกจำนวน 112 หลักล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องเล่าที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนา การมอบสถานที่ การมอบที่ดิน การมอบข้ารับใช้ให้กับพุทธศาสนาทั้งสิ้น

                ดังนั้น จะเห็นได้ว่าประชาชนในจังหวัดพะเยา ได้เข้ามามีส่วนร่วมต่อพุทธศาสนาเชิงรุกจากอดีตสู่ปัจจุบันอย่างไม่ขาดสาย