ภาพยนตร์โรงใหญ่ ที่มีนักแสดงนับพัน นับหมื่น ฉากที่อลังการณ์สุดพรรณา และทั้งหมดนี้เกิดจากผู้กำกับชื่อดัง ที่เรารู้จักกันดี คุณ "กรรม" นั่นเอง

  ผู้เขียนได้มีโอกาสอีกครั้งได้ไปอินเดีย หลังจากครั้งแรกเมื่อเดือนมีนาคม 2551 หลังจากนั้นมา ก็ดูเหมือนจะไม่มีจังหวะ เวลาที่จะทำให้ได้ไปเยือนเมืองแห่งการเรียนรู้ที่สำคัญที่สุดแห่งนี้เลย...อินเดีย

  การไปอินเดียครั้งนี้ ไปกับกรุ๊ปทัวร์ ซึ่งผู้เขียนโชคดี ที่มีผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับว่า การเดินทางครั้งนี้ ทำให้ผู้เขียนต้องใช้คำว่าจับใจตลอด จับใจตัวเองเอาไว้ ไม่ให้หลงพลัดเพลิด กับภาพที่เห็น กับความเป็นอยู่ กับความยากลำบาก และหรือสุขสบายเกินเหตุในบางครั้ง

  วันนี้ที่อินเดีย ผู้เขียนไม่มีพี่เลี้ยงเหมือนครั้งแรกที่ไป ครั้งแรกนั้นไปเพราะต้องการไปเป็นอาสาสมัครช่วยงานที่คลินิกรักษาคนจน ของวัดไทยกุสินารา ซึ่งเป็นโครงการที่คุณพลเดช วรฉัตร (ขณะนี้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตที่ศรีลังกา-18/03/2555) ได้ริเริ่มขึ้นที่ Gotoknow แห่งนี้ และหลายๆท่าน ก็ช่วยกันสานฝัน ช่วยกันส่งผู้เขียนไปอินเดียจนได้ ครั้งนั้นไม่ว่าจะไป ณ ที่ตรงไหน ดูสะดวกสบาย มีพระอาจารรย์จากวัดไทยหลายแห่งดูแล อำนวยความสะดวก เดินทางด้วยรถส่วนตัวผ่านเส้นทางได้รวดเร็ว น้อยครั้งที่ผู้เขียนจะได้ลิ้มรสอาหารอินเดีย เพราะกินข้าวที่วัด ซึ่งเป็นอาหารไทยล้วน จะมีแทรกขนมนมเนยบ้าง แต่ก็อร่อยดี ผู้เขียนไม่เคยเข้าห้องน้ำ 360 องศา กลางทาง ไม่เคยนอนโรงแรม และสัมผัสกลิ่นอาย ของอินเดียอย่างใกล้ชิด ขอขอบคุณพี่เลี้ยง ที่กรุณาต่อผู้เขียน ขอบคุณวันเวลาที่สร้างโอกาสให้ได้ทำสิ่งที่ดีงามได้โดยสะดวก และแม้ทุกสิ่งจะผ่านเลยไม่หวนคืน แต่ผู้เขียนก็ขอขอบคุณ

  เมื่อวันที่ 6-14 มีนาคม 2555 ผู้เขียนไปอินเดียด้วยสถานะนักแสวงบุญ นักท่องเที่ยว ที่มีหมู่คณะมากมายถึง 25 คน การเคลื่อนย้ายสถานที่ ต้องใช้รถบัสปรับอากาศ ที่วิ่งไม่เกิน 40 กม.ต่อชั่วโมง แต่ละวันต้องนั่งในรถบัสเพื่อการเดินทาง ไม่น้อยกว่า 5-8 ชั่วโมง จึงจะถึงที่หมาย บนถนนที่เต็มไปด้วยยวดยานพาหนะ วัว ควาย แพะ และผู้คน เสียงแตรที่คราคร่ำตลอดเวลา ไม่มีเงียบสักนาที

 ผู้เขียนมองเห็นภาพชีวิตมากมาย ราวกับภาพยนตร์โรงใหญ่ ที่มีนักแสดงนับพัน นับหมื่น ฉากที่อลังการณ์สุดพรรณา และทั้งหมดนี้เกิดจากผู้กำกับชื่อดัง ที่เรารู้จักกันดี คุณ "กรรม" นั่นเอง

  ผู้คนแต่งกายสวยงาม หลากสีสีนต์ อันแสดงถึงฐานะมั่งมี แต่ไม่ไกลจากตรงนั่น ก็มีขอทานแต่งการสกปรก รุ่มล่าม แบมือขอและส่งเสียงวิงวอน รถพาเราชมวิวไปอีกหน่อย เห็นลูกแพะกำลังเตาะแตะน่ารักนักหนา หลายคนบนรถถึงกับตั้งใจจะกลับไปหาแพะมาเลี้ยงไว้ชื่นชม ขนแพะเป็นมันระยับด้วยมีพืชพันธ์ธัญญาหารสมบูรณ์ นมแม่แพะลูกอ่อนมีเกินพอ จนคนรีดไปดื่มได้ทั้งครอบครัว ทำให้เห็นความสมบูรณ์ที่พอเพียงในกระท่อมหลังแคบๆ ที่ดูเหมือนบ้านที่สร้างไม่เคยเสร็จ เพราะดูเก่าทรุดโทรม แต่สภาพยังค้างคา บ้านในความหมายของเขากับเรา ต่างกันราวฟ้ากับดิน   ใจกำลังทำความเข้าใจ และเข้าถึงเขา ด้วยความละเอียดอ่อน พลัน! ก็ต้องรีบตะคลุบใจของตัวเองเอาไว้ เพราะฉากต่อไปนี้ช่างบาดตาบาดใจเหลือเกิน เตรียมจับใจตัวเองไว้ให้ดีนะคะ พบภาพชีวิตตอนต่อไป บันทึกหน้าค่ะ