The world of knowledge

 

 

 

The world of knowledge (โลกของความรู้)

 

 

           ปัจจุบันเป็นโลกของความรู้เอาเสียจริง ๆ มีการเกิดการเปลี่ยนแปลงไม่ว่าเรื่องใด ๆ มากมายเสียเหลือเกิน กับสิ่งต่าง ๆ ซึ่งถ้าเราไม่ศึกษา ไม่รับรู้ เราก็สามารถที่จะกระทำได้...แต่ก็จะมีสิ่งหนึ่งเมื่อเราปิดการรับรู้แล้ว  สิ่งหนึ่งที่จะเกิดขึ้นกับตัวเรา นั่นคือ...การที่ตัวเราจะไม่รู้อะไร หรือกว่าจะรู้ก็ไม่ทันคนอื่นเขาเสียแล้ว... บางท่านอาจคิดว่า...เรื่องบางเรื่อง เช่น IT ไม่จำเป็นที่จะต้องไปเดินตามเขา...แต่ถ้าเมื่อมีโอกาสผู้เขียนคิดว่า...ก็ควรต้องรู้บ้าง ตามบ้าง เพราะไม่เช่นนั้น ตัวเราก็จะไม่ทราบ เป็นการพลาดโอกาส...ซึ่งปัจจุบัน สมกับคำว่า "The world of IT เสียจริง ๆ"...

 

             เรียกว่า ตั้งแต่เกิดมาจวบจนจะอายุเข้า ๕๐ ปี เต็มนี้ มา ณ ปัจจุบันนี้ เห็นการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก...ไม่เหมือนเมื่อ ๓๐ - ๔๐ กว่าปีที่แล้ว ที่เราเห็นการเปลี่ยนแปลงช้ามาก...เหตุที่เห็นเร็ว อาจเป็นเพราะปัจจุบันเป็นยุคของ... The world of IT ก็ว่าได้ จึงทำให้เราเห็นการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว...

              สำหรับการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ ก็เช่นเดียวกัน จากเมื่อ ๒๐ ปี ที่แล้ว ผู้เขียนใช้รุ่นที่พกแล้วเครื่องใหญ่มาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นของ Nokia หรือ Dtac มีแล้วไม่รู้ว่ากี่เครื่อง ทำให้ผู้เขียนเห็นพัฒนาการของโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่ออกมาเพื่อสนอง need ของผู้บริโภคเป็นอันมาก มีให้เลือกรุ่นแล้วรุ่นเล่า มากมายเกินที่จะจดจำ...

              

  

          สำหรับเครื่องเดิม Nokia E ๗๑ เป็นรุ่นที่ผู้เขียนเคยใช้มาเมื่อ ๒ ปีที่แล้ว (มหาวิทยาลัยซื้อให้เพื่อไว้ใช้ในการติดต่องานกับผู้บริหารและบุคลากรเกี่ยวกับงานของส่วนราชการ)...จึงทำให้ผู้เขียนได้รู้วิธีการหรือลูกเล่นของการใช้เครื่องโทรศัพท์รุ่นนี้...แต่ในครั้งแรกกว่าจะรู้เรื่องได้ เล่นเอารู้สึกเครียดบ้างเหมือนกัน...แต่ก็ไม่เคยละความพยายาม แม้ในตอนแรก ๆ มันจะขัดต่อความรู้สึกของเรา แต่ผู้เขียนก็คิดว่า ไม่มีสิ่งใดในโลกนี้ ที่ความเป็นมนุษย์เช่นตัวเรา จะไม่รู้เป็นไม่ได้...เพราะทุกสิ่งในโลกนี้ มีไว้เพื่อให้ตัวเราได้ศึกษา หาความรู้ จากสิ่งที่ตัวเรายังไม่รู้...ไม่อาย ไม่กลัวที่จะถามและหาความรู้จากคนอื่น...

 

              บางคนอาจคิดว่า เป็นผู้บริหารแล้วต้องรู้หมดทุกเรื่อง...ผู้เขียนตอบได้เลยว่า "เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะความรู้ในโลกยุคปัจจุบันไม่มีหรอกสำหรับโลกยุคเก่า"...ถ้าเมื่อเราไม่รู้มาก่อนสิยิ่งต้องถาม ถามใครก็ได้ ก็ในเมื่อเราไม่รู้ เพราะโลกยุคปัจจุบันเป็นโลกของการเรียนรู้ร่วมกัน ไม่ว่า ความรู้จากพ่อ - แม่ บางสิ่งก็ต้องเรียนรู้จากลูกด้วย เพราะในยุคก่อนไม่มีความรู้ในเช่นยุคปัจจุบันนี้...เพราะถ้าเป็นสมัยก่อนผู้ใหญ่หรือผู้บริหารไม่จำเป็นต้องมาถามเด็ก ๆ แต่ในยุคปัจจุบันผู้ใหญ่หรือผู้บริหารควรต้องหันกลับมาถามเด็กบ้างเพราะในโลกยุคใหม่นี้...เช่น เรื่อง IT เด็ก ๆ จะมีความรู้ในเรื่องนี้มากกว่าผู้ใหญ่ เพราะเด็ก ๆ เหมือนเกิดมาเพื่อโลกยุคปัจจุบัน...

                  การที่ผู้ใหญ่หรือผู้บริหารถามเด็ก ๆ ก็ไม่ใช่เป็นเรื่องที่น่าแปลก...ถามดีกว่า ๆ ที่จะ "หน้าแตก" ในภายหลัง...

            สำหรับ iPhone ๔ s นี้ก็เช่นกัน ถึงคราวที่เครื่องเดิมหมด Promotion แล้ว ทางมหาวิทยาลัยก็ให้ผู้บริหารได้เลือกว่าจะใช้รุ่นไหน มีให้เลือกหลายรุ่น แต่ผู้เขียนก็ตัดสินใจเลือกรุ่นนี้ ถามว่า...ทำไมไม่เลือกรุ่นอื่นที่ง่ายกว่านี้ แต่ผู้เขียนคิดว่า การเลือกรุ่นอื่นเหมือนการปิดการรับความรู้ เพราะตัวเราก็ทราบมาแล้ว...และก็เป็นคอมพิวเตอร์บ้างแล้ว...แต่สำหรับรุ่นนี้เป็นการที่ตัวเราจะได้ความรู้มากมายสำหรับการใช้โทรศัพท์รุ่นนี้ (มิใช่บอกเพื่อ Promote) แต่เป็นความคิดของผู้เขียนที่เลือก ๆ เพื่อต้องการหาความรู้ เรียกว่า "ความอยากรู้" เกี่ยวกับคุณสมบัติของการใช้โทรศัพท์เครื่องนี้...อีกอย่างโทรศัพท์รุ่นนี้เป็นระบบสัมผัส

(บางท่านอาจบอกว่า เครื่องราคาถูกก็เรียนรู้ได้...ก็ใช่อยู่...

แต่มันแตกต่างกันที่ application ขึ้นอยู่กับความเต็มใจใช้

ของแต่ละบุคคล)

 

 

             และก็มีเรื่องให้ตลกและหน้าแตกอีกมากมายสำหรับการใช้โทรศัพท์เครื่องนี้ สำหรับคนอายุปาเข้าไปจะ ๕๐...แต่เรื่องตลก + หน้าแตกเหล่านั้นกลับกลายเป็นครูมาสอนตัวเราได้อีก ทำให้เราได้รู้ เช่น การจับตัวเครื่องเวลาพูดโทรศัพท์ (เพราะเครื่องรุ่นนี้ ถ้าไม่สังเกตจะไม่ทราบหรอกว่าด้านไหนส่วนบน ด้านไหนส่วนล่าง เพราะก่อนที่เครื่องจะเปิด มันจะมืดหมดไม่มีแสง...ก็ทำเอาผู้เขียนหน้าแตกมาแล้ว คือถือโทรศัพท์กลับด้านบนลงด้านล่าง กลับด้านล่างขึ้นด้านบน...เรียกเสียง "ฮา" ได้จากน้อง ๆ ภายในกอง...)...และก็ยังมีเรื่องตลก + หน้าแตก อีกหลาย ๆ เรื่อง...น้อง ๆ ที่ เคาเตอร์ Service บอกผู้เขียนว่า "พี่...ใหม่ ๆ หนูก็เป็นเหมือนพี่นี่แหล่ะ ทำเปิ่นก็หลายครั้ง ไม่รู้ก็หลายหน...แต่ความไม่รู้นั้น มันจะกลับมาเป็นครูสอนเราเองให้เราได้รู้ว่าโลกนี้มีความรู้อีกมากมายที่เราจะต้องเรียนรู้กับมัน..."

                 ได้ฟังเท่านี้ ผู้เขียนก็ยิ้มหน้าบาน "เออ!!! จริง ๆ ด้วย ตัวเราก็ไม่เห็นที่จะต้องอายเลย ก็เราไม่รู้นี่นา ก็รับมันไปเสียก็สิ้นเรื่อง"...ต่อไปนี้ก็เป็นเรื่องที่ผู้เขียนจะต้องศึกษาหรือทำความเข้าใจกับโทรศัพท์เครื่องนี้ต่อไปอีกจนกว่าจะใช้เจ้าโทรศัพท์เครื่องนี้ "คล่องขึ้น" เพราะ application สำหรับเครื่องนี้มากมายเสียเหลือเกิน...สมเป็น "The world of knowledge" เสียจริง ๆ...