อะไรรึ.. โลกร้อนรึ..หุหุ..น่ากลัวที่สุดของประวัติศาสตร์มนุษย์
.. มันร้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว..ในช่วง 10 - 20 ปีนี่เอง ไม่ใช่ร้อนขึ้นเท่านั้น ความร้อนที่เกิดขึ้นมันทำให้ความแตกต่างความกดอากาศมีมากขึ้น.... เกิดหย่อมความกดอากาศในพื้นที่ที่ไม่เคยเกิด ..... พายุหมุนก็แรงขึ้น และ มีมากขึ้นด้วย .... ขณะเดียวกันร้อนมากน้ำก็ระเหยมาก นั่นฝนก็มากขึ้นด้วยใช่ไหม .... วินาศสันตะโรกันอย่างที่เห็นๆ เพิ่มขึ้นทุกวัน .. น่ากลัวไม๊.... และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นี่ไม่นับผลกระทบที่เกิดต่อสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่อ่อนไหวต่อสภาพแวดล้อม.... มันเป็นอย่างไรบ้างนะ... นักชีวะวิจัยหาข้อมูลการเปลี่ยนแปลงกันหน่อย.... คงเจอผลที่น่าตกใจแหงๆๆ ... สุดท้าย....
... ปัจจัยเกื้อหนุนการมีชีวิตบนโลก (Global Life Support) ก็เสียดุลภาพ
... วัฏจักรชีวธรณีเคมีก็เพี้ยน
.... ???? อะไรจะเกิด...ไม่อยากคิด ???....สยองคร๊าบบบบ หยองมากๆ ถ้ายังไม่หยุดหรือชะลอตัวในช่วงนี้ อนาคตสรรพสัตว์ต้องมีอันสูญพันธุ์อย่างรวดเร็ว.... แล้วมนุษย์ก็คือ หนึ่งที่ต้องเจอ และ น่าเจอเร็วกว่าสัตว์ขนาดเล็กที่มีวงจรชีวิตสั้น ซึ่งสามารถปรับตัวได้เร็วกว่า...... รอดมากกว่า ส่วนเราตายก่อน...แหงๆๆ ...
มีแต่บ่น ..เราทำไง....ช่วยๆ ลด สิ่งต่อไปนี้...ลดการบริโภค..เพราะนั่นคือต้นตอสำคัญ..... ทำให้การผลิตสินค้าทุกชนิดเพิ่มตามการบริโภค..... ยิ่งพวกฟุ่มเฟือย..... สุดสุดเลยพวกนี้..... อยากให้ทั่วโลกใช้ชีวิตเหมือนเยอรมัน (ประเทศที่รวยที่สุดในยุโรป) คือ กินทุกอย่าง ใช้ทุกอย่าง ต้องหมดสิ้น ไม่ทิ้งขว้าง โดยคิดว่าเงินของฉัน ฉันจะใช้อย่างนี้ ผิดตรงไหน (กินข้าว 2 คำ .. แหวะ ไม่อร่อย ทิ้งไม่กินเลย เหลือเต็มจาน ซื้อเสื้อใส่ 2 ครั้ง ตกเทรนด์ ทิ้งเลย) ชาวเยอรมันและรัฐบาลไม่ยอม... ต้องกินให้หมด ใช้ให้คุ้ม..... เพราะของที่คุณทิ้งต้องใช้ทรัพยากรของชาติมาผลิตนะครับ ไม่ใช่ทรัพยากรของคุณ ต้องรับผิดชอบต่อสังคมต่อประเทศชาติ เขาถือว่า
“เงินนั่นของคุณ แต่ทรัพยากรนั่นของชาติ”
ผลผลิตทุกอย่างต้องใช้พลังงานและทรัพยากรธรรมชาติ.....และทิ้งของเสีย (Waste) ทั้งขั้นตอนการผลิต การขนส่ง และ การทำลายซาก...จริงไหม๊... ต่อไป “ละ” สิ่งที่ไม่จำเป็น... พอเพียง... เพียงพอ คือสูตรสำเร็จที่ดีที่สุด "กินเพื่อมีชีวิต ไม่ใช่มีชีวิตเพื่อกิน" .. พอแระ…. บ่น ...เบื่อ ...หน่าย.
อยากให้ประเทศแถวๆ นี้ มีกฎหมายและจับกุมคนกินอยู่อย่างฟุ่มเฟือยเสียบ้าง
โลกน่าจะมีลมหายใจยืดไปอีกหน่อย
555 ชอบใจการบ่นครับ 555
...ตรงนี้ไม่บ่นนะ...แต่อยากให้ทุกคนที่ใจถึง..เอารถยนต์ที่มีเกินหนึ่งคันในบ้าน.อาจจะเป็นเครื่องบินส่วนตัวด้วยก็ได็..มาทำน้ำหมัก(สูตร ป้าเช็ง)รับรองว่าโลก..หายร้อน..แหง๋ๆ..อ้ะ..แถม..ใช้แทนพลังทั้งหลาย...ที่ใส่รถทุกวันนี้...๕๕๕๕๕๕..ยายธี..สวัสดีค่ะ
ขอบคุณ อาจารย์ขจิต และ คุณยายธี ที่แสดงความคิดเห็นพร้อมดอกไม้งามๆๆ ครับผม
หง่ะ! เอางั้นกันเลยหรือ คุณยาย
ผมก็โดนด้วยดิ มีเกินอยู่คันนึงเหมือนกัน... เป็นเจ้ากะป๊อ เข้าสวนอ่ะ .. ขนขี้วัวขี้ควาย สงสารมันเถอะตัวนิดเดียวเอา ละเว้นสักครั้งเถอะนะ.... ถือว่าเอาบุญก้แล้วกันเน๊อะยายเน๊อะ.... อิอิ
... แต่จริงๆ มันก็เกินจริงๆ นะครับ รู้สึกได้จริง
... ทำไมต้องมีสองคัน คันเดียวทำทุกอย่างได้ไหม ???
... คาใจอยู่มากๆ เหมือนกัน จะพบว่าขับคันนึง อีกคันนึงก็จอดเฉยๆ บางที 7 วันไม่ได้เขยื้อนก็มี เอ... บางคนอาจเถียงมันไม่เขยื้อนก็ไม่ได้ใช้น้ำมันนิ แต่นั่นแหละมันต้องผลิตมาอยู่ดี ผลิตเมื่อไร... สร้างผลกระทบเมื่อนั้น สูตรสำเร็จ คือ
สร้าง = ทำลาย
.... แต่กะป๊อเนี่ยะ มันทำการทำงานอื่นไม่ได้ นอกจากขนขี้วัวขี้ควายนะยายนะ จะเอาไป ตจว. กทม. ทางไกลสงสารมันจะไปตายกลางทางเสียมากกว่า .... ถ้าประเทศไทยมีขนส่งมวลชนที่ดีกว่านี้และทั่วถึงหน่อย ก็คงกะป๊อไว้ แล้วทิ้งเก๋งไปซะให้สะจาย... อิอิ ... ไปไหนก็ถูก สิ่งแวดล้อมก็กระเทือนน้อย....
....... เพี้ยงขอให้มันมีก่อนผมจะจากโลกไปละกัน....
++ เป็นอะไรที่น่าเป็นห่วงจริงๆ นะครับ
++ โดยเฉพาะเรื่องการเป็นอยู่ที่ฟุ่มเฟือยนี่ผมเห็นด้วยมากๆ ว่าเป็นเป็นต้นเหตุของปัญหาสิ่งแวลดล้อมโลกในปัจจุบันอย่างแท้ๆ
อยากให้ประเทศแถวๆ นี้ มีกฎหมายและจับกุมคนกินอยู่อย่างฟุ่มเฟือยเสียบ้าง
โลกน่าจะมีลมหายใจยืดไปอีกหน่อย