หลังจากที่ผมได้เขียนตอนที่ ๑ ไปแล้ว ได้มีมิตรสหายบางคนเขียนเมล์มาแสดงความเป็นห่วงในสวัสดิภาพของผม แต่อย่างไรก็ดี ผมขอกลั้นใจเขียนต่อในตอนที่ ๒ ในประเด็นอันสำคัญยิ่งนี้
เจตนาอันบริสุทธิ์ของผมต่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ คงมีความศักดิ์สิทธิ์อยู่บ้างดอก คงพอคุ้มครองสวัสดิภาพของผมได้ หาไม่ก็สุดแล้วแต่กรรมเก่า
ขณะนี้มีกระแส “ล้มเจ้า” และหรือ “ลดอำนาจเจ้า” กระจายอยู่ทั่วสังคม แต่เชื่อว่าคงทำไม่สำเร็จหรอก ..เนื่องเพราะขณะนี้เรามีในหลวงที่ทรงเก่ง และทรงดี นั่นเอง
ถ้าในหลวงไม่ทรงเก่ง ทรงดี เสียแล้ว กระแสล้มเจ้าคงสะสมพลังจนล้นท่วมประเทศแน่ๆ ..ดังเช่นที่หลายประเทศประสบมาในอดีต
ที่ผม(ยัง)นิยมสถาบันฯนั้นด้วยเหตุผลหลักๆคือ
1) ซาบซึ้งในพระคุณของเจ้าไทย ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจในการก่อร่างสร้างชาติ ศาสนา มาให้ผมยืนอยู่จนถึงวันนี้
2) เจ้าไทยในอดีตส่วนใหญ่ใช้ชีวิตที่ดี..มีศาสนา ไม่ขูดรีดอาณาประชาราษฏร์ เหมือนอย่างเจ้าในประเทศอื่นๆ
3) ในหลวงองค์ปัจจุบันเป็นกษัตริย์ที่ทรงพระปรีชาสามารถ (ทรงเก่ง) และ ทรงดีด้วย
ดังนั้นผม..ในฐานะผู้ที่นิยมสถาบันกษัตริย์ (ที่ดีๆ) จึงได้เสนอไปในตอนที่ ๑ ว่า ในหลวงองค์ต่อไปนั้นสำคัญมาก
ต้องมีหลักประกันได้ว่าต้องเป็นองค์ที่ทรงเก่งทรงดีที่สุดเท่าที่จะพึงได้ ..มิฉะนั้นแล้วสถาบันฯอาจอยู่ไม่รอด ในท่ามกลางกระแสต่อต้านซึ่งได้หว่านเมล็ดพันธุ์ไว้แล้วในวันนี้
ถ้าเรานิยมสถาบันกษัตริย์อย่างจริงใจ เราต้อง “กล้า” ออกมาพูดกันเพื่อธำรงไว้ซึ่งองค์ในหลวงที่ทรงเก่งทรงดี ตลอดไป เพื่อให้เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชาติ ซึ่งคนไทยเราต้องการมากในวันนี้ ที่รัฐนาวาไทยกำลังลอยแล่นไปในท่ามกลางกระแสโล “ภา” ภิวัฒน์อันเชี่ยวกราก
ในหลวงที่ทรงเก่งทรงดีจะเป็นอำนาจทัดทานระบบเผด็จการทุนนิยมสามานย์ในคราบประชาธิปไตยที่กำลังกร่อนทำลายชาติในอัตราเร่งที่น่าตกใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการ “ขายชาติ” ด้วยความโลภ ความโง่ และความโสมมทั้งหลายแหล่
...คนถางทาง (๘ มีนาคม ๒๕๕๕)
ยกคำเหล่านี้ให้ฝ่ายการเมืองอ่านหน่อยครับ