๑๕ นาทีนี้ครูทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงคอยจับตาอยู่ห่างๆ ปล่อยให้เด็กๆ อยู่กับพื้นที่ของตนเองเงียบๆ เพื่อตกผลึกความคิดและกลั่นออกมาเป็นกลอนเปล่า ขณะที่ครูเองก็เริ่มเขียนกลอนเปล่าไปพร้อมกับเด็กๆ ด้วย

 

พอครบเวลาที่กำหนดไว้ ครูบอกกับทุกคนว่า

 

“พวกเราเขียนกลอนเปล่ากันมา ๓ ครั้ง รู้ทางกลอนพอสมควรแล้ว ดังนั้น ยังจะไม่อ่านบทกวีแลกเปลี่ยนกันในตอนนี้ เพราะครูมีเงื่อนไขที่ท้าทายกว่านั้นไว้รอพวกเราอยู่ นั่นคือ เราจะร่วมกันกลั่นกลอนเปล่าของเราให้เหลือเพียง ๓ บรรทัดสั้นๆ และเราจะเรียกกลอนนี้ว่า "กวี ๓ บรรทัด"

 

จากนั้นครูก็อ่านกลอนเปล่าที่ครูเขียนไปพร้อมกับเด็กๆ เมื่อสักครู่นี้ให้ทุกคนฟัง พร้อมกับเล่าถึงแรงบันดาลใจในการเขียนกลอนเปล่าบทนี้

 

        กิ่งไม้แห้งนอนนิ่งอยู่ริมตลิ่ง

        เงียบเหงา...วันเวลาดูไร้ค่า

        อุ่นแดดเช้า ร้อนแดดบ่าย

        ค่ำคืนก็หนาวน้ำค้าง

        ลมหอบฝุ่นผงมาเกาะจนมอมแมม

        กิ่งไม้แห้งทอดร่างซบผืนดิน

        เริ่มรับรู้ความอ่อนโยนที่แผ่ขึ้นจากเบื้องล่าง

        แดดเช้าของวันนี้อ่อนโยน

        แดดบ่ายอบอุ่นนัก

        น้ำค้างยามค่ำคืนก็ฉ่ำเย็น

        สายลมลูบไล้แผ่วเบา

        กิ่งไม้ยิ้มให้แก่ต้นไม้ที่จากมา

        ...อย่างมีหวัง

 

เด็กหญิงคนหนึ่งยกมือแล้วลุกขึ้นแสดงความคิดเห็นอย่างฉะฉานว่า

"กิ่งไม้แห้งมันรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าแล้ว ทำให้ไม่มีความสุขกับสิ่งที่เป็นอยู่ แต่พอเวลาผ่านไปมันเริ่มได้รับการอบอุ่นจากแผ่นดิน มันก็เริ่มมองตัวเองและทุกอย่างเปลี่ยนไป มันเริ่มมีความสุข แล้วก็มีความหวังว่าชีวิตใหม่ยังรออยู่"

 

และแล้วก็มาถึงกวี ๓ บรรทัด ที่ครูเขียนมาแลกเปลี่ยนว่า

 

ท่ามกลางความเหงาและตรากตรำ

แผ่นดินโอบอุ้มกิ่งไม้แห้งอย่างอ่อนโยน

กิ่งไม้ยิ้มอย่างมีหวังกับต้นไม้แล้ว

 

จากนั้นจึงชวนกันตั้งข้อสังเกตว่า กวี ๓ บรรทัดนี้ เก็บความในกลอนเปล่าที่เป็น "ต้นทาง" ได้ครบหรือไม่อย่างไร

 

เด็กชายคนหนึ่งยกมือแล้วลุกขึ้นตอบว่า

"บรรทัดที่ ๑ ถึงบรรทัดที่ ๔ สรุปลงบรรทัดแรกครับ ส่วนบรรทัดที่ ๕ และที่ ๖ สรุปลงบรรทัดที่ ๒  นอกนั้น สรุปลงบรรทัดที่ ๓"

 นักเรียนตัวเล็กคนเดิมขยับแว่นแล้วพูดอย่างมั่นใจต่อไปว่า

"ก็คือเป็นการเขียนที่ใช้คำน้อยแต่เล่าเรื่องได้ครบเหมือนเดิม"

 

เมื่อเด็กๆ ได้เรียนรู้เงื่อนไขของโจทย์ใหม่นี้แล้ว ครูให้เวลาอีก ๕ นาที สำหรับกลั่นกลอนเปล่าของตนเอง เป็น "กวี ๓ บรรทัด"

 

บรรยากาศการอ่านและการฟังบทกวีของเด็กๆ ในวันนี้ อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งการเข้าอกเข้าใจในธรรมชาติ เต็มไปด้วยสีสันแห่งการสร้างสรรค์ และความรู้สึกดื่มดำใน "รสคำ" และ "รสความ" ของกันและกัน นักเรียนนิ่งฟังบทกวีที่เพื่อนอ่านอย่างตั้งอกตั้งใจ

       

 

        ด.ช.ตะวัน (๕/๑) เขียนบทเต็มว่า

       

        แมลง

        บินไปเรื่อยๆ

        บินไปบินมา

        บางตัวก็อยู่บนน้ำ

        บางตัวก็อยู่บนหญ้า

        เป็นอิสระ

              

        ส่วนอีกบทหนึ่ง เขียนว่า      

       

        แมลง

        บินไปบินมา

        เป็นอิสระ