HITAP มีรายงานผลการวิจัย เรื่อง การศึกษาผลกระทบในเชิงเศรษฐศาสตร์และคุณภาพชีวิตจากโรคอ้วนในประเทศไทย    ซึ่งอ่าน ppt เสนอผลการวิจัยได้ ที่นี่

 

          สรุปว่า ในปี ๒๕๕๒ โรคอ้วนก่อผลเสียทางเศรษฐกิจแก่ประเทศไทยกว่า ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๐.๑๓ ของ จีดีพี   และก่อผลเสียด้านคุณภาพชีวิตของตัวบุคคลที่เป็นโรคอ้วนมากมาย   ใน สรอ. ปี ๒๕๓๘ การสูญเสียทางเศรษฐกิจจากโรคอ้วน ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ เหรียญ คิดเป็นร้อยละ ๑.๓๓ ของ จีดีพี

 

          ท่านที่สนใจรายละเอียดของรายงานการวิจัยนี้ ขอได้จาก โครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ, สสส., หรือ สวรส.

 

          ที่น่าวิตกคือ โรคอ้วนกำลังระบาดเพิ่มขึ้นอย่างมาก คือผลการสำรวจครั้งที่ ๑ ในปี ๒๕๓๔ ความชุกของโรคอ้วน (ดัชนีมวลกาย ๒๕ ขึ้นไป) ในผู้ชายร้อยละ ๑๓.๐  ในหญิงร้อยละ ๒๓.๒   ผลสำรวจครั้งที่ ๔ ในปี ๒๕๕๑ - ๒๕๕๒ ตัวเลขเท่ากับ ๒๘.๔ และ ๔๐.๗ ตามลำดับ 

 

          รายงานนี้บอกว่าผลเสียจากโรคอ้วนมี ๓ กลุ่มคือ

 

๑.       ผลเสียต่อสุขภาพ   มีความเสี่ยงมากต่อการเป็นโรค เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง หายใจลำบาก ภาวะหยุดหายใจในขณะหลับ โรคของถุงน้ำดี   มีความเสี่ยงปานกลางต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ข้อเข่าเสื่อม ภาวะยูริกในเลือดสูง/เกาท์ ภาวะแทรกซ้อนในระหว่างตั้งครรภ์   มีความเสี่ยงระดับต่ำต่อโรค มะเร็ง มีบุตรยาก มีถุงน้ำในรังไข่ชนิดหลายถุง ปวดหลัง ความผิดปกติของทารกในครรภ์
๒.     ผลเสียต่อผลิตภาพ (productivity) โดย (๑) เพิ่มการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร  (๒) เพิ่มการขาดงาน  (๓) ขาดประสิทธิภาพขณะทำงาน
๓.      ผลเสียต่อคุณภาพชีวิต  โดยมีวิธีวัดที่ซับซ้อน
 
            เราต้องช่วยกันรณรงค์สร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคอ้วน   เพื่อปกป้องสังคมไทย ไม่ให้เป็นสังคมอมโรค
 
 
วิจารณ์ พานิช
๗ มี.ค. ๕๕