มองย้อนหลังไป 18 ปี ผมเดินทางมารับราชการที่หัวหิน เมื่อปี 2537 ครั้งแรกมาเพื่อติดต่อกับหน่วยงาน ......
บ้านชมคลื่นแห่งความหลัง
โสภณ เปียสนิท
...........................................

พระเปรียบให้ฟังว่า “ชีวิตเหมือนฟองน้ำ” เกิดขึ้นแล้วก็แตกดับไปอย่างรวดเร็ว บางครั้งท่านกล่าวว่า “ชีวิตเหมือนพยับแดด” ที่ตั้งขึ้นกลางแดดเป็นรูปร่างเต้นระยิบ แต่ไม่นานแดดหายไป พยับแดดที่เห็นอยู่ก็หายไป สรุปว่า ชีวิตเป็นของเล็กน้อย ตั้งอยู่ได้ไม่นาน เปราะบางแตกหักง่าย เมื่อก่อนผมไม่ค่อยได้คิดแนวนี้สักเท่าใด เพราะยังมองว่า ชีวิตยังอีกยาวไกล ยังไม่จำเป็น แต่ว่า ไม่นานนัก เพื่อนเริ่มทยอยเสียชีวิตล่วงหน้าไปก่อนหลายคน แม้ความจริงจะเป็นเช่นนี้ แต่มีคนเพียงจำนวนน้อยเท่านั้นที่จะเอาใจใส ตระหนักรู้ถึงความน้อยนิดของชีวิต
มองย้อนหลังไป 18 ปี ผมเดินทางมารับราชการที่หัวหิน เมื่อปี 2537 ครั้งแรกมาเพื่อติดต่อกับหน่วยงาน รถทัวร์พาผมไปลงที่เขต 4 สวนสน เพราะอยู่ใกล้กับสถานที่พักตากอากาศของทหารที่มีชื่อเสียงของหัวหิน ก่อนลงยังย้ำกับเด็กท้ายรถว่า “ราชมงคล วิทยาเขตวังไกลกังวลแน่นอนนะ” เด็กท้ายรถหันมาส่งยิ้มให้แบบค่อนข้างทะเล้นว่า “ร้อยเต็มร้อยเลยครับ” ก่อนผมก้าวขาลงจากรถทัวร์กรุงเทพฯ-ปราณบุรีด้วยความมั่นใจ
เหยียบแผ่นดินมั่งคงดีแล้ว เงยหน้ามองดูทางเข้า “เอ ไหงดูเงียบเชียบชอบกล” ผมสะพายกระเป๋าเสื้อผ้าชุดเดียวมองสำรวจลึกเข้าไปด้านในวิทยาเขต ชักจะเริ่มเอะใจ เพราะไร้วี่แววของผู้คนไม่ว่าใครทั้งนั้น ใจเตือนใจว่า “ผิดที่เสียแล้ว” ค่อยๆ ก้าวเดินเข้าสู่ประตู “บ้านทรายทอง” เอ้ย วิทยาเขตอย่างช้าๆ ยามสูงวัยท่าทางแข็งแรงโผล่พรวดจากพุ่มไม้ด้านซ้ายมือ เข้ามาใกล้ “มาหาใครครับ” ตกใจเล็กน้อยแกมยินดี เพราะคิดว่าไม่มีใคร แต่ยังมีใครให้ถามบ้าง ยังเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่ง “ครับ มาติดต่อสำนักงานครับ” ผมอึกอักเล็กน้อยเหมือนกัน เพราะยังไม่รู้ว่าตนเองมาหาใคร “มีแต่ช่างทำงานก่อสร้างอยู่โน่น” กล่าวแล้วชี้มือเข้าไปด้านใน ซึ่งผมมองตามไปเห็นเพียงอาคารเรียงรายหลายหลังอยู่ลิบๆ
คำว่ามีแต่ช่างทำงานก่อสร้างตอกย้ำว่า ผมมาผิดที่แน่นอนสมองเริ่มทำงานหนักขึ้นว่า จะหาเป้าหมายคือสำนักงานของมหาวิทยาลัย (ตอนนั้นยังมีสถานะเป็นสถาบัน) ได้อย่างไร แต่ต้องใช่ถ้อยคำที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้าใจได้ง่าย “มีครูอาจารย์ทำงานอยู่ข้างในหรือเปล่าครับ” เจ้าหน้าที่ยิ้มกว้างเห็นรอยย่นบนใบหน้า “ไม่มีเลยครับ” เอาละซิ แล้วผมจะพบใครดีละทีนี้ “อ้าว แล้วครูอาจารย์ไม่ได้ทำงานที่นี่หรือครับ” ผมถามให้เป็นเรื่องชวนสนทนาตามปกติ “ครับ ไม่มีใครมาทำงานที่นี่หรอกครับ ยังไม่เปิดทำการ” เวรของกรรม “แล้วผมจะไปแจ้งเจ้าหน้าที่ได้ที่ไหน” “เรื่องอะไรครับ” “รายงานตัวเพื่อปฏิบัติงาน” เจ้าหน้าที่ยิ้มน้อยๆ “คงต้องไปที่เขต 2 ชมคลื่น” “แล้วผมจะไปอย่างไร” “ไปรถเมล์ก่อนก็ได้ แล้วไปลงที่แยกเขาตะเกียบ แล้วต่อเมล์เครื่องเข้าไปที่ราชมงคลชมคลื่น”

<blockquote>
<h4>“ชีวิตเหมือนฟองน้ำ” เกิดขึ้นแล้วก็แตกดับไปอย่างรวดเร็ว บางครั้งท่านกล่าวว่า “ชีวิตเหมือนพยับแดด” ที่ตั้งขึ้นกลางแดดเป็นรูปร่างเต้นระยิบ แต่ไม่นานแดดหายไป </h4>
</blockquote>
อาจารย์โสภณคะ เวลาผ่านไปเร็วมากจริง ๆ หากเราได้บันทึกชีวิตก่อนหน้านี้ คงจะมีเรื่องราวให้เรียนรู้อย่างมากมายนะคะ
ขอบคุณสำหรับการให้กำลังใจครับ
เรียนคุณ
ครับ
ขอบคุณที่แวะมาให้กำลังใจ
ขอบคุณที่แวะมาเยือนเป็นกำลังใจ
ขอบคุณทีแวะมาเป็นกำลังใจนะครับ
ขอบคุณสำหรับกำลังใจ
ขอบคุณที่แวะมา
เวลาผ่านไปเหมือนติดปีกบิน
ความแก่ชราตามหลังมาด้วยเสมอ
ขอบคุณที่แวะมาเยือนเป็นกำลังใจ
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยือน
- มาชื่นชม.....บ้านชมคลื่นแห่งความหลัง.....ที่น่าชื่นชมค่ะ
- ท่านอจ. โสภณ เปียสนิท....คือ....นักพัฒนา...ตัวจริง+คนจริงค่ะ
- ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณที่แวะมา แบ่งปันข้อคิดความเห็น
ขอบคุณที่แวะเวียนมาเยือน
“ครับ ไม่มีใครมาทำงานที่นี่หรอกครับ ยังไม่เปิดทำการ”
ยินเพลงเศร้าคราวผ่านสะพานเก่า
ดอกรักเหงาเทาหม่นกับคนแก่
คงไม่มีใครเทียวมาเหลียวแล
เห็นเพียงแค่ "เกย์"ผ่านมาท่านเดียว เอย อิอิ
ขอบคุณที่แวะมาเยือน