ขบวนการทมิฬแก้แค้นเอากับใคร ก็ประเทศไม่ใช่ใคร ก็คนที่ให้บุญให้คุณกับทุกคนในประเทศ

         เมื่อประมาณ 30 ปีมาแล้วเผ่าทมิฬในศรีลังกาได้ยึดครองภาคเหนือของ   ประเทศ และต่อมาได้รบราฆ่าฟัน เพื่อบรรลุเป้าหมายการแยกดินแดน และแก้แค้นให้ผู้ริเริ่ม และปฏิบัติการล้างแค้นกันมาเอากับประเทศที่ได้เลือกตั้งผู้แทนมาเป็นรัฐบาล และมอบหมายให้รัฐบาลทำหน้าจัดการกับขบวนการยึดครอง 

         ในขณะที่ประเทศก็ไม่ได้คิดแก้แค้นอะไร  เพราะผู้แทนของประเทศนับตั้งประธานาธิบดี ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ฯลฯ เขาต้องทำตามหน้าที่  ที่ได้รับมอบหมาย  กลุ่มที่คิดแก้แค้นก็คือเผ่าทมิฬที่นำโดยผู้เป็นหัวหน้ายบวนการ   ที่นำพาผู้คนออกไปสู้กับประเทศ และต้องล้มตายกันเป็นจำนวนมาก

         การแก้แค้นของเผ่าทมิฬเอากับประเทศ สิ้นสุดลง เมื่อประธานาธิบดี Rajapaksa ได้รับการเลือกตั้งมีนโยบายปราบปรามกลุ่มผู้ยึดครองอย่างเด็ดขาด และเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2552 ก็สามารถสังหารนาย Velupillai Prabhakaran ผู้นำได้สำเร็จ ถือเป็นการสิ้นสุดสงครามแค้นในประเทศ     ที่ดำเนินมาเนินมาเกือบ 30  ปี         

       การแก้แค้นส่วนบุคคล  ดังเช่น กรณีที่เล่าถึงกำนันถูกตามฆ่าล้างแค้นก็ว่ากันไปเพราะคนแก้แค้นเขารู้มาชัด ๆ ว่าเป็นใครที่ทำให้เขาแค้น  แต่ก็ไม่แน่เสมอไปอาจเป็นแพะก็ได้เหมือนกัน   แต่การแก้แค้นเอากับประเทศนี่ซิเป็นการแก้แค้นตามความเห็นแก่ตัวและพวกพ้อง และความชิงชังที่สืบทอดกันมาเพราะเห็นว่าประเทศไม่ให้ความเป็นธรรม  การแก้แค้นอย่างนี้จึงแก้แค้นกันยาว ใครก็ได้ที่ขวางหน้าโดยเฉพาะทหารตำรวจข้าราชการ เป็นต้องทำร้าย หรือฆ่า และพัฒนาไปถึงฆ่าได้ทั้งนั้นหากไม่ใช่เป็นญาติโยโหติกาที่ใกล้ชิดของตัวเอง  เมื่อถูกสวนกลับจากประเทศก็โกรธ และชักชวนคนอื่นให้โกรธด้วยเพราะการกระทำของประเทศ   ก็หันกลับมาแก้แค้นอีก ก็ถูกกระทำกลับบ้างอีก ก็แก้แค้นอีก  การแก้แค้นจึงกลายเป็นวงจรแค้นที่ไม่รู้จบ และคนมากระทำเพื่อการแก้แค้นก็ใช่ใคร  ก็คนในประเทศเดียวกันนั่นเอง

        ประเทศใด ๆ ไม่มีทางที่จะคิดร้ายทำลายคนในประเทศได้   ที่จะคิดร้ายทำลายคนในประเทศได้ ก็มีอยู่ฝ่ายเดียว  คือ คนที่เห็นผิดเป็นชอบและคนเลวที่ประเทศก็ไม่ต้องการไม่ว่าจะเป็นคนในอดีต หรือปัจจุบัน

        กลับมาพูดถึงประเทศไทยของเราบ้าง....ก่อนอุเว้แรกที่ร้องขึ้นมา พ่อแม่ก็ไปหาสถานีอนามัย  หรือไม่ก็โรงพยาบาล    ในอดีตมีหมอตำแย ตายทั้งแม่ทั้งลูกมามากมาย แต่ด้วยความเป็นประเทศที่ผู้คนต้องทำหน้าที่เสียภาษีอากร จึงมีสถานีอนามัยโรงพยาบาลไว้ให้บริการทุกคนไม่เลือกหน้า   ไม่กี่วันต่อมาแม่ก็พาไปหาหมอฉีดยาป้องกันโปลิโอ และอื่น ๆ สารพัดจนหัดเดิน เข้าโรงเรียนได้ ก็มีโรงเรียนอนุบาลประถมมัธยมให้เรียนอีก  แถมมีนมให้ดื่มฟรี จะได้สมองดีเอาไว้เป็นกำลังของประเทศ  โตขึ้นมาอีกมีโรงเรียนมัธยมให้ได้เลือกเรียนอีก ได้เรียนฟรีตั้งแต่อนุบาลจนถึงมัธยมก็เพราะการประคบประหงมของประเทศ   จบแล้วจะเรียนมหาวิทยาลัย  ก็มีให้อีก ใครไม่มีเงินเรียนต่อประเทศก็มีเงินกู้ให้ยืมเรียน โตขึ้นมาประเทศก็ให้ความคุ้มครองป้องกัน  และมีคนของประเทศไว้คอยบริการ คือข้าราชการ ทหารตำรวจ ฯลฯ   แต่ละประเทศต่างมีประเทศเพื่อนบ้าน  จึงต้องมีทหารไว้เป็นรั้ว ป้องกันไม่ให้ศัตรูต่างชาติเข้ามาทำร้าย  ให้อยู่กันได้อย่างสงบสุข  ที่มีให้ได้ก็ภาษีของพี่น้องร่วมประเทศอีก 

          ประเทศศรีลังกาก็น่าจะไม่แตกต่างกับเราไปสักเท่าไร  ที่คอยให้การเลี้ยงดูอุ้มชูคนในประเทศ   แล้วขบวนการทมิฬแก้แค้นเอากับใคร  ก็ประเทศไม่ใช่ใคร ก็คนที่ให้บุญให้คุณกับทุกคนในประเทศทั้งนั้น   การแก้แค้นของกลุ่มทมิฬที่ยืดเยื้อกันมาสามสิบปี ในที่สุดก็ต้องจบลงด้วยอำนาจของประชาชนในประเทศที่เหนือกว่ากลุ่มคนที่มาคิดแก้แค้น  และนำพาผู้คนไปตาย  จนทำให้ครอบครัวพ่อแม่พี่น้องในประเทศผู้มีพระคุณต้องตายก่อนตาย  หรือ เรียกว่าตายทั้งเป็นมากมาย และทำร้ายประเทศของตังเอง