พ่อขอบอกลูก

ได้มีโอกาสอ่านหนังสือเกี่ยวกับสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีซึ่งจะครบรอบวันประสูติวันที่  ๒  เมษายน  อ่านแล้วรู้สึกประทับใจมากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชหัตถเลขาถึงสมเด็จพระเทพฯ เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม  ๒๕๔๗

ลูกพ่อ

        ในพื้นแผ่นดินนี้ทุกสิ่งเป็นของคู่กันมาโดยตลอด มีความมืดและความสว่าง ความดีและความชั่ว ถ้าให้เลือกในสิ่งที่ตนชอบแล้ว ทุกคนปราถนาความสว่าง ปราถนาความดีด้วยกันทุกคน แต่ความปราถนานั้นจักสำเร็จลงได้จักต้องมีวิธีที่จักดำเนินให้ไปถึงความสว่างหรือความดีนั้น ทางที่จักต้องไปให้ถึงความดีก็คือรักผู้อื่น สามารถแก้ปัญหาได้ทุกปัญหา  ถ้าให้โลกมีแต่ความสุขและเกิดสันติภาพความรักผู้อื่นจักเกิดขึ้นได้

พ่อขอบอกลูกดังนี้

๑ ขอให้ลูกมองผู้อื่นว่า เป็นเพื่อนเกิด เพื่อนแก่ เพื่อนเจ็บ เพื่อนตายด้วยกัน ทั้งหมดทั้งสิ้น ไม่ว่าอดีต ปัจจุบัน อนาคต

๒  มองโลกในแง่ดี และจะให้ดียิ่งขึ้น ควรมองโลกจากความเป็นจริง อันจักเป็นทางแก้ปัญหาอย่างถูกต้อง และเหมาะสม

๓  มีความสันโดษ คือ

    -  มีความพอใจเป็นพื้นฐานของจิตใจ พอใจตามมีตามได้ คือได้อย่างไร ก็เอาอย่างนั้น ไม่ยึดติด ขอให้คิดว่ามีก็ดี ไม่มีก็ได้ พอใจตามกำลัง คือมีน้อยก็พอใจตามที่ได้น้อย

    -  ไม่เป็นอึ่งอางพองลมจะเกิดความเดือดร้อนในภายหลัง

    -  พอใจตามสมควร คือทำงานให้มีความพอใจเหมาะสมแก่งาน

    -  ให้ดำรงชีพให้เหมาะสมแก่ฐานะของตน

๔  มีความมั่นคงแห่งจิต คือให้มองเห็นโทษของความเกียจคร้าน และมองเห็นคุณประโยชน์ของความเพียร และเมื่อเกิดสิ่งที่ไม่พึงปรารถนาให้ภาวนาว่า......มีลาภ  มียศ  สุขทุกข์ปรากฏ สรรเสริญ  นินทา  เสื่อมลาภ  เสื่อมยศ  เป็นกฏธรรมดา อย่ามัวโศกานึกว่า  ชั่งมัน  นี่เป็นคำพ่อสอนที่กลั่นออกมาจากหัวใจของผู้เป็นพ่อสู่ลูกได้อย่างลึกซึ่ง และเป็นโชคดีที่สุดของคนไทย ที่สมเด็จพระเทพฯ อนุญาตให้นำมาเผยแพร่ เพื่อเป็นการแบ่งปันข้อคิดดี ๆ แก่ประชาชนของพระองค์ท่าน