การเตรียมตัว เตรียมใจทำให้มะนาวว่างผลตั้งแต่เดือน สิงหาคมและกันยายนถือเป็นเรื่องที่ทำใจลำบากยากพอสมควรสำหรับเกษตรกรบางท่าน เพราะนั่นหมายถึงการสูญเสียผลผลิตและเงินตราที่ควรได้จากการจำหน่ายผลผลิต
การเตรียมตัว เตรียมใจทำให้มะนาวว่างผลตั้งแต่เดือน สิงหาคมและกันยายนถือเป็นเรื่องที่ทำใจลำบากยากพอสมควรสำหรับเกษตรกรบางท่าน เพราะนั่นหมายถึงการสูญเสียผลผลิตและเงินตราที่ควรได้จากการจำหน่ายผลผลิต แต่ถ้าไม่ยอมตัดใจก็จะขายได้แต่มะนาวราคาถูกราคามะนาวปี ไม่สามารถที่จะทำราคามะนาวให้แตกต่างสูงกว่าท้องตลาดได้ เหมือนกับการทำมะนาวนอกฤดูหรือมะนาวหน้าแล้ง ซึ่งแพงได้ใจแถมขายจำหน่ายได้ทีละลูกไม่ต้องช่างขายเป็นกิโลฯเหมือน มังคุด มะละกอ เงาะ ส้มฯลฯ สมมติลูกละสิบบาท ต้นหนึ่งมีพันลูกก็ได้แล้วต้นละหมื่น มีสิบต้นก็ได้เงินเป็นแสนแล้วครับไม่ต้องนับเพิ่มสำหรับผู้ที่ปลูกกันเป็นร้อยเป็นพันต้น ให้คิดกันเอาเอง (ฮา)
ไม่ได้ชวนคิดชวนนึกให้โลภโมโทสันด้านเดียวหรอกดอกครับ บนความได้ก็ย่อมมีความยากและไม่ปราศจากคู่แข่งอย่างแน่นอน ดังนั้นผู้ที่ทำการบ้านหมั่นศึกษาหาข้อมูลมาดีก็ย่อมที่จะประสบพบความสำเร็จได้ไม่ยาก มะนาวที่พร้อมจะเปิดตาดอกในเดือนสิงหาฯ-กันยาฯจะต้องผ่านการบำรุงรักษาดูแลมาอย่างดีในช่วงเดือนพฤษภาคม - กรกฎาคม และในระยะนี้จะต้องพยายามดูแลรักษาอย่าให้มีดอกผลหลุดรอดอยู่บนต้นแม้แต่เล็กน้อยก็ไม่ควรจะต้องทำการตัดแต่งกิ่งเตรียมดินให้เหมาะสม โดยการตัดแต่งกิ่งจะต้องให้มีความโปร่งโล่งสบายแสงจากพระอาทิตย์สามารถที่จะสาดส่องเข้าไปในทรงพุ่มได้ทั่วถึง กิ่งใบใต้ร่มเงา กิ่งเสากิ่งกระโดงควรริดรอนตัดออกเพราะไม่ได้สร้างประโยชน์อาศัยกินอาหารฟรีแต่ไม่ทำงาน (ไม่สามารถปรุงอาหารได้เพราะไม่โดนแสงแดด)
ดินที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตและตอบสนองต่อการใส่ปุ๋ยได้ดีจะต้องมีค่าพีเอชอยู่ที่ 5.8-6.3 ถ้าเปรี้ยวหรือเป็นกรดจัดมากเกินไปก็ใช้โดโลไมท์, ฟอสเฟตหรือปูนขาวปรับสภาพดินเสียก่อน ถ้าดินเป็นด่างจัดก็ใช้ภูไมท์ซัลเฟตุถุงสีแดง, ใช้ปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟต 21-0-0 (มีราคาแพง), ใช้ยิปซั่มที่มีความเป็นกรดเพราะรู้สึกว่ายิปซั่มในปัจจุบันค่อนไปทางด่าง การใช้หินฟอสเฟตและโดโลไมท์ซึ่งช่วยทำให้ได้ปุ๋ยฟอสฟอรัสราคาถูก ได้แคลเซียม แมกนีเซียมช่วยสร้างคลอโรฟิลล์จับพลังงานจากแสงอาทิตย์ ช่วยทำให้ผนังเซลล์แข็งแรงช่วยในการยืดเซลล์ตอบสนองต่อการเจริญเติบโต แต่ต้องอยู่ในเงื่อนไขที่ดินจะต้องมีค่าพีเอชไม่เกิน 7 มิฉะนั้นจะเป็นการซ้ำเติมให้ดินกลับกลายเป็นด่างซึ่งทำให้เสียเงิน เสียเวลาแรงงานในการกลับไปแก้ด่างอีกซึ่งจะใช้เวลาค่อนข้างนาน
การใช้หินแร่ภูเขาไฟ (ซีโอ-พูมิช,ซีโอ-พูมิชซัลเฟอร์) ในการเตรียมต้นก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่นิยมในปััจจุบัน ซึ่งมีความเหมาะสมกับดินทุกประเภทไม่ต้องคำนึงหรือห่วงเรื่องความเป็นกรดเป็นด่าง โดยมีทั้งแร่ธาตุฟอสฟอรัส แคลเซียม แมกนีเซียม กำมะถัน เหล็กทองแดง แมงกานีส สังกะสี โบรอน โมลิบดินั่ม ซึ่งเป็นสารอาหารที่อุดมสมบูรณ์โดยธรรมชาติที่ได้จากหินแร่ภูเขาไฟชนิดต่างๆ อีกทั้งได้แร่ธาตุที่สำคัญคือซิลิสิคแอซิดที่อยู่ในรูปที่ละลายน้ำได้เสริมการทำง่านร่วมกับแคลเซียม ช่วยให้เซลล์มะนาวแข็งแกร่งต้านทานต่อโรคแมลงเพลี้ยหนอนราไรได้เป็นอย่างดี หินแร่ภูเขาไฟช่วยควบคุมการทำงานของไนโตรเจนให้สัมพันธ์สอดคล้องกับคาร์บอนสร้างความพร้อมต่อการเตรียมต้นในการเปิดตาดอกแก่มะนาวได้อีกทางหนึ่งด้วย
มนตรี บุญจรัส
ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com
บทความมีประโยชน์มากครับ สำหรับ ยุคมะนาวแพง(มาก) ในปัจจุบัน
การมีองค์ความรู้ที่ + เทคโนโลยีชาาวบ้าน รู้เท่าทัน ก็ทำให้อยู่รอดใด้ในสถานการณ์ปัจจุบัน
ให้กำลังผู้เขียนบันทึกดีๆนี้ด้วยครับ
ขอบคุณครับ