ชาวไทยส่งบุตร-หลานไปเรียนภาษาอังกฤษที่ต่างประเทศ แต่ประเทศทางยุโรปเริ่มหันมานิยมเรียน English Program ที่ประเทศไทย

ช่วงภาคค่ำของกิจกรรมวันแรก  เป็น Session แบ่งปันประสบการณ์ง่ายๆ กับครูพร เป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์กิจกรรมและงานผ่านบล็อก การจัดการความรู้ (Knowledge Management) ของคนทำงานภาครัฐและภาคสังคม บนเวปไซต์คุณภาพระดับมาตรฐานโลก Gotoknow.org 

             

                        คุณรัชนีกร  ภู่สุโข  พิธีกรคู่รายการ  / คุณสุรวัฒน์  ชมภูพงษ์ มอบของที่ระลึก


การบันทึกเผยแพร่ช่วยให้พัฒนาตนเอง ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสมาชิกท่านอื่นๆ  เป็นวิทยาทานแก่สาธารณชน และเก็บบันทึกเป็นประวัติศาสตร์แก่ชนรุ่นหลังต่อไป     หลังจากการบรรยายแนะนำ  มีผู้สนใจสมัครเป็นสมาชิก Gotoknow เพิ่มขึ้น และได้พบเพื่อนสมาชิกเดิมประมาณ 4 ท่าน ด้วยกัน

  
              


จบกิจกรรมวันแรกด้วยงานเลี้ยงสังสรรค์ สนุกสนานเฮฮา  กันตามแบบฉบับของพิธีกรคนเก่ง  พี่ช้าง " นายชเนศ  นาคะวิทย์ " ผู้อำนวยการฝ่ายธุรการและกิจกรรม หนุ่มใต้ชาวตรังผู้มีเอกลักษณ์อันโดดเด่นเฉพาะตน
  



คุณสันติ  ส่งเสริมสวัสดิ์ ประธานกรรมการ Friends of  AFS มอบมงกุฏแก่ผู้ชนะเลิศการแต่งกายงามและรองทั้งสองท่าน

 

                                        ผู้ได้รับการโหวตเหลือ 1 ใน 3 ของหนุ่มเอ็มแห่งราตรีสังสรรค์



ระบบการรับอุปถัมภ์ชาวต่างชาติ

คุณศิริลักษณ์  บูรพาวิจิตร  ผู้อำนวยการฝ่ายอุปถัมภ์บุคลากร และคุณเย็นยิ่ง  จงจิต ผู้จัดการฝ่ายอุปถัมภ์บุคลากร   ได้พูดคุยถึงเรื่องระบบการรับอุปถัมภ์ฯ  ปัจจุบันมีศูนย์เอเอฟเอสฝ่ายอุปถัมภ์ตั้งอยู่ทั่วภูมิภาคจำนวน  15 ศูนย์  พร้อมทั้งนำ  Presentation เกี่ยวกับนักเรียนแลกเปลี่ยนมาให้ชม 

การรับอุปถัมภ์นักเรียนแลกเปลี่ยนฯ ซึ่งมีทั้ง ระยะ 1 ปีระยะ 6  เดือน  ระยะ  6 สัปดาห์และสั้นสุดคือระยะ  4 สัปดาห์ รวมทั้ง โครงการบริการชุมชน  เช่นมาฝึกงานที่ รพ. /  /ฝึกเลี้ยงสัตว์   ศึกษางานป่าชายเลน ฯลฯ   และเชิญชวนให้ผู้ที่ไม่เคยรับ  ทดลองรับระยะสั้นไปก่อน

 

 

                                                           คุณศิริลักษณ์  บูรพาวิจิตร

ที่น่าสนใจคือการเข้าร่วมโครงการ ของ Education Program และ English Summer Program ของไทย   ประเทศสมาชิกแรกที่ส่งนักเรียนมาเข้าร่วมโครงการคือประเทศอิตาลี  เริ่มขึ้นในปี พ.ศ . 2552  และในปี 2555 นี้จะส่งนักเรียนเข้ามาศึกษาแลกเปลี่ยน-เรียนรู้วัฒนธรรม จำนวนสูงถึง  60 กว่าคน
นอกจากนั้นประเทศเยอรมนี  ยังได้เขียนเมลล์มาบอกว่า  ประเทศไทยตอนนี้  เป็นที่นิยมมาก
     ***  ชาวไทยส่งบุตร-หลานไปเรียนภาษาอังกฤษที่ต่างประเทศ  แต่ประเทศทางยุโรปเริ่มหันมานิยมเรียน English Program ที่ประเทศไทย ***



จากการประชุมอาสาสมัครเอเอฟเอสของโรงเรียนที่เปิดสอน  EP/MEP เมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา  มีหลายท่านเสนอแนะให้สร้างบรรยากาศให้เหมือนกับต่างประเทศและเพิ่มศักยภาพ  คล้ายกับการทำ MOU โดยนำเรื่องความแตกต่างทางวัฒนธรรม มาให้นักเรียนได้สัมผัส  ได้เรียนรู้ถึงความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรม  เพราะเด็กบางคนอาจไม่มีโอกาสได้ไปศึกษาที่ต่างประเทศ

     


                                                                  คุณเย็นยิ่ง  จงจิต

คุณเย็นยิ่ง  จงจิต เพิ่มเติมเรื่องการ Support นักเรียนแลกเปลี่ยน ที่เปรียบเสมือน Unfinished  Product  โดยสรุปกระบวนการทั้งเรื่องการจัดค่ายปฐมนิเทศปูพื้นฐานของการปรับตัว และค่ายอื่นๆ และการดูแลระหว่างการพำนัก  ที่เรียกว่าPreventive Support หัวใจของการรับอุปถัมภ์ คือความพร้อมที่จะเสียสละ และความเข้าใจในความแตกต่างของวัฒนธรรม และมีวิธีการดูแลนักเรียนแลกเปลี่ยนเหล่านี้ให้อยู่อย่างมีความสุข และประทับใจ 

การคัดเลือกนักเรียนเข้าร่วมโครงการฯ

คุณรัชนีกร ภู่สุโข  ผู้อำนวยการฝ่ายคัดเลือก ส่งเสริมอาสาสมัครและพัฒนาโครงการ    แนะนำข้อมูลเรื่องการรับสมัครเด็ก  สรุปใจความสำคัญคือ  การเริ่มต้นที่ดี  ทำให้ความวุ่นวายลดลง มีการตรวจสอบอย่างชัดเจน  มีหลายเขตของภาคใต้ทำได้ดีเช่น  กระบี่  ชุมพร  สุราษฏร์ธานี  ภูเก็ต  เพราะได้รับความร่วมมือจากผู้ประสานงานแต่ละโรงเรียนอย่างดีที่สุด



                                                              คุณรัชนีกร   ภู่สุโข

นักเรียนสมัครสอบแข่งขันจำนวน 14.000 กว่าคน  ส่งไปได้เพียง 700  คน  บางคนต้องการเพียงแค่ผ่านข้อเขียน  คนที่ต้องการเข้าร่วมจริงๆต้องสมัครสอบสัมภาษณ์อีกครั้งหนึ่ง

การคัดเลือก   ผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการ ฯต้องพิจารณาหลายๆด้าน เช่น  สนใจใฝ่เรียนรู้  สนใจผู้อื่น  ใจกว้าง  มีมนุษยสัมพันธ์  มองตนอง-ผู้อื่นในแง่ดี  กลุ่มสัมภาษณ์ไม่ควรเกินกลุ่มละ 12 คน  แบ่งกลุ่มตามประเภทของการสมัคร เช่นทุนมุสลิม  ทั่วไป   ทุนเรียนดี

คุณสมบัติของผู้สัมภาษณ์  มีความยุติธรรม  ตั้งคำถามตามแนวในคู่มือ   เน้นผู้เข้าร่วมโครงการที่มีความอดทน  มีความรู้-ความเข้าใจในอุดมการณ์  ไม่ใช่แค่มีเงินก็ไปได้

มีการเชิญอาชีพอื่นมาช่วยสัมภาษณ์  โปร่งใส ตรวจสอบได้  ยุติธรรม

ใบสมัครสอบเป็นสีฟ้าเหมือนเดิม  มีการเพิ่ม  คุณสมบัติของนักเรียน   ให้ตรวจสอบแล้วทำเครื่องหมายให้ชัดเจนตามประเภทของการสมัคร

และเชิญอาสาสมัครผู้มีประสบการณ์แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเสริมเทคนิคที่ประสบผลสำเร็จดังนี้

  

                             
                                               อาจารย์แน่งน้อย /อาจารย์ลัดดา / อาจารย์ศิริมาศ 

 
อาจารย์แน่งน้อย  ยงชูยศ  จากภูเก็ตเล่าว่า  ดำเนินการคล้ายเอเอฟเอสสัญจร  พานักเรียนเก่ามาช่วยกันประชาสัมพันธ์  ให้น้องๆได้พบ-ได้ซักถาม  ติดไวนิวท์  ให้เด็กๆชวนกันสมัคร  นำเสื้อเอเอฟเอสประเทศไทยใส่โฆษณาโครงการฯ  พานักเรียนที่เคยไปต่างประเทศไปออกทีวี    คุยกันหลังไมค์ ที่คลื่นวิทยุ  91.5เป็นช่องทางการสื่อสารระหว่างเอเอฟเอส กับอาสาสมัคร ทำอย่างไรจะรับสมัครให้ทันเวลา 

อาจารย์ลัดดา  รุ่งเรืองพันธุ์  จากระนอง   ศึกษาข้อมูลตามคู่มือ รับรองไม่ผิด  แยกประเภทให้เรียบร้อย เพื่อผลประโยชน์ของเด็ก  ไม่ให้เสียผลประโยชน์ของเด็กๆ เช่นทุนของบุตรพนักงานบริษัท  ทุนมุสลิม  

เด็กที่มาสอบหากเป็นบุตรของพนักงานออมสิน  แม้ไม่ได้ปรากฏในระเบียบการ  แต่หากขอทุน  ทางออมสิน เขาก็ให้  ซึ่งระนอง  ได้ให้ทุนเต็มจำนวน ถึง 2 ปีซ้อน  การใช้สิทธิของทุนออมสินเวลาสมัครใช้รหัสทั่วไป  พอสอบได้ไปดำเนินการขอรับทุนเองได้เลย  

อาจารย์ศิริมาศ  เพ็ชรไทยพงษ์ จากปัตตนี  เวลากรอกข้อมูลห้ามผิดพลาดโดยเด็ดขาด ต้องมีการตรวจสอบให้ดี หากปฏิบัติตามข้อแนะนำจะเกิดผลดี 

                                     ***.... ขอขอบคุณ  ผู้เข้ามาเยี่ยมชมทุกท่านนะคะ ... ***

                                              Get to know Thai AFS Participants