"ห้วงคำนึง"

 


 

 

...

หมอบพับเพียบเลียบริมน้ำปริ่มฝั่ง
ตะแคงฟังนิยายเพลินจากเนินหญ้า
ระบำมดคดเคี้ยวลับเคียวตา
หยาดน้ำฟ้าลากลิ้งทิ้งใบบอน

แมลงปอเกาะหินเลื่อมปิ่นรุ้ง
ผีเสื้อพุ่งอวดแพรแผ่ปีกร่อน
กิ้งกือหักความอายออกรายกร
กระรอกหย่อนลูกหว้าหยั่งท้าทาย

เมื่อเอนพิงอิงพักหนุนตักหล้า
แนบเงาฟ้าในน้ำเปี่ยมความหมาย
ธรรมชาติวาดแต้มยังแย้มพราย
และโลกส่ายกายหมุนด้วยคุ้นเคย

เหม่อมองฟ้าสีฟ้ากว้างกว่ากว้าง
คิ้วรุ้งค้างเนตรสูรย์มุ่นหมอกเสย
แย้มเสี้ยวเมฆยิ้มแดดสีแสดเอย
หัตถ์ลมเชยเผยแก้มแพลมยิ้มพลัน

แล้วสบตากับเรา-เงาในน้ำ
ไหลลำนำฉ่ำใจคล้ายเคลิ้มฝัน
พิสุทธิ์ใสไล้หล้ารับตาวัน
กล่อมดวงขวัญล่องลิบทิพยา

เรามองโลกสดใสในวันนี้
ด้วยใจที่อ่อนวัยไร้เดียงสา
ทุกสิ่งช่วยอวยสุขทุกเวลา
หากวันหน้าเป็นอย่างไร... ไม่อาจรู้

...

 

(พิมพ์ครั้งที่ ๑ : ชัยพฤกษ์, มิถุนายน ๒๕๑๓)

 

 

......................................................................................................................................

 

ช่องไฟในความคิด

 

ที่แน่ ๆ บทกวีบทนี้ เขียนตั้งแต่ผมยังไม่เกิด ;)...

เขียนตั้งแต่คุณจิระนันท์ พิตรปรีชา ยังเป็นคงเป็นนิสิตจุฬาฯ

"ห้วงคำนึง" เป็นบทกวีบทแรกของเล่ม "ใบไม้ที่หายไป"

 

...

จักเรียนรู้บทกวีด้วยรู้สึก
เพียงสำนึกในนามความอ่อนไหว
ห้วงคำนึงนึกถึงคนพึงใจ
ใบไม้ไม่หายไปในบัดดล ... เพี้ยง !

...


 

บุญรักษา ครับ ;)...

 

......................................................................................................................................

ขอบคุณหนังสือ...

จิระนันท์ พิตรปรีชา.  ใบไม้ที่หายไป.  กรุงเทพฯ : มูลนิธิสถาบันวิชาการ ๑๔ ตุลา, ๒๕๔๖.