วารสาร Science ฉบับวันที่ ๑๗ ก.พ. ๕๕ ลงบทความเกี่ยวกับโรคหวัดนก H5N1 หลายบทความพร้อมกัน ได้แก่

          ต้นเหตุเกิดจากความสำเร็จในการวิจัยสร้างเชื้อไวรัส H5N1 ในห้องทดลองที่มีความสามารถติดต่อทางการหายใจไอจามในสัตว์ทดลอง ferrets ที่เชื่อว่าน่าจะติดต่อระหว่างคนได้ด้วย   นักวิจัย ๒ กลุ่มทำงานวิจัยนี้เป็นผลสำเร็จพร้อมกัน และต่างก็ได้รับทุนจาก NIH    เมื่อนักวิจัยส่งผลงานไปลงพิมพ์ในวารสาร Science และ Nature   วารสารทั้งสองก็ขอความเห็นจากคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยทางชีวภาพ (NSABB)   และได้รับคำแนะนำให้พิมพ์เผยแพร่เพียงบางส่วน   ด้วยเหตุผลว่าแค่นั้นก็ได้ประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์ และทางสาธารณสุขเพียงพอ   เหตุที่ต้องกั๊กความรู้ไว้บางส่วนก็เพื่อป้องกันคนไม่ดีเอาไปทำอาวุธชีวภาพ

          จะเห็นว่า ในโลกแห่งความเป็นจริง ความรู้ไม่ใช่ว่าจะดีเสมอไป   คนชั่วสามารถนำเอาความรู้ไปใช้ในทางทำลายได้ด้วย

          ข้อโต้แย้งทั้ง ๓ ข้างบนนั้นต่างก็มีเหตุผล   โดยที่มองเน้นที่ประโยชน์และโทษแตกต่างกัน ต่อการตีพิมพ์ต้นฉบับที่ครบถ้วน  

          ต่อมาก็มีบทความลงในวารสาร Science ฉบับต่อมา (วันที่ ๒๔ ก.พ. ๕๕) เรื่อง WHO Group: H5N1 Papers Should Be Published in Full   บทความนี้เขาไม่ให้เข้าไปอ่านฟรี แต่ก็อ่านข่าวได้ที่นี่และอ่านข่าวโต้แย้งเรื่องการเปิดเผยข้อมูล H5N1 ที่ติดต่อง่ายที่นี่

          บทความสุดท้ายนี้บอกว่ามีการประชุมผู้เกี่ยวข้องที่องค์การอนามัยโลก เจนีวา   และได้ข้อยุติว่าควรตีพิมพ์ต้นฉบับที่ครบถ้วน   แต่ควรชะลอไว้ให้ผลงานนี้ออกมาครบ ๖ เดือน จึงตีพิมพ์เผยแพร่   ซึ่งก็คือตอนสิ้นเดือนมีนาคม ๒๕๕๕   โดยที่ในระหว่างนี้จะมีการเผยแพร่ให้คนทั่วไปรับรู้   เพื่อไม่ให้มีการตีความผิดๆ และแตกตื่น

          ข้อโต้แย้งสำคัญอยู่ที่การให้น้ำหนักผลของการเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดจะช่วยให้การตรวจตราการเปลี่ยนแปลงของเชื้อหวัด H5N1 แบบที่จะนำไปสู่การติดต่อโดยตรงจากคนสู่คน ทำได้ง่ายขึ้น   เพราะข้อมูลการตรวจตราในปัจจุบันพบว่าเชื้อไวรัสชนิดนี้เปลี่ยนแปลงเร็วมาก   และในไม่ช้าสายพันธุ์ที่ติดต่อจากคนสู่คนได้ ก็จะเกิดขึ้นเองในธรรมชาติ   ความรู้ที่ค้นพบโดยนักวิทยาศาสตร์ทั้งสองกลุ่ม จะช่วยให้การตรวจตราทำได้ตรงเป้าหมาย   และตรวจเชื้อร้ายที่ติดจากคนสู่คนได้อย่างทันกาล 

          ในปัจจุบัน คนที่เป็นหวัดชนิด H5N1 มีอัตราตายร้อยละ ๓๐ - ๘๐ (เฉลี่ย ๖๐)   แต่ยังไม่มีสายพันธุ์ที่ติดต่อจากคนสู่คนได้ ทางการหายใจ

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

          วารสาร Science ฉบับวันที่ ๙ มี.ค. ๕๕ ลงเรื่อง Surprising Twist in Debate Over Lab-Made H5N1บอกว่าจริงๆ แล้วไวรัส H5N1 ที่สร้างขึ้นในห้อง แลบ ไม่ก่อโรคร้ายแรงอย่างที่เข้าใจกัน   บทความนี้ชี้ว่า นักวิจัยเจ้าของผลงานที่ชื่อ Ron Fouchier เปิดเผยว่า พังพอน (ferret) ที่ติดเชื้อไม่ตาย   และการติดต่อทางหายใจก็ไม่ง่ายอย่างที่เคยเป็นที่เข้าใจกัน   เมื่อ “ความจริง” เปิดเผยมากขึ้น  NSABB ของสหรัฐอเมริกาจะประชุมใหม่ เพื่อปรับข้อเสนอแนะต่อการตีพิมพ์ผลงานวิจัยทั้งสอง ว่าระดับการปกปิดข้อมูลควรเป็นอย่างไร

 

 

วิจารณ์ พานิช

๒๔ ก.พ. ๕๕  ปรับปรุง ๑๐ มี.ค. ๕๕