การย่างมีมานาน เชื่อเรื่องการสมานแผล ลึกลงไปคือการดูแล ความห่วงใย
กลับบ้านที่สกลนครคราวนี้ ก้าวขึ้นบ้าน พบว่าบนบ้านมีแคร่ไม้ไผ่ ใต้แคร่เป็นเตาไฟ ใช้ย่างคนเจ็บ (หลาน) ที่แขนขา ใบหน้ามีรอยฟกช้ำดำเขียวจากอุบัติเหตุ
ถุงยาที่พบแพทย์วางข้างตัว ยาคลายกล้ามเนื้อที่ต้องรับประทานตามแพทย์สั่ง
ยังคงจูนกันได้ระหว่างการแพทย์สมัยใหม่และวิธีแบบโบราณ
การย่างเชื่อกันว่าช่วยให้แผลข้างในประสาน ใช้ความร้อนเป็นตัวกลาง
สมัยเด็กๆได้เห็นการย่างบ่อยเหมือนกัน ทราบว่าแต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ2-3วัน
เห็นอย่างนี้ก็นึกถึงการอยู่ไฟ
นึกถึงการดูแลผู้ป่วยด้านจิตวิญญาณ
ภายใต้การย่างบวกการดูแลเข้าไปอบอุ่นยิ่งนัก
เริ่มจากการหาใบไม้ตามความเชื่อปริมาณมากพอควร มารองที่แคร่ก่อนปูเสื่อ ปูที่นอน
คนป่วยนอนบนแคร่ คนดูแลต้องคอยสุมไฟไม่ให้มอดและกะจังหวะให้พอดี เติมถ่านทีละก้อน อดหลับอดนอนดูแลยามค่ำคืน เป็นยาใจได้อย่างดี
...
"ย่าง" คำเดียวนึกเสียวว่าคือปิ้ง
"ย่าง" อีกคำจริงจริงคือการก้าว
"ย่าง" แบบนี้รักษาโรคแบบเบาเบา
"ย่าง" กันเข้า ขอกิน "คนปิ้ง" เอย
...
;)...
คือความรัก คือการดูแล คือศาสตร์และศิลป์
สวัสดีค่ะอาจารย์ Wasawat Deemarn
"ย่าง"คำเดียวสั้นๆมองได้หลายความหมาย อาจารย์มีบทกวีเพราะๆมาฝากด้วย ขอบคุณมากค่ะ
ช่วงที่แขนหัก เกือบได้ย่าง คนโบราณว่ารักษาอาการช้ำในค่ะ
สวัสดีค่ะน้อง namsha
เห็นแคร่ เห็นใบไม้ที่เขาเตรียม คนเฝ้าอดหลับ อดนอนดูแลกัน เห็นการดูแลใส่ใจยามเจ็บไข้ได้ป่วย ซึ้งค่ะ ภายใต้คำว่าย่าง มีหลายอย่างที่สื่อความหมาย แคร์ ดูแลด้วยใจค่ะ
น้องน้ำชาสบายดีนะคะ ขอบคุณมากค่ะ
สวัสดีค่ะอ.ดร. ธวัชชัย ปิยะวัฒน์.
ขอบคุณมากค่ะสำหรับดอกไม้กำลังใจ
เหมือนการ"อยู่ไฟ" สมัยก่อนใช่มั๊ยคะ
สวัสดีค่ะพี่ครูป.1
ขอบคุณค่ะ
ใช่แล้วค่ะ คล้ายๆกัน เพียงแต่การอยู่ไฟต้องนั่งข้างๆกองไฟ มีดื่มน้ำร้อนด้วย ส่วนย่างจะนั่งบนแคร่เหนือเตาไฟ เข้าใจว่าอาศัยความร้อนเหมือนๆกันค่ะ