ความไม่ประมาทจะพาเราพ้นภัยอันตราย

   เดือนเมษายน เป็นช่วงระยะอีกช่วงหนึ่งที่คนไทยเราจะได้ฉลองความสุขร่วมกันของคนในครอบครัว แต่ก็อีกนั่นแหละในช่วงนี้ก็จะเป็นช่วงแห่งความสูญเสียของคนไทย อันเนื่องมาจากอุบัติเหตุในการเดินทางไปหาความสุข แต่ไม่ใช่ว่าจะกลัวจนสิ้นหนทางที่จะฉลองความสุข ความทุกข์ที่เกิดขึ้นจะหมดหรือบรรเทาเบาบางลงได้ด้วย ความไม่ประมาท

    หลายครั้งที่ขับรถมอเตอร์ไซด์ ไปตามถนนแล้วเห็นผู้ขับอยู่ข้างหน้าเอื้อมมือหยิบหมวกกันน็อกขึ้นมาสวมเมื่อผ่านป้อมยามตำรวจ และอีกไม่ถึง ยี่สิบเมตรก็ถอดออก เพราะพ้นสายตาตำรวจ  เพราะเขาคิดว่าหมวกน็อกคือหมวกกันนายไม่ใช่เหมวกกันตาย หรือกันพิการ อยากจะบอกให้พวกเขาเหล่านั้นได้ทราบถึงพระคุณของหมวกกันน็อกว่ามีมากขนาดไหน

   ปี 2546 ขับมอเตอร์ไซด์กลับจากเรียนมาตามเส้นทางของตนเองด้วยความเร็ว 60 กิโลเมตร/ชั่วโมง มาถึงทางตัดสี่แยกมองแยกทางซ้ายก็เห็นว่า 10 ล้อ ชะลออยู่ เราก็มาของเราถูกแต่จู่ 10 ล้อก็พุ่งตัดเข้ามาถึงเรา เราก็คว่ำอยู่กลางถนน รู้อีกทีนอนอยู่ในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล เนื้อตัวถลอกปอกเปิด หมวกกันน็อกเร้าหมอบอกว่าโชคดีที่ศีรษะไม่กระทบกระเทือน

   ปี 2552 เช้าวันเสาร์ขับมอเตอร์ไซด์ไปจ่ายตลาดก่อนจะไปอยู่เวร ออกจากบ้านไปประมาณ 6 กิโลเมตร อาการวูบ ซึ่งเป็นโรคประจำตัวกำเริบรถตกถนนตัวเองหล่นจากรถแล้วกลิ้งไปตามถนน สุดท้ายได้ยินหมวกกันน็อกกระทบพื้นรู้สึกตัวปวดที่ต้นคอ ถอดหมวกออกไปขึ้นรถไปโรงพยาบาลหมวกกันน็อกแตกผลการตรวจหมอบอกว่าโชคดีที่สวมหมวกศีรษะจึงไม่เป็นอะไร

  ปี 2555 นั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์ลูกชายกลับจากเยี่ยมญาติที่โรงพยาบาลความเร็วรถประมาณ 40 กิโลเมตร/ชั่วโมง ระยะทางประมาณครึ่งกิโลจะถึงบ้าน ฝนตกโปรยปราย มอเตอร์ไซด์เลี้ยวตัดหน้าเข้าซอย ลูกชายเบรคกระทันหันรถล้วคว่ำแม่กระเด็นออกจากรถข้ามลูกชายไปเนื้อตัวถลอกช็อคหมดสติฟื้นที่โรงพยาบาล หมอและทุกคนบอกว่าโชคดีที่ใส่หมวกกันน็อกและหมวกก็ไม่หลุด

   ปัจจุบันนี้เห็นดิฉันบนรถมอเตอร์ไซด์เมื่อไหร่ก็จะเห็นหมวกกันน็อกบนศีรษะเมื่อนั้น  ฉะนั้นใกล้เมษายน แล้วจึงอยากจะฝากข้อคิดจากพระคุณของหมวกกันน็อกให้ทุกคนได้นำกลับไปคิดว่า  ตั้งแต่ครั้งแรกหากไม่มีหมวกกันน็อกดิฉันจะมีวันนี้มาเล่าให้หรือไม่ หมวกกันน็อกอย่าใส่ไว้กันนาย อย่ากลัวนายมากกว่ากลัวตาม