บันทึกนี้ของคุณครูธนิตย์ กระตุกใจให้เกิดคำถามว่า "นักศึกษาจับกลุ่มติวกันเอง vs อาจารย์ติวให้" อย่างไหนดีกว่ากัน..
ตอนข้าพเจ้ากลับมาใหม่ๆ ไฟแรง เมื่อรู้ว่าแพทย์ประจำบ้านจะสอบบอร์ด ก็แจ้งหัวหน้าแพทย์ประจำบ้านว่า จะติวหัวข้อเกี่ยวกับ Palliative medicine ให้..
เมื่อทราบว่าแพทย์ประจำบ้าน จัดกิจกรรมกลุ่มติว จึงเข้าไปสังเกตการณ์..
แล้วข้าพเจ้าก็เลิกล้มความคิดเดิมที่จะเป็นผู้ติว..ด้วยความอิ่มใจ
.

เพราะภาพที่ข้าพเจ้าเห็น
แพทย์ประจำบ้านรุ่นน้อง ช่วยรุ่นพี่ด้วยการไปเตรียมข้อสอบจากคู่มือเตรียมสอบ (Board review) ค้นคว้ารายละเอียดอธิบายอย่างแข็งขัน.
พวกเขา " จัดเวร" กันทำหน้าที่นี้ ทุกชั้นปี
มองไปที่กลุ่มแพทย์ประจำบ้านที่กำลังจะสอบบอร์ด
แน่นอนว่าในการทำงานร่วมกัน ช่วงเวลาฝึกหัด
น้องๆ เหล่านี้ย่อมมีกระทบกระทั่งกันบ้าง
แต่เวลานี้ ทุกคนต่าง "รับฟัง" กันและกันอย่างน่าอัศจรรย์ (ข้าพเจ้าคิดว่าไม่ได้ใช้คำเกินไปนะค่ะ)

ไม่มีใครการรันตีว่า สิ่งที่เขาติวกันเอง จะ"ตรง" กับข้อสอบจริง

ทว่า..สำหรับข้าพเจ้าแล้ว
แพทย์ประจำบ้านกลุ่มนี้ ไม่น่าเป็นห่วงอีกต่อไป
เพราะเขาสามารถทำในสิ่งที่ยากยิ่งกว่า
การผ่านคะแนนสอบบอร์ด
นั่นคือ
..การผ่านสู่ความเป็นผู้ใหญ่
รู้จักรับผิดชอบความสำเร็จของตนเอง 
..การผ่านความขัดแย้งทั้งมวล
แล้วทำงานกันเป็นทีม

###
เมื่อข้าพเจ้าจบชั้นมัธยมหก และต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัย
เคยติดตามเพื่อนไปติวในสถาบันแห่งหนึ่ง
แต่เรียนได้เพียงสามสัปดาห์ก็เลิก
ไม่ใช่ว่าครูสอนไม่ดี คุณครูตั้งใจสอน ให้โจทย์ฝึกทำเยอะ
แต่..โดยส่วนตัวข้าพเจ้าไม่สามารถใช้ "สูตรสำเร็จ"
จึงตัดใจกลับมาอ่านหนังสือเตื้อยๆ เอาเอง
.
อีกสิ่งที่ช่วยชีวิตไว้ ก็คือ การมีกลุ่มติว
ลักษณะการติว ไม่ใ่ช่ใครเก่งวิชาไหน ก็มากางหนังสือเลคเชอร์อีกรอบ
แต่ต่างคนต่างไปทำข้อสอบมา
ใครมีข้อไหนติด ก็เอามาถาม
บางทีคนที่คิดคำตอบได้คนเดียว กลับไม่ใช่คนเก่งวิชานั้น 
ข้าพเจ้ารู้สึกสนุก การได้ฟังวิธีคิดที่หลากหลาย
คำถามหนึ่งข้อ ช่วยให้ทบทวนเนื้อหาได้มากมาย จากการ "อภิปราย"
สำหรับกลุ่มติว เราไม่ใช่คู่แข่งกัน
..แม้ด้วยระบบโควตา เอ็นทรานซ์จะเป็นเช่นนั้น
แต่เราคือทีม 
Together Everyone Achieve More
สิ่งนี้ไม่ได้จบลงที่ประตูมหาวิทยาลัย
ดังคะแนนสอบ