พ่อบอกป่วยที่เดียวนี่คุ้มจริงๆ เป็นที 4 โรค

พ่อ เป็นคนที่แข็งแรงมาก ไม่เคยเจ็บป่วยรุนแรงที่ต้องเข้าโรงพยาบาล มีเพียงผ่าตัดไส้เลื่อนเมื่อ 4 ปีก่อน  แต่ สองปีมานี่รู้สึกว่า พ่อเริ่มจะเจ็บป่วยบ่อยขึ้น เร่ิมตั้งแต่ ประมาณปลายปี 2553 จำได้ว่าช่วงเข้าพรรษา plan จะไปเยี่ยมพี่ชายที่สัตหีบ  แต่คืนนั้นเองก่อนเดินทาง  ได้ยินเสียงอาเจียนอย่างรุนแรงในห้องน้ำ เดินมาดู พ่อกำลังนั่งอยู่ที่พื้นห้องน้ำแบบหมดแรง  จึงพามานอน พ่อบอกปวดท้อง คิดว่าอาหารไม่ย่อย เพราะตรวจร่างกาย ไม่มีอะไรผิดปกติมาก กินยาสังเกตอาการ 2 ชม.อาการไม่ทุเลา จึงพาไป โรงพยาบาล  คุยกับเพื่อนเป็นหัวหน้าเวรว่า ไม่ต้องตามแพทย์หรอก สงสัยไส้ติ่ง observe รอถึงเช้าก็แล้วกัน เหลืออีกไม่กี่ ชม. พอรุ่งเช้า หมอมาตรวจ สรุปว่า สงสัยไส้ติ่งจริง จึงส่งมารักษาต่อที่ รพ.มหาราช เพราะเป็นวันหยุดยาวแพทย์ศัลย์ที่ รพ.พิมายไม่อยู่ ไปถึงมหาราช จริงดังที่คิด พ่อเป็นไส้ติ่งอักเสบ  สรุปว่าพับโครงการไปเที่ยว  พี่ชายและพี่สาวต้องเดินทางจากสัตหีบมาบ้านแทน กระเป๋าเราก็ได้ใช้จากเจ็บผ้าไปเที่ยว เป็นไปเฝ้าพ่อแทน พ่อผ่าตัดไส้ติ่งเรียบร้อย นอนที่ รพ.มหาราช 5 วัน  แปลกมาก มีไข้ต่ำๆตลอด เราพยายามรายงานหมอ แล้ว  แต่ด้วยsign อย่างอื่นไม่มี แพทย์ศัลย์ ฯ ที่มหาราชก็ลงความเห็นว่า น่าจะเป็นเพราะอายุมากอาจมีไข้หลังผ่าได้  แผลก็แห้งดี   ก็เลยให้กลับบ้านแต่ ชลัญธร  คาใจ  มีไข้หลังผ่าตัด ไม่ธรรมดาแน่  เราก็ไม่คุ้นเคยกับแพทย์ รพ.มหาราช ก็เลยคิดว่าจะกลับมา รักษาต่อที่ รพ.พิมาย  

    "อ้า ! หมอให้ออกก็ออก" พอกลับมาก็โทร.หาคุณหมอชาญศักดิ์  ท่านก็แสนดีมารอ order ให้ทีเดียว  ผลปรากฏว่า ได้โรคที่ 2 คือ ปอดบวม (Pneumonia ) สรุปมานอนรักษาต่อที่ รพ.พิมาย  ให้ยาฆ่าเชื้อทางหลอดเลือด  ให้อยู่อีก 3 วัน ก็ยังมีไข้  อีก ทุกวัน

    เอาล่ะซิ  ชลัญธร ก็เริ่มปรึกษากับแพทย์ชาญศักดิ์ใหม่ ว่า เอะ ทำไมไข้ไม่ลง  ท่านก็มาตรวจใหม่อีกรอบ

     "อ้าวทำไมตาเหลือง" แพทย์ชาญศักดิ์ อุทาน  ซึ่งตอนนี้ ได้เปลี่ยนยาฆ่าเชื้อเป็นอีกตัวแล้ว 

     แล้วท่านก็ส่งเลือดตรวจ พบว่า มีโรคที่ 3 ตับอักเสบ  อ้าวรักษาต่อ อีก 3 วัน  คราวนี้เพิ่มแพทย์อายุรกรรม เป็นแพทย์ อธิคมอีกคนมาร่วมดูแล  รักษาไปไข้ก็ยังต่ำๆอยู่  ตาก็ยิ่งเหลืองมากขึ้น แพทย์ อธิคมก็ให้ งดยาพาราเซตามอลสำหรับลดไข้  ตาก็ยังไม่หายเหลือง ไข้ก็ยังต่ำๆ  แพทย์อธิคมก็มาถามว่า

   "พี่ผมถามจริงๆ พ่อได้กินอาหารเสริมอะไรมั๊ย"

   "ไม่มีนะหมอ  แต่เอ๊ะ เห็นพี่ชายมาเยี่ยมเหมือนว่า เอาน้ำมันรำข้าวที่กำลังขายดิบขายดี  มาให้ ต้องถามพ่อก่อนว่ากินหรือเปล่า "

    สรุปพ่อกินน้ำมันรำข้าวที่พี่ชายเอามาให้  วันละ 4 เม็ด  แพทย์อธิคม สั่งงดน้ำมันรำข้าว  ได้ผล  ตาเหลืองลดลง การทำงานของตับดีขึ้น  แต่ยังไข้ต่ำๆบ้างสูงบ้าง   แพทย์อธิคมกับแพทย์ชาญศักดิ์ก็เริ่มปวดหัว "ทำไงดีหว่า"

      "พี่โจ้ผมใช้ยาฆ่าเชื้อจะหมดโรงพยาบาลอยู่แล้วนะ" ไปมหาราชอีกมั๊ย 

     ชลัญธรส่ายหัว  "หมอยังเอาอยู่" จึงปรึกษาแพทย์ชาญศักดิ์ เพิ่มเติม ว่าลองรักษาหว่านเหมือน ไข้แมงแดง(scrub thyphus)มั๊ย  ให้ doxy ไปเลย  สรุปว่า แพทย์ อธิคม  แพทย์ ชาญศักดิ์ และ ชลัญธร พยาบาลเจ้าของไข้   ลงความเห็นให้ Doxy  และตรวจเลือดดูไข้ฉี่หนู  ผลการรักษาปรากฏว่า ไข้ลดลง อาการเริ่มดีขึ้น เป็นลำดับ  ผลการตรวจไข้ ฉี่หนู พบว่า Positive นอนรพ.เกือบเดือน

   สรุปโรคที่ได้จากการรักษาครั้งนี้ของพ่อ

    - ไส้ติ่งอักเสบ

    - ปอดบวม

    - ตับอักเสบ

    - ไข้ แมงแดง (scrub thyphus) ไม่แน่ใจรักษาหว่าน

    - ไข้ฉี่หนู     

    แพทย์อธิคม บอกว่า เป็น case แรกที่เจอปััญหาที่ซับซ้อน นี่ถ้าไม่ใช่พ่อพี่โจ้ผมส่งหนีไปนานแล้ว รักษาไปปวดหัวไป  แต่ก็ดีเหมือนเป็น Case  study ทำให้มองคนไข้ ที่ยังมีปัญหาได้ครอบคลุม 

    ยังไงก็คงต้องขอขอบคุณ แพทย์ชาญศักดิ์ แพทย์อธิคมที่ช่วยกันรักษาพ่อให้หายได้  นี่แหล่ะ ความใส่ใจของแพทย์ ที่ไม่เพียงรักษาโรค แต่ยังรักษาคน ด้วย ( รักษาคนหมายถึง  แพทย์คิดถึงความลำบากของคนดูแล เพราะหากส่งไป รพ.มหาราช ลูกๆ ทุกคน คงต้องลำบาก ในการดูแลมากกว่านี้ )

     เฮ้อ!  เป็นทีคุ้มเลยพ่อ เอามันหลายอย่างทีเดียว