การจัดการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้

อ่านข่าวที่น่ายินดี จากมติชน โดยเมื่อวันที่ 2 เมษายน นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้มอบให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น พื้นฐาน (สพฐ.) ไปปรึกษาหารือกับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เพื่อจัดทำยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษารอบใหม่ให้เห็นผลในการยกระดับคุณภาพการศึกษาให้ดีขึ้น ที่สำคัญต้องเป็นยุทธศาสตร์ที่เป็น รูปธรรมมากที่สุด ไม่ใช่เป็นนามธรรมเหมือนยุทธศาสตร์ที่เคยทำกันไว้ ซึ่งยุทธศาสตร์ที่จะจัดทำ จะเน้นการจัดการศึกษาในส่วนของ สพฐ.เป็นหลักก่อน จากนั้นจะเชื่อมโยงไปยังการศึกษาเอกชน การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และการศึกษาสายอาชีวศึกษา ทั้งนี้ จากข้อมูลของทีดีอาร์ไอพบว่าปัจจัยตัวป้อนของประเทศไทยสูงขึ้นทุกอย่าง เช่น ครูมีเงินเดือนสูงขึ้น วิทยฐานะที่ดีขึ้น เป็นต้น แต่ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กไทยยังย่ำอยู่กับที่ ฉะนั้น แสดงว่าสูตรการพัฒนาการศึกษายังเกาไม่ถูกที่คันสิ่งเหล่านี้ตรงกับแนวทางที่ สพฐ.คิดอยู่ว่าควรจะต้องปรับระบบค่าตอบแทนและความก้าวหน้าของครูที่ยึดโยงกับผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนเป็นหลัก
"นายสุชาติได้พูดคุยกับทีดีอาร์ไอก่อนหน้านี้ และมีข้อเสนอว่าการเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 9 ปีแรก ควรให้ความสำคัญกับวิชาที่เป็นเครื่องมือการเรียนรู้ ซึ่งเรื่องดังกล่าวได้เป็นจุดเน้นที่ สพฐ.ประกาศไว้แล้ว เช่น ช่วงชั้นที่ 1 ระดับประถมศึกษาปีที่ 1-3 จะต้องเน้นอ่านออกเขียนได้ คิดเลขเป็น ช่วงชั้นที่ 2 ประถมศึกษาปีที่ 4-6 เน้นการอ่านคล่อง เขียนคล่อง และคิดแก้โจทย์ปัญหาคล่อง โดยทีดีอาร์ไอยังเสนอว่าการวัดประเมินผลต่อไปควรวัดเฉพาะสิ่งที่จำเป็นไม่ควรวัด 8 กลุ่มสาระจะเป็นภาระมาก" นายชินภัทรกล่าว
ข่าวนี้ อยากให้การปฏิรูปการศึกษาของไทย เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน เพราะเราเปลี่ยนแปลงมาสิบกว่าปี น่าจะปรับเปลี่ยนอีกครั้งและทุกอย่างเมื่อเปลี่ยนแปลงแล้วต้อง "ดีขึ้น" เชื่อมั่นในความตั้งใจของทุกฝ่าย
ที่มาบางส่วน: หนังสือพิมพ์มติชน