วันเสาร์ที่ผ่านมา น้องๆเชิญไปวิพากษ์งานวิจัยชุมชนของชุมชนภาคกลางและภาคตะวันออก มีเรื่องดีๆมาเล่าให้ฟัง

งานที่มานำเสนอเป็นงานของชุมชนที่ใช้กระบวนการวิจัยไปค้นหาปัญหาและสาเหตุในการดูแลชุมชนร่วมกัน มีหลายเรื่องที่น่าสนใจ ในที่นี้จะขอเล่า กรณีของอสม.ที่อ.บางคณที จ.สมุทธสงครามทำวิจัย

อสม.กลุ่มนี้เป็นผู้หญิงที่มีอาชีพเป็นแม่ค้า ค้าขายอยู่ในชุมชน แต่ด้วยจิตที่เป็นสาธารณะจึงอาสาเป็น อสม.กัน ซึ่งในวิถีของชุมชนภาคกลางจะต่างกับทางอีสานคือเขาจะมีบริบทในการประกอบอาชีพตลอดปี

สิ่งที่จุดประกายเขาในการอยากทำวิจัยคือ ในชุมชนตามที่เขาสังเกตพบว่า มีคนทุกข์ที่ยังไม่เข้าถึงบริการสุขภาพ เช่น อายุ ๔๐ กว่าแต่ไม่มีบัตรประชาชน ผู้สูงอายุไม่มีคนดูแล ในฐานะคนในชุมชนพวกเขาเองก็ดูแลกันตามอัตภาพ ตามกำลัง แต่เมื่อยิ่งดูแลกลับพบคนเหล่านี้มากขึ้น พวกเขาตั้งคำถามกันว่า ในชุมชนของเขามีคนทุกข์มากน้อยเพียงใด ทำอย่างไรจะดูแลกลุ่มคนทุกข์เหล่านี้ได้มากขึ้นกว่านี้ และจะทำอย่างไรให้กลุ่มคนอื่นๆได้มีโอกาสมาช่วยดูแลกลุ่มคนทุกข์นี้บ้าง

นี้เป็นจุดประกายให้อยากทำงาน ประจวบกับมีนักวิจัยพยาบาลชุมชนอยู่ในพื้นที่ จึงได้ชวนกันทำ และไปจัดกระบวนการในการใช้กระบวนการวิจัยในการค้นหาปัญหา สาเหตุ และแหล่งประโยชน์ตามประเด็นที่กำหนดโดยชุมชน

ในระหว่างการทำวิจัย เกิดการเรียนรู้ระหว่างนักวิจัยที่เป็นพี่เลี้ยง กับอสม.ที่ร่วมเรียนรู้ การทำงานก็เป็นไปตามบริบทของชุมชน ใช้เวลาว่างจากงานของอสม.มาใช้ในการเก็บข้อมูล เครื่องมือที่ใช้เก็บข้อมูลคือ การปรับใช้เครื่องมือ ๗ ชิ้นของ อ.โกมาตร์

หลังการเก็บข้อมูล พี่เลี้ยงและอสม.ได้รวบรวมข้อมูล จัดหมวดหมู่ และตีความ พร้อมนำผลการวิเคราะห์ไปเสนอให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อปรับและร่วมมือในการดูแลคนทุกข์ในชุมชน

ผมได้ฟังรู้สึกทึ่ง และชื่นชมกับทีมพี่เลี้ยงและอสม.กลุ่มนี้

สิ่งที่ผมเสนอ ผมต้องการให้กำลังใจพวกเราที่อยากทำ R2R เพราะอสม.ก็ทำได้ แต่สิ่งที่ได้เรียนรู้คือ การฉุกคิดตั้งคำถามจากสิ่งเราได้เผชิญอยู่

 

.................มีอีกเรื่องเกี่ยวกับ วัยรุ่นทำวิจัย ที่ ราชบุรี

ด้วยบริบทของพื้นที่ เด็กวัยรุ่นในพื้นที่ส่วนใหญ่จะสนใจเรื่องส่วนตัวมากกว่า เช่น แต่งรถซิ่ง ทำงาน เรียนหนังสือ หน้าที่ทำงานส่วนร่วมเป็นของผู้ใหญ่ผู้สูงอายุ จะจัดงานวัด ทำงานสาธารณะก็จะทำกันเฉพาะกลุ่มผู้ใหญ่ ทั้งที่ในชุมชนก็มีกลุ่มวัยรุ่นอยู่จำนวนมาก มีเด็กกลุ่มหนึ่งที่ทำงานอาสาสมัครกับ รพสต.ตั้งคำถามว่า ทำไมวัยรุ่นจึงไม่เข้ามาร่วมกิจกรรมสาธารณะของชุมชน และ ทำอย่างไรจึงชวนกลุ่มวัยรุ่นเหล่านั้นมาร่วมกิจกรรมสาธารณะได้

วัยรุ่นร่วมกับจนท.ในรพสต.ที่เป็นนักวิจัยชุมชน ได้ร่วมกันพัฒนาทักษะในการทำวิจัย โดยใช้รูปแบบ rapid assessment process วัยรุ่นได้รับการพัฒนาทักษะ การตั้งคำถามวิจัย การเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ การบันทึก การตั้งสมมติฐานและการวิเคราะห์ข้อมูล

ผลการวิเคราะห์พบ กลุ่มวัยรุ่นและความต้องการของวัยรุ่นในการเข้าร่วมกิจกรรม ปัจจัยที่มีผลต่อการเข้าร่วม เช่น การสื่อสารกับกลุ่มวัยรุ่น ลักษณะกิจกรรมที่ไม่โดนใจ เวลาในการทำกิจกรรม ฯลฯ

จากผลการวิจัยวัยรุ่น ได้นำผลไปคืนข้อมูลให้แก่ อบต. /อบต.ได้เห็นจึงสนับสนุนงบประมาณให้กลุ่มวัยรุ่นเข้าร่วมและจัดกิจกรรมสาธารณะ

เห็นมั๊ยครับว่า "วัยรุ่นเริ่มต้นที่คำถามที่อยู่หน้าตัวเอง" หาให้เจอนะครับ อย่ามัวแต่ไปหาคำตอบ เพราะคำถามที่ใช่ยังไม่เจอเลย