ชีวิตใหม่หลังจากเยี่ยมบ้าน

สวัสดีค่ะ สมาชิก gotoknow ทุกท่าน วันนี้ นู๋ดา จะขอแนะนำศูนย์แพทย์ 1 ของโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก กับการดูแลผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง และเบาหวานในชุมชน ค่ะ โดย คุณซูซานา พงศ์เลขา(กะนา) หัวหน้าศูนย์แพทย์ 1  และทีมเยี่ยมบ้าน มีเรื่องเล่าให้ฟังค่ะ ซึ่งมีชื่อเรื่องว่า

 “คุณลุงผู้โดดเดี่ยวและผลของการเยี่ยมบ้าน”

ชุมชนเจริญสุข อยู่ในความรับผิดชอบของศูนย์แพทย์ชุมชน โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เป็นชุมชนไทยพุทธ ร้อยละ 90 อยู่ห่างจากศูนย์แพทย์ไปทางทิศใต้ ประมาณ2 กม.ลึกเข้าไปท้ายชุมชน มีทางเดินเท้าเล็กๆมีหญ้ารกทั้ง 2 ข้างทางสูงเกือบถึงเข่า เวลาเดินต้องกึ่งเดินกึ่งวิ่งจากการกลัวตัวทากมาเกาะ บ้านหลังสุดท้ายนั้นคือเป้าหมายของเรา ในละแวกนี้ มีบ้านอยู่ประมาณ 5 หลังคาเรือนเมื่อเดินไปสุดทางเดินจะพบต้นมะขามใหญ่อยู่หน้าบ้าน พื้นดินหน้าบ้านเป็นเป็นดินสีดำ ยวบๆเพราะเกิดจากการทับถมของใบมะขาม

ประตูบ้านปิดสนิทบ้านดูค่อนข้างกว้างเป็นบ้านปูน 2 ห้องติดกันแต่ปูนนั้นเป็นรอยร้าวแตกเป็นทางยาว ลักษณะเหมือนบ้านร้าง เมื่อสิ้นเสียงเรียกจากเจ้าหน้าที่ ก็มีเสียงตอบจากผู้ชาย เสียงห้วนๆ ถามว่า ใคร มาทำไม เราจึงแนะนำตัวว่ามาจากศูนย์แพทย์ จะมาเยี่ยมเยียนคะ “เดี๋ยวเปิดประตูให้” ประตูจะล๊อคกุญแจจากด้านใน เมื่อเปิดประตูเข้าไป เราได้พบกับชายวัยกลางคน ขาซ้ายขาดนั่งกระเถิบๆอยู่กับพื้น ใกล้ๆก็จะมี เบาะที่หนอน สีดำ คล้ำๆ สกปรก วาง บนพื้นกลางห้องที่ดูโล่งๆ มีโซฟาเก่าๆ อยู่ 2 ตัวและโทรทัศน์ เก่าๆอีก 2 เครื่อง ข้างบนหัวนอนมี หม้อหุงข้าวไฟฟ้า กระติกน้ำร้อนไฟฟ้า และจานขามที่ยังไม่ได้ล้างอีก 3-4 ใบ มีเศษอาหารบูด และมีแมวตัวผอมๆ อีก 3 ตัว มองทะลุไปด้านหลังจะเห็นห้องครัวเก่าๆที่ไม่ได้ใช้

ผู้เป็นเจ้าของบ้าน คือ คุณลุง สมมิตรแซ่ตัน อายุ 58 ปี มีลูกชาย 1 คน ทำงานอยู่ที่กรุงเทพ ส่งเงินมาเดือนละ 1000-1500 บาท ส่วนภรรยาได้ทิ้งคุณลุงไปนานแล้ว คุณลุงเป็นคนหน้าตาดี ผิวขาว ผอม นน.50 กก. ความดันโลหิตสูง 180/100 mmHg CBS 420 mg/dl มีโรคประจำตัว คือ ความดันโลหิตสูงและเบาหวาน  ขาซ้ายถูกตัดเหนือเข่า ตั้งแต่ปี 50 เราได้พบกับคุณลุง ปี51 ขณะนั้นคุณลุงยังอยู่กับภรรยา หลังจากถูกตัดขา คุณลุง มักมีอารมณ์ฉุนเฉียว โมโห ง่าย ดื้อ ไม่ยอมทานยา สูบบุหรี่และดื่มเหล้าอย่างหนัก ทำให้ภรรยาคุณลงุทนไม่ได้และหนีไป แต่ก็ยังคอยแอบมาดูแลอยู่ห่างๆ  แต่ก่อนลุงไปรับยาที่โรงพยาบาลเป็นประจำ แต่ไม่ทานยา ทำให้ยากองเต็มที่บ้าน คุณลุงจะทานยาเมื่อมีอาการปวดศีรษะ เป็นหวัด

ครั้งแรกๆที่ไปเยี่ยมคุณลุงไม่ค่อยได้รับความร่วมมือเท่าไหร่นัก คุณยังคงฉุนเฉียว แต่เราก็เพียรไปเยี่ยมคุณลุงอยู่บ่อยๆ พยายามพูดคุย ทุกครั้งจะเจาะ น้ำตาลและตรวจความดันโลหิต ซึ่งก็จะสูงทุกครั้ง เราก็จะให้คุณลุงดู และบอกให้คุณลุงทานยานะ คุณลุงก็รับปากไปตามเรื่องซึ่งเราก็รู้ว่าคุณลุงจะไม่ทานยาแน่ๆเรากลับมาพยายามคิดที่จะแก้ปัญหากัน จนกระทั่งครั้งสุดท้ายเราได้พาอสม.ที่อยู่ในชุมชน ไปเยี่ยมกับเราด้วยซึ่งคุณลุงก็รู้จักดี และให้ความเคารพนับถือ เราไปกัน 4 คน ทุกคนพูดคุย กับคุณลุงด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม และก่อนกลับครั้งนั้น ดิฉันได้พูดกับคุณลุงประโยคหนึ่งว่า “ เห็นมั้ยคะคุณลุงสมมิตร ใครๆก็รัก คุณลุง อยากช่วยดูแลคุณลุง ทำไมคุณลุงไม่รักตัวเองบ้างละคะ นี่ภรรยาคุณลุงก็ไม่อยู่แล้ว ถ้าคุณลุงไม่ดูแลตัวเอง ไม่ทานยา สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า อยู่อย่างนี้ ถ้าเป็นอะไรไป ใครจะมาดูแลคุณลุงละคะ” คุณลุงทำหน้าเศร้าๆ แล้วเราก็ลากลับไป

อยู่มาวันหนึ่ง หลังจากที่ไปเยี่ยม 1 เดือน ในขณะที่เรากำลังให้บริการผู้ป่วยอยู่ที่ศูนย์แพทย์ จู่ๆ มีผู้ชายคนหนึ่งเดินลงจากรถมอเตอร์ไซค์ รับจ้าง ใช้ไม้เท้าค้ำยัน กะย่องกะแย่งเข้ามาในศูนย์แพทย์ แล้วยิ้มมาแต่ไกลเราทุกคนทำสีหน้าสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณลุงสมมิตร วันนี้มาถึงที่นี่ได้ วันนี้ ลุงแต่งตัวสะอาด หน้าตายยิ้มแย้ม เรารีบทัก คุณลุง สมมิตรเป็นอะไรคะ วันนี้มาได้ละคะ ลุงสมมิตร พูดว่า ลุงตั้งใจมาที่นี่โดยเฉพาะ ลุงจะมาหา หมอๆทุกคน เราบอกว่า ไหนบอกมาซิว่าเกิดอะไรขึ้น คุณลุงพูดไป น้ำตาไหลไป ก็ผมสงสารคุณหมอๆทั้งหลาย อุตส่าห์ ไปเยี่ยม ไปดูแลผมถึงบ้าน แต่ผมกลับไม่รักตัวเอง เนี๊ยะ เมียก็ทิ้งไปแล้ว ลุงมาคิดๆดู ว่าถึงเวลาแล้วที่ลุงต้องพึ่งตัวเอง ต้องลุกขึ้นมาสู้อีกครั้ง ลุงต้องจะพิสูจน์ว่าลุงทำได้ เมียลุงจะได้กลับมาอยู่กับลุงเหมือนเดิม ต่อไปคุณหมอๆไม่ต้องลำบากไปเยี่ยมลุงถึงบ้านแล้ว ลุงจะมาเอง ถ้ามีอะไรให้ลุงช่วยก็บอกนะครับ ลุงยินดี จะช่วยเต็มที่ เรานั่งฟังคุณลุง ก็แอบดีใจอยู่ลึกๆ ว่า สำเร็จแล้ว ลุงบอกว่า ตอนนี้ ลุงเลิกได้หมดแล้ว ทั้ง เหล้า ทั้งบุหรี่ ต่อไปจะทำตัวดีๆ ทานยาสม่ำเสมอ( ยังไม่ได้บอกว่าอดีตลุงเป็นผู้รับเหมาติดตั้งระบบไฟฟ้า ตามโรงแรมใหญ่ๆ มีลูกน้อง สิบกว่าคน มีเงินเป็นล้านๆ ซื้อทองให้ภรรยาใส่ เป็น สิบๆบาท มีรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ เป็น สิบๆ คัน และอยู่ในสังคมของคนรวยๆเคยเป็นที่นับหน้าถือตา)

แล้วเราก็ยังคงไปเยี่ยมเยียนคุณลุงอยู่บ่อยๆ ภายในบ้านคุณลุงแตกต่างจากครั้งแรกๆที่เราไปเยี่ยม มากเพราะดูสะอาดสะอ้าน เก็บของเป็นระเบียบ ปูนหน้าบ้านที่แตกร้าวก็ได้รับการซ่อมแซม ใบมะขามหน้าบ้านก็ถูกกวาด สะอาด มีม้าหิน 1 ชุด เพิ่มขึ้นมาหน้าบ้าน แต่เราก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมลุงมีขวดเหล้าที่มีน้ำใสๆ เรียงอยู่เต็มไปหมด คุณลุงได้เฉลยว่า นั้นเป็นรายได้ของลุงนะ เดี๋ยวนี้ลุงไม่ขอรับเงินจากลูกชายแล้ว ลุงขายเหล้าป่า เราทำสีหน้าตกใจ ลุงรีบบอกว่า มันเป็นผลิตภัณฑ์ของตำบลที่ตากใบ ถูกต้องตามกฎหมาย ครับ ลุงหัวเราะชอบใจเมื่อเห็นเราทำสีหน้าตกตะลึง ลุงไม่ดื่มเองนะ ลุงเลิกแล้วจริงๆ แต่ลุงขายได้ วันละ 200-300 บาท  นี่แหละ อาชีพใหม่ของลุง ลุงบอกว่า ต่อไปจะหัดเดินใหม่ นี่ลุงก็ ได้ไปจ้างให้เค้ามาทำราว ให้ลุงหัดเดนแล้ว จะทำกับเหล็ก  พร้อมทั้งหยิบขาเทียม ที่มีฝุ่นเกาะ( เพราะลุงได้เก็บไปนานแล้ว ) มาเช็ดถู ลุงจะเดินใหม่ให้ได้ พูดอย่างมั่นใจ ตอนนี้ ดูลุงมีกำลังใจที่จะมีชีวิตอยู่ อย่างมากมาย พูดไปน้ำตาลุงก็ไหลด้วยความปลาบปลื้ม  เราเองแอบยิ้มดีใจที่เห็นคุณลุง มีความสุขและมีกำลังใจอย่างนี้

ปัจจุบันคุณลุงเป็นคนไข้ตัวอย่างของเรา คุมความดันได้ดี น้ำตาลอยู่ในเกณฑ์ปกติ