การสร้างพระนคร
โดย นายอาทิตย์ จิตรพล ๕๒๑๔๗๐๑๐๐๔๑
นักศึกษาโพธิวิชชาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
พระเจ้ายโศวรมันที่ ๑ เสด็จขึ้นครองราชย์ ณ ประเทศกัมพูชา พ.ศ.๑๔๓๒ พระองค์ทรงครองอำนาจอยู่ ๒-๓ ปี จึงได้ทรงสร้างราชธานีซึ่งใช้วัฒนธรรมของพระองค์ คือเมืองยโศธรปุระ ต่อมาชาวกัมพูชาได้เรียกว่า เมืองพระนคร คือราชธานี รัชกาลของพระเจ้ายโศวรมันได้ตั้งต้นอย่างสงบพระองค์ทรงครองราชสมบัติต่อจากพระบิดาของพระองค์ คือ พระเจ้าอินทรวรมัน พระมารดาของพระองค์คือ พระนางอินทรเทวี ได้ทรงกระทำให้พระองค์ทรงมีสิทธิเหนือราชอาณาจักรเก่า ๒ ราชอาณาจักร สืบต่อกันมาบนพื้นที่ของประเทศกัมพูชา คือ อาณาจักรฟูนันและอาณาจักรเจนละ อาณาจักทั้งสองนี้มีชื่อประกฎอยู่ในจดหมายเหตุจีน อาณาจักรฟูนันอยู่ทางทิศใต้ของประเทศกัมพูชาหันหน้าออกทะเล ในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒ อาณาจักฟูนันถูกอาณาจักรเจนละแย่งชิงอำนาจไป อาณาจักรเจนละตั้งอยู่บนบกแถบภาคเหนือของประเทศกัมพูชาและภาคใต้ของประเทศลาว โดยรอบศาสนสถานที่วัดภูใกล้เมืองจำปาศักดิ์ในปัจจุบัน
พระเจ้ายโศวรมันเสด็จขึ้นครองราชย์ ทรงได้รับอาณาจักรซึ่งมีความเป็นปึกแผ่นมั่นคงและและการปกครองมีระบบอย่างเรียบร้อย ในพุทธศตวรรษที่ ๑๔ พระเจ้าชัยวรมันที่ ๒ (พ.ศ. ๑๓๔๕ – ๑๓๙๓) ได้ทรงกระทำให้ประเทศกัมพูชามีอิสรภาพและเอกภาพ ทรงตั้งหลักแหล่งทางทิศเหนือของทะเลสาบใหญ่ในที่ราบซึ่งอุดมสมบูรณ์ และราชอาณาจักรของพระองค์ได้ขยายไปจนกระทั่งไปถึงลุ่มน้ำโขง เมื่อพระเจ้าสุริยวรมันที่ ๒ ทรงกระทำพิธีราชาภิเษกบนเขา มเหนทรบรรพต คือ เขาพนมกุเลนในปัจจุบัน พ.ศ. ๑๓๔๕ พระองค์ทรงประกาศว่าพระองค์ทรงเป็นเจ้าแห่งดินแดนอันรวบรวมเป้ฯอันหนึ่งอันเดียวกันคือเป็นพระจักรพรรดิ แม้ว่าพระองค์จะทรงถือว่าพระองค์เป็นพระจักรพรรดิ พระเจ้าชัยวรมันที่ ๒ ก็ยังต้องทรงปราบปรามเจ้าชายอื่นๆ ซึ่งราชอาณาจักรขอมได้แตกแยกก่อนหน้านั้นต่างก็ตั้งตนขึ้นเป็นอิสระ เมื่อพระเจ้า ชัยวรมันที่ ๒ ทรงสิ้นพระชนม์ ใน พ.ศ. ๑๓๙๓ ที่ราชธานีของพระองค์คือ เมืองหริหราลัยซึ่งอยู่ห่างจากเมืองเสียมเรียบปัจจุบัน ราว ๑๕ กิโลเมตร ดินแดนส่วนหนึ่งของประเทศกัมพูชายังคงเป็นอิสระ เป็นหน้าที่ของผู้ครองราชย์ต่อลงมาจากพระองค์อีก ๒ องค์ คือราชโอรสได้แก่ พระเจ้าชัยวรมันที่ ๓ และพระญาติคือ พระเจ้าอินทรวรมัน จะทรงรวบรวมดินแดนเหล่านั้นเข้าไว้ในราชอาณาจักรขอม
เมื่อพระราชบิดาสิ้นพระชนลง พระเจ้ายโศวรมันก็เสด็จขึ้นครองราชย์เมืองหริหราลัย เช่นเดียวกับที่พระเจ้าอินทรวรมันได้ทรงสร้างปราสาทพระโคขึ้นเป็นศาสนสถานแห่งแรก เพื่ออุทิศถวายแด่บรรพบุรุษของพระองค์ใน พ.ศ. ๑๔๓๖ พระเจ้ายโศวรมันก็ทรงสร้างปราสาทอิฐโลเลย ๔ หลัง กลางสระอินทรตฏากะภายในพระองค์ได้ประดิษฐานประติมากรรม ฉลองพระองค์ของพระบิดาและพระอัยกาอัยกีขึ้น เมื่อได้ทรงกระทำการอุทิศถวายแต่บรรพบุรุษแล้ว พระองค์ได้ตกลงพระทัยที่จะละทิ้งเมืองหริหราลัยเพื่อสร้างราชธานีใหม่ จากเมืองหริหราลัยประมาณ ๒๐ กิโลเมตร เป็ฯที่ตั้งของเมืองพระนครอยู่บนพื้นที่ราบมีอาณาเขตตั้งแต่ฝั่งเหนือของทะเลสาบใหญ่ไปจนถึงขอบที่ราบสูง ประกอบด้วยศิลาทรายของเขาพนมกุเลน บนที่ราบนี้มีเขาหรือพนมอยู่ ๓ แห่ง คือพนมบาแค็ง พนมบก และพนมกรอม ราชธานีเก่าทั้งสองแห่งตั้งอยู่ใกล้กับแม่น้ำ (สตึง) ๒ สาย คือ เมืองหริหราลัยได้รับน้ำจากสตึงร่อลวย และเมืองพระนครได้รับน้ำจากแม่น้ำเสียมเรียบนอกจากนี้ ฝั่งของทะเลสาบใหญ่ถูกน้ำท่วมในฤดูฝน เมื่อน้ำในแม่น้ำโขงได้ไหลขึ้นมายังทะเลสาบ แม่น้ำเสียมเรียบนั้นได้ไหลลงมาจากเขาพนมกุเลนและไหลลงไปยังทะเลสาบใหญ่ซึ่งไม่ห่างจาเขาพนมกรอม
ริมฝั่งแม่น้ำเสียมเรียบอุดมสมบูรณ์ ประชาชนเพาะปลูกข้าวป่าลงบนที่ราบแถบเมืองพระนครเช่นเดียวกับที่ราบร่อลวย ต่อมาเมื่อมีการชลประทานดีขึ้น มีการเพาะปลูกด้วยการทดน้ำเข้านา ร่องรอยของการมีประชาชนอาศัยอยู่แต่โบราณมีหลายแห่งโดยเฉพาะในดินแดนที่อยู่ทางทิศตะวันตก และทิศใต้ของเมืองพระนคร ในร่องรอยที่ยังคงมีเหลืออยู่ อาจกล่าวได้ถึงปราสาทออกยมว่าเคยเป็นศูนย์กลางของเมืองๆหนึ่ง ที่ได้ถูกทอดทิ้งไปในพุทธศตวรรษที่ ๑๖ เมื่อมีการขุดสระใหญ่ คือบารายตะวันตก เมืองที่ถูกทิ้งนี้อาจเคยเป็นที่ประทับของพระเจ้าชัยวรมันที่ ๒ ทางทิศตะวันออกของเมืองพระนคร มีศาสนสถานเล็กๆ ชื่อ กุฎีศวร อาจเป็นศูนย์กลางของพื้นที่ใหญ่ ที่พระเจ้าชัยวรมันที่ ๒ พระราชทานแก่ราชปุโรหิตของพระองค์ การพระราชทานที่ดินแก่ขุนนางชั้นสูง หมายถึง การหักร้างถางพงของบริเวณที่อยู่ใกล้เคียงในดินแดนซึ่งมีการเพาะปลูกและมีคนอาศัยอยู่แล้วที่พระเจ้ายโศวรมันได้ทรงเลือกสร้างราชธานีของพระองค์ พระเจ้ายโศวรมันและที่ปรึกษาของพระองค์ ดินแดนแถบเมืองพระนครมีลักษณะพิเศษโดยเฉพาะ คือ ประกอบด้วยเขาพนมบาแค็งเป็นความสำคัญที่ภายในเมืองจะมีภูเขาอันศักดิ์สิทธิ์ ตามประเพณีอินเดียแกนของโลกก็คือเขาพระสุเมรุซึ่งเป็นที่ประทับของเทวดา ขอกจากนี้บนภูเขาคือ เขาไกรลาสก็เป็นที่ประทับของพระอิศวร กล่าวกันว่าพระราชาแห่งอาณาจักรฟูนัน ทรงมีพระนามหนึ่งว่า กษัตริย์แห่งภูเขา ในที่สุดก็คือ บนเขาพนมกุเลนที่พระเจ้าชัยวรมันที่ ๒ ได้ทรงกระทำพิธีราชาภิเษกเป็นพระจักรพรรดิ
พระเจ้ายโศวรมันทรงเลือกเขาพนมบาแค็งเป็นศูนย์กลางของราชธานีมากกว่าเขาพนมบกหรือพนมกรอม เพราะเหตุว่าเตี้ยและย่อมกว่าซึ่งอาจสร้างเมืองล้อมรอบได้โดยง่าย นอกจากนี้เขาพนมบกอยู่ห่างจากทะเลสาบใหญ่เกินไปในขณะที่เขาพนมกรอมอยู่ใกล้เกินไป ทำให้น้ำอาจท่วมถึงได้ เขาพนมบาแค็งตั้งอยู่ในสถานที่ดีกว่ามาก เพราะเหตุว่าตั้งอยู่ใกล้ทะเลสาบใหญ่ แต่ก็อยู่นอกเขตน้ำท่วม และในขณะเดียวกันก็ไม่ห่างจากแม่น้ำเสียมเรียบ แม่น้ำนี้อาจให้น้ำแก่คูรอบเมืองได้ โดยที่ไม่ต้องกลัวว่าน้ำในทะเลสาบใหญ่จะไหลมาท่วม เมืองพระนครจึงมีสายน้ำสามารถที่จะทำการชลประทานและมีปลาอยู่มากมาย
พระเจ้ายโศวรมันได้ทรงทิ้งเมืองหริหราลัยเพื่อไปสร้างเมืองใหม่ที่อยู่ห่างออกไป ๒๐ กิโลเมตร คงเป็นเพราะเหตุว่าที่เมืองหริหราลัยก่อสร้างใหม่ทั้งหมดจำต้องแทรกเข้าไปอยู่ในอาคารที่มีอยู่ก่อนแต่แล้ว พระราชาคงมีพระประสงค์ที่จะทรงมีราชธานีของพระองค์เอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระองค์ทรงต้องการจะสร้างเมืองให้เป็นศูนย์กลางทางศาสนาของประเทศในราชอาณาจักรขอมราชธานีซึ่งเป็นที่ประทับของพระราชา และต้องตรงกับที่ประทับของเทวดาในจักรวาล การที่สามารถสร้างโลกของเทวดาขึ้นกลางประเทศก็หมายถึงความมั่งคั่งสมบูรณ์ของราชอาณาจักร สถานที่ตั้งของเมืองพระนครเป็นที่เหมาะสมทั้งทางด้านการป้องกันและเศรษฐกิจ สถานที่แถบเมืองพระนครมีลักษณะสำคัญทุกประการสำหรับการสร้างรูปย่อของจักรวาล บนเขาพนมกุเลนมีแม่น้ำซึ่งไหลผ่านประติมากรรมอันศักดิ์สิทธิ์ซึ่งสลักขึ้นบนศิลาทราย บนพื้นท้องของแม่น้ำ คือ ไหลลงมาบนศิวลึงค์อันเป็นสัญลักษณ์อันศักดิ์สิทธิ์ของพระอิศวร น้ำเหล่านี้ได้กลายเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ เพราะเหตุว่า เกี่ยวข้องกับเทพเจ้าที่ได้นำความสุขสมบูรณ์มาให้ ยิ่งกว่าความอุดมสมบูรณ์ของพื้นดิน เพราะทำให้ราชธานีมีความมั่งคั่งสมบูรณ์รวมทั้งราชอาณาจักรด้วย บนเขาพนมบาแค็งก็มีความสำคัญสำหรับที่จะสร้างเทวาลัยมากกว่าป้อมปราการ
จารึกปราสาทสด๊กก๊อกธม กล่าวถึงการสร้างเมืองพระนครว่า พระราชาทรงสร้างเขากลางใจเมือง และราชปุโรหิตของพระองค์คือพราหมณ์วามศิวะ สร้างศิวลึงค์อันศักดิ์สิทธิ์ขึ้งตรงกลาง พระประสงค์ของพระเจ้ายโศวรมันที่ทรงย้ายราชธานีไม่ได้เป็นไปเพื่อพระเกียรติยศที่จะให้พระนามของพระองค์เกี่ยวข้องกับการสร้างเมืองใหม่ แต่เป็นไปเพื่อสร้างที่ประทับอันศักดิ์สิทธิ์ สัญลักษณ์ก็คือการสร้างที่ประทับของเทวดาขึ้นกลางมนุษยโลกและจะแผ่อำนาจไปทั่วราชอาณาจักร
เมืองของพระเจ้ายโศวรมัน เมืองที่สร้างโดยพระเจ้ายโศวรมันไม่ใช่เมืองพระนครหลวงหรือเมืองพระนครธมซึ่งอาจแลเห็นกำแพงและประตูใหญ่ในปัจจุบันได้ ศูนย์กลางของเมืองพระนครของพระเจ้า ยโศวรมันคือ เขาพนมบาแค็งตั้งอยู่ทิศใต้ของกำแพงรอบเมืองพระนครหลวง ด้วยเหตุนี้ อาจกล่าวได้ว่าเมืองนี้ถูกโยกย้ายไประหว่างต้นพุทธศตวรรษที่ ๑๕ และในต้นพุทธศตวรรษที่ ๑๘ เมืองพระนครหลวงได้สร้างขึ้นราว ๓๐๐ ปี ภายหลังเมืองพระนคร[i]
สิ่งที่สำคัญหลังจากการเลือกหาสภาพภูมิศาสตร์และยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่ส่งผลต่อวิถีชีวิตของชาวเมืองพระนครหลวง ซึ่งถือว่าเป็นศาสตร์แห่งภูมิสังคมที่สำคัญต่อการพัฒนาชุมชนที่มีทั้ง ภูมิศาสตร์ สังคมศาสตร์ ศาสนา ความเชื่อ การปกครองมนุษย์กับธรรมชาติ ที่กษัตริย์ขอมสามารถบริหารจัดการให้สอดคล้องกันได้อย่างลงตัวระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ โดยใช้ความเชื่อศาสนาเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการ ทำให้อาณาจักรขอมมีความเจริญรุ่งเรืองได้ในสมัยนั้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าการตัดสินใจของผู้นำในสมัยนั้นมีความสำคัญต่อความเป็นไปของรัฐที่จะเจริญรุ่งเรืองหรือล่มสลาย ฉะนั้นผู้ที่เป็นผู้นำต้องมีความฉลาดและเที่ยงธรรม จึงจะสามารถนำประเทศชาติให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองได้
หนังสือวัฒนธรรมขอมกับความสัมพันธ์ไทย – กัมพูชา. กรุงเทพฯ : ภูมิปัญญา 2552, หน้า 29 - 35