“บทเรียนจากกระบวนการสานเสวนา”
เพื่อสร้างให้เกิดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกระบวนการสานเสวนา สถาบันปวงผญาพยาวได้จัดให้มีเวทีสานเสวนาการพัฒนากว๊านพะเยาอย่างมีส่วนร่วม ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2555 ณ โรงเรียนพระปริยัติธรรม วัดศรีโคมคำ อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา โดยชวนเครือข่ายฯ จากทุกภาคส่วนนำบทเรียนดีที่เกิดขึ้นจากกระบวนการมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน
การทำให้เกิดแนวร่วมเพื่อพูดคุยกัน ตนเองได้คิดไว้นาน แต่ไม่มีเวทีพูดคุย จึงเป็นนิมิตหมายที่ดีที่จะก้าวต่อไปในการพัฒนากว๊านพะเยา ตนเองในฐานะเจ้าของกว๊านพะเยา ได้มีคนมาเสนอในหลายๆ ครั้งว่ากว๊านพะเยาควรจะทำอย่างนั้น ทำอย่างนี้ ทั้งๆ ที่เป็นคนที่มาท่องเที่ยว ดังนั้นคนพะเยาจึงควรให้ความใส่ใจในเรื่องของการพัฒนากว๊านพะเยา โดยมีส่วนร่วม โชคดีที่มีโครงการพระราชดำริ จะเป็นการเริ่มต้นที่ดี และมีความชัดเจนมากขึ้น
ปัญหาของกว๊านพะเยา ที่น้ำไม่เพียงพอ น้ำไม่สะอาด การบุกรุกที่กว๊านพะเยา ฯลฯ การประชุมเสวนาเพื่อหาแนวทางการพัฒนากว๊านพะเยาหลายครั้ง ตนเองก็ได้เข้าร่วมตลอด การร่วมรณรงค์ให้น้ำกว๊านพะเยาสะอาด โดยโยนดาสต้าบอล แนวทางที่ตนเองได้เข้าร่วมเสวนาพูดจากับประชาชน จึงเกิดแนวคิดว่าควรจะมีการแบ่งเขตกว๊านพะเยา เป็นเขตอนุรักษ์ ให้อปท.รอบกว๊านพะเยา เป็นผู้แล การขุดลอก จะต้องอาศัยเครื่องจักรกล การกำจัดวัชพืชในกว๊านพะเยา โดย อบจ. ได้มาประชุมกับฝ่าย อปท. เพื่อให้เข้ามามีส่วนร่วมในการกำจัดผักตบชวา และนำมาขาย ให้แก่โรงปุ๋ยของอบจ. การปลุกจิตสำนึกในการเป็นเจ้าของกว๊านพะเยา โดยการสร้างเป็นหลักสูตรของสถานศึกษา เพื่อให้คนพะเยารู้จัก และความรู้สึกเป็นเจ้าของ
นอกจากนี้ต้องมีการทำงานเชิงรุก โดยมีสภากว๊านพะเยา ควรจะประกอบด้วย อปท. ท้องที่ ประชาชนทุกภาคส่วน ไม่มีการโยกย้าย จะต้องเป็นองค์กรถาวรของคนพะเยาอย่างแท้จริง ไม่ให้เป็นเจดีย์ยอดด้วน ที่มีข้าราชการจะมีการโยกย้าย ไม่มีเจ้าภาพหลัก การพัฒนาที่ไม่ต่อเนื่อง การมีธรรมนูญกว๊านพะเยา เพื่อเป็นหลักการในการพัฒนากว๊านพะเยา การท่องเที่ยวที่จะต้องเป็นธรรมชาติ ที่น่าท่องเที่ยว การเก็บภาษี ให้เป็นกองทุนในการพัฒนากว๊านพะเยา เพื่อให้มีงบประมาณในการพัฒนากว๊านพะเยา โดยคนพะเยาอย่างยั่งยืน
นายรัฐวุฒิชัย ใจกล้า นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านตุ่น ตัวแทนองค์กรปกครองท้องถิ่น
ต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างทำ เมื่อลงไปที่ชุมชน สิ่งที่เห็นคือ ณ วันนี้เริ่มคิดไปทางเดียวกัน แต่การทำยังไม่เป็นจริง ถ้าเราช่วยกันนำผักตบออก ไม่กี่วันก็หมด เราไม่ได้ทำ โยนให้หน่วยงานอื่น เช่น อบจ. เทศบาล สิ่งนี้อยู่ที่เราจะทำหรือ ไม่ทำ ในวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๕ จะมีการประชาพิจารณ์เรื่องการพัฒนากว๊านพะเยา สิ่งที่เราร่วมกันคิดคือ อยากเห็นกว๊านสวย มีน้ำเพียงพอ และการพัฒนาที่มีส่วนร่วมจากประชาชน เป็นโอกาสดีที่สมเด็จพระเทพฯ รับเป็นโครงการพระราชดำริ เรื่องการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม และครม.สัญจรที่ จ.เชียงใหม่อนุมัติงบประมาณ ๑,๕๐๐ ล้านบาท ให้แต่ละท้องถิ่นที่มีสิ่งก่อสร้างเตรียมโครงการไว้ เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการ
เจนศักดิ์ ลิมปิติ โครงการชลประทานพะเยา ตัวแทนภาครัฐ
ในฐานะเป็นภาควิชาการ การทำงานที่ผ่านมาหน่วยงานรัฐ ภาคประชาชนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการพัฒนากว๊านพะเยา ร่วมกับทางมหาวิทยาลัยพะเยา โดยส่วนตัวของนักวิจัยมองว่าทุกภาคส่วนสามารถนำข้อมูลไปใช้ได้ การลงไปทำงานวิจัยร่วมกับชุมชน ทำให้เห็นว่าชุมชนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และมีองค์ความรู้มากมายที่เกิดขึ้น มีข้อสังเกตว่าส่วนใหญ่ชุมชนเมืองจะเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาน้อยกว่าชุมชนชนบท เช่น การมองผักตบชวาของคนแต่ละฝั่งจะแตกต่างกัน คนในเมืองมองว่าเป็นสิ่งที่รกตา แต่ไม่ได้ช่วยกันแก้ปัญหา คนชนบทมองว่าเป็นสิ่งที่จะทำให้เกิดรายได้ จึงต้องช่วยกันดูแล และจัดการให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยการพัฒนากว๊านพะเยา น่าจัดช่วยกันออกแบบให้เป็น Lake หรือ wetland และจัดการกว๊านพะเยาร่วมกัน โดยมีกลไกที่มาจากทุกภาคส่วนมาร่วมกัน มหาวิทยาลัยพะเยาเป็นหน่วยงานที่อยู่ตรงกลางกำลังจะดูการพัฒนาที่เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดความยั่งยืนท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงที่ก้าวไปสู่ความเป็นสากลอย่างรวดเร็ว
ผศ.ดร.สุขทัย พงศ์พัฒนศิริ มหาวิทยาลัยพะเยา ตัวแทนภาควิชาการ
“สานพลังท้องถิ่น –ราชการ-วิชาการ- ประชาชน”
จังหวัดพะเยามีกว๊านพะเยา เป็นตัวแทนของจังหวัดพะเยา ทุกคนเป็นเจ้าของร่วมกัน อยากเห็นกว๊านพะเยาสวยงาม และอยากมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของกว๊านพะเยา มีการใช้ประโยชน์ที่ต่อเนื่องยาวนาน ตั้งแต่เป็นกว๊านพะเยาในปี ๒๔๘๔ ถึง ๒๕๕๔ ที่กว๊านพะเยาเกิดขึ้นมาจากแหล่งน้ำสายเล็กหลายสาย ๗๐ ปีที่ผ่านมา เกิดปัญหาขึ้นมากมาย เช่น การชะล้างสารเคมีลงในกว๊านพะเยา น้ำเน่าเสีย ผักตบชวา กว๊านพะเยาตื้นเขิน ฯลฯ อาจเป็นเพราะการไม่มีเจ้าภาพ การไม่มีงบประมาณ ไม่มีความรู้ที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหา
ต่อมาจังหวัดพะเยาได้เสนอโครงการพระราชดำริต่อสมเด็จพระเทพฯ ซึ่งท่านทรงรับในด้านสิ่งแวดล้อม โดยให้มูลนิธิชัยพัฒนารับผิดชอบ ดร.เกษม จันทร์แก้ว ได้รับผิดชอบหลัก โดยมีแนวทางว่าจะต้องให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วม และไม่มีความขัดแย้ง เกิดเป็น ๕ แผนงานหลัก คือ แผนงานด้านการจัดการน้ำ แผนงานคุณภาพน้ำ แผนงานด้านสัตว์น้ำ แผนงานด้านการจัดการปริมาณน้ำ และแผนงานด้านการติดตามประเมินผล โดยทุกแผนงานมีภาครัฐ และสถาบันการศึกษาเป็นฝ่ายหนุนเสริม และให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ เพื่อความยั่งยืน เช่น กรณีของสภากว๊านพะเยา ซึ่งต้องหาวิธีการสร้างให้เกิดขึ้นในทางปฏิบัติ สิ่งที่ภาครัฐจะต้องทำก่อนคือ การแบ่งประเภทการพัฒนากว๊านพะเยา เช่น การสำรวจออกแบบรูปพรรณสัณฐานของกว๊านพะเยา เพื่อวางแผนการขุดลอกกว๊านพะเยา
นายวรพจน์ ผ่องสมัย ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.พะเยา
ในส่วนของโครงการพระราชดำริ มีการร่างโครงการไว้แล้ว และมีเจ้าภาพ ๓ ส่วน คือ ภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาควิชาการซึ่งเป็นด้านองค์ความรู้ ทางมหาวิทยาลัยซึ่งมีปณิธานในการสร้างปัญญาเพื่อความเข้มแข็งของชุมชน ซึ่งมีการกำหนดบทบาทของมหาวิทยาลัยในการทำงาน ๕ ทิศทาง โดยการพัฒนานักวิชาการในมหาวิทยาลัย การพัฒนาการจัดการเรียนการสอนให้อาจารย์นำความรู้ไปสอนนิสิต การให้นิสิตได้เข้าไปมีส่วนร่วม การสนับสนุนโครงการพระราชดำริ นำองค์ความรู้ในมหาวิทยาลัยไปสู่ชุมชน และการเป็นเจ้าภาพในการพัฒนาจังหวัดพะเยา และให้แต่ละคณะลงไปทำงานในแต่ละอำเภอ โดยเลือกลงไปทำในพื้นที่ตำบลให้เป็นต้นแบบ เพื่อให้ได้องค์ความรู้ไปขยายผลในตำบลอื่น การพัฒนาให้เป็นโมเดลลุ่มน้ำกว๊านพะเยา เพราะมหาวิทยาลัยตั้งอยู่ในลุ่มน้ำแม่ต๋ำ เพื่อให้เป็นโมเดลในการพัฒนาลุ่มน้ำกว๊านพะเยา ให้สอดคล้องกับภาระหน้าที่ของมหาวิทยาลัยพะเยา
นายชำนาญ แสงแก้ว ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยพะเยา
กว๊านพะเยาเป็นจุดแข็งของเมืองพะเยา เป็นแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ หลายยุคหลายสมัยมีความพยายามในการแก้ไขปัญหา ทุกคนมีความมุ่งมั่นในการทำงาน แต่ติดขัดกฎหมายมากมายหลายประการ และขาดผู้มีประสบการณ์ในการช่วยกันคิด โดยเฉพาะสภาพปัญหาทีเกิดขึ้น เช่น การบุกรุกที่ดิน ปัญหาจากการท่องเที่ยว ฯลฯ ตอนนี้ อปท.หลายแห่งได้ร่วมมือกันแก้ไขปัญหา และมีการพูดคุยกับหลายๆ ท้องถิ่น เช่น ผักตบชวา จะมีการแก้ไขปัญหาร่วมกั บอปท.หลายแห่ง
นายอาทิตย์ มานัสสา ทีมที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา
ส่วนตัวดีใจที่มีโอกาสมีส่วนร่วมในการพัฒนา ก้าวแรกคือ การมีเวทีเสวนาพบปะ ซึ่งเป็นก้าวแรก ส่วนก้าวที่สอง จะนำไปสู่กระบวนการปฏิบัติ สิ่งที่เราทำคือ การรักษาป่าต้นน้ำ การปลุกจิตสำนึกให้ลุกขึ้นปกป้องทรัพยากรป่าไม้ ซึ่งมีต้นแบบหลายแห่ง เป็นโมเดลที่ขยายไปสู่ ๑๒ ลำห้วย เป็นสิ่งที่ต้องทำในโครงการพระราชดำริ ในภาคของการเกษตร ซึ่งวิถีการผลิตพึ่งพาสารเคมี ทำนาเพื่อการผลิต โดยไม่ได้เก็บไว้กิน เพราะใช้สารเคมีในการทำนามากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าต้นน้ำกว๊านพะเยา รวมทั้งการไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำในการทำนา จึงต้องให้มีการขุดสระในนา เพื่อกักเก็บน้ำ ซึ่งตนเองได้ทำเป็นต้นแบบในการทำนาปลอดสารเคมี และขยายแนวคิดในทุกๆ ครั้งที่มีโอกาส รวมทั้งนำเสนอในโครงการพระราชดำริด้วย
ป้อมเพชร กาพึง เครือข่ายอนุรักษ์และพัฒนาป่าต้นน้ำกว๊านพะเยา
“เสียงสะท้อนจากคนรักกว๊าน”
ในชุมชนเมืองขาดการมีส่วนร่วม เพราะไม่รับรู้ข้อมูล คนพะเยารู้ปัญหา แต่ปัญหาที่จะจัดการคือ กฎหมายของท้องถิ่น แต่ไม่กล้าตัดสินใจในการจัดการกับปัญหาน้ำเน่าเสีย การใช้สารเคมี ส่งผลให้ปลาสูญพันธุ์ เช่น โรงสี ร้านอาหาร ซึ่งเป็นตัวก่อปัญหาโดยตรง การเพาะพันธุ์ การปล่อยปลายังจำเป็นหรือไม่ อาจจะต้องขอยกเลิก ในส่วนพื้นที่ราชพัสดุ ถ้าประมงไม่อนุญาตก็ทำไม่ได้ แต่การปล่อยน้ำเสียลงกว๊านพะเยามีการทำโดยไม่ได้ตระหนัก มีแต่ความสะดวก เวทีแบบนี้ ถ้าไม่เกิดการปฏิบัติ จะเป็นการสูญเปล่า เพราะไม่มีเจ้าภาพจริงๆ ไม่มีการทำต่อเนื่อง ประชาชนจะทำเองไม่ได้ เช่น การกำจัดผักตบชวา ถึงแม้ว่าจะมีโรงปุ๋ยก็ไม่มีการแก้ไขปัญหาได้ ไม่มีการบูรณาการแก้ไขปัญหากว๊านพะเยาได้จิรงจัง จะผลักดันอย่างไรให้หน่วยงานที่รับผิดชอบได้มีการแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง ในภาคเกษตรกร ถ้าไม่มีการใช่สารเคมี น้ำกว๊านพะเยาจะไม่เน่าเสีย ไม่มีปลาตาย ในส่วนของงานวิจัยที่มีมากมาย จะต้องคืนข้อมูลให้ชุมชน
นายวิศิษฐ์ สุปรียาพร ศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง จ.พะเยา
การแก้ไขปัญหาที่เริ่มจากตัวเองก่อน จะขยายในครอบครัว ไปสู่ชุมชน ดังนั้นตนเองจะต้องรู้จักตนเอง การเริ่มต้นจากตัวเองต้องทำอะไร แต่ละครอบครัวต้องทำอะไร เช่น อดีตทุกบ้านต้องมีสระน้ำ มีบ่อน้ำ เพื่อกักเก็บน้ำ การกำหนดเป้าหมายในการทำงานที่ชัดเจนก่อน โดยการเริ่มต้นที่ตนเองก่อน และขยายไปสู่ชุมชน นอกจากนี้จะต้องเริ่มจากคนที่รู้จริง มีข้อมูลจริง
อ.ชำนาญ แสงแก้ว กองบริหารงานวิจัย มหาวิทยาลัยพะเยา
การให้ประชาชนมีส่วนร่วม ต้องรู้สภาพพื้นที่ รู้ข้อมูลชุมชน ลำห้วยที่ไหลลงสู่กว๊านพะเยาว่ามีกี่สาย จัดเวทีกลุ่มผู้ใช้น้ำ กลุ่มเหมืองฝาย เพื่อค้นหาสภาพปัญหาของแต่ละลำห้วย
นายชาญณรงค์ พูนวิริยาภรณ์
สภาพปัญหาเรื่องการจัดการน้ำ และผักตบชวา ควรให้ อปท.เป็นฝ่ายจัดการ ให้ผู้ว่าราชการเป็นฝ่ายสั่งการ กรณีการทำนาที่ไม่มีสารพิษเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก เพราะมีการจำหน่ายได้อย่างเสรี อีกประการถ้ามีการลงมือปฏิบัติ ๑ เรื่องให้เป็นรูปธรรม จะเห็นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน แต่ต้องให้ทุกหน่วยงานได้มีส่วนร่วมอย่างจริงจัง
นายบุญมี คำลือ กำนันตำบลบ้านต๋อม
ควรการจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ ในลุ่มน้ำอิง สภาพของป่าต้นน้ำเป็นอย่างไร ให้คนทั้งลุ่มน้ำมาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าต้นน้ำอิงทั้งระบบ เรียนรู้วิถีชีวิตของคนทั้งลุ่มน้ำ สร้างช่องทางการสื่อสารให้คนทั้งลุ่มน้ำได้รับรู้ ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมออกแบบการจัดการ การเรียนรู้ การศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นพะเยา ลุ่มน้ำอิง เพื่อให้มีการย้อนอดีต มองปัจจุบัน ไปสู่อนาคต
นายเตชะภัณฑ์ มะโนวงศ์ เครือข่ายลุ่มน้ำอิง
การขุดลอกแม่น้ำอิง ควรมีการแบ่งโซนกัน การประกวดกัน ให้มีการดูแลแต่ละท้องถิ่น ตนเองอยู่ลุ่มน้ำอิงตอนกลาง มีความเป็นห่วงเรื่องสารพิษหมักหมม ควรมีการระบายน้ำก่อนฤดูฝนในเดือนสิงหาคม เพื่อป้องกันน้ำท่วมไร่นา ตั้งแต่บ้านหนองลาวถึงบ้านปางมดแดง ไม่เช่นนั้นปลาในกว๊านพะเยา และแม่น้ำอิงจะไม่มีกิน
นายสมาน บัวจ้อย บ้านปางมดแดง
เจริญพรคุณวศิน ที่ติชมหนังสือฯ
โอกาสหน้าจะส่งเล่มใหม่ไปให้