...

บันทึกนี้มีเรื่องเล่าการลงมาจากดอยสุเทพแล้วเราเดินทางไปชมหัตถกรรมพื้นบ้านคือการทำร่ม  กระดาษร่มทำมาจากเปลือกต้นไม้สามีในพื้นที่บ่อสร้างและคันร่มนั้นทำด้วยแก่นต้นกระท้อนเขาว่าอย่างนั้น

ผมได้แต่ไปชมความสวยงามในการแต้มลวดลายต่าง ๆ ของร่ม  และเราแวะโรงงานทำหนังเป็นกระเป๋าหนัง  สายเข็มขัดหนังอะไรประมาณนี้ 

 พอดีมีสายเข้ามาจาก สงขลาถามเรื่องการประชุมเกี่ยวกับพุทธศาสตร์ที่จะจัดใน ม. ทักษิณ ผมเลยคุยไปสองนานได้เวลาออกรถไปทำการสักการบูชาสามกษัตริย์คือพญางำเมือง  พญาเม็งราย  และพ่อขุนรามคำแหงมหาราช  

 ต่อจากนั้นเราไปวัดสะดือเมืองเชียงใหม่ 

 ไปเจอศิษย์เก่า มจร. รุ่นน้องโดยบังเอิญ  พระคุณเจ้าไปจบ ป. โท  ที่ อินเดียกลับมาอยู่วัดนี้เลยได้คุยกันสองนาน 

 และผมได้โอกาสถวายหนังสือที่มวลนิสิตร่วมกันจัดทำ  พร้อมนิมนต์บรรยายพอหอมปาก

พระคุณเจ้าเล่าเรื่องพระพุทธรูปองค์ขาวคือโปกปูนไว้ข้างในเป็นทองคำ 

 ตั้งอยู่กลางถนนเดิมบริเวณนั้นเป็นวังของพญาเม็งรายที่มาสร้างเมืองเชียงใหม่นั้นแล 

 การต่อสู้ทวงสิทธิ์วัดคืนมาได้เป็นวิหารพระปูนขาวครึ่งถนนหนึ่งขณะครึ่งอีกข้างเป็นถนนมีรถวิ่งผ่านอยู่  แล้วเวนคืนที่ดินจากชาวบ้านรุกเข้ามาจับจองจนกลายเป็นวัดมีพื้นที่ให้พระที่อยู่อาศัย

ช่วงเย็นตามอัธยาศัย  คณาจารย์จาก ม. เพชรบุรีจะไปวัดพระบรมธาตุเจดีย์หลวงชวนผมไปด้วย  โอเคครับ ประมาณ 17.30 น. พวกเราไปถึงวัดเจดีย์หลวงในตัวเมืองเชียงใหม่นั้นละ 

 พอไปถึงได้เข้าไปไหว้องค์พระธาตุเจดีย์หลวงเสร็จพอดี  ขณะผมถอยออกมาเหมือนมีพายุหมุนเข้ามาบริเวณองค์เจดีย์เลยหลบไปอยู่ข้างโบสถ์ที่อยู่ด้านหน้าถ้าจำไม่ผิด...เอ๊ะ...เกิดปรากฎการณ์แปลก ๆ คือผ้าที่พันห่มองค์พระธาตุเกิดมีชีวิตลอยเคว้งคว้างกลางอากาศ ต้องจินตนาการเหมือนพญานาคร่ายรำรอบองค์เจดีย์เลยละครับ ( เป็นความคิดส่วนตัวโปรดใช้พิจารณาญาณ ) เป็นอยู่ประมาณ 15 นาทีจึงสงบ  ท่ามกลางสายตาของฝรั่งชาวบราซิลและออสเตเรีย   อาจารย์ตั้ม  นักวิจัย ( ว่าที่ ดร. ), ดร. ตูน แฟนกันกับ อาจารย์กวาง  ( ว่าที่ ดร. ) เป็นคณาจารย์จาก ม. เพชรบุรีและอาจารย์ ออม นักวิจัย จาก ม. เชียงใหม่ ผมมีโอกาสถ่ายรูปไว้พอได้ดูกันละ...

แง่คิดแม้นไม่เชื่ออย่าลบหลู่...