ทุกวันนี้หากเข้าไปถ่ายรูปในศูนย์การค้า(ที่ส่วนใหญ่มีชื่อเป็นต่างด้าว)ที่มีอยู่เกลื่อนกลาด จะไม่สามารถบอกได้เลยว่าอยู่ในประเทศไทย เพราะป้ายร้านค้าเป็นภาษาฝรั่งหมด ถ้าเป็นภาษาไทยแล้วคนจะไม่เข้าร้าน (ซึ่งต่างจากศูนย์การค้าญี่ปุ่นสิ้นเชิง เพราะของเขามีแต่ภาษาญี่ปุ่น)
ยี่ห้อเสื้อ กางเกง กระโปรง สบู่ ยาสระผม บุหรี่ เหล้า บะหมี่สำเร็จ ผ้าอนามัย ไปจนถึงถุงยางอนามัย เป็นภาษาต่างด้าว ถ้าเป็นภาษาไทยแล้วคนไทยจะไม่ซื้อ
...ฤๅมันจะถึงคราวสิ้นชาติเสียจริงๆ...อย่าว่าแต่เป็นเมืองขึ้นเขาเลย เพราะเป็นอาณานิคมยังมีกองทัพกู้ชาติเป็นความหวังในการกลับหวนคืนเป็นอิสรภาพบ้าง แต่ขณะนี้คนทั้งชาติกลับพลอยเห็นดีงามเป็นขี้ข้าเขาด้วยความสมัครใจไปด้วยกันหมดทั้งชาติแล้ว
แม้แต่ป้ายสถานที่ราชการแท้ๆ (โดยเฉพาะมหาวิทยาลัย...ซึ่งเป็นมันสมองของชาติ) หลายแห่งภาษาฝรั่งตัวใหญ่กว่าภาษาไทย บางแห่งไม่มีภาษาไทยเลย
ชื่อย่อที่ใช้เรียกกันก็เป็นภาษาฝรั่ง หัวหนังสือราชการก็เป็นภาษาฝรั่ง เพราะพากันคิดแบบโง่เขลาเบาปัญญาว่ามันช่างโก้หรูเสียเหลือเกิน รายการโทรทัศน์ วิทยุ โครงการต่างๆ มีแต่ตั้งชื่อเป็นภาษาฝรั่ง ที่แม่อุ๋ย พ่อใหญ่ ตาสี ยายสา ซึ่งเป็นชนส่วนใหญ่ของประเทศส่ายหัวไม่สำเหนียก
แต่พวกเขาก็ตะบันตั้งชื่อรายการเป็นภาษาฝรั่งยาวๆกันอย่างเมามัน นักการเมืองและนักวิชาการเล่า..ต่างก็พากันพร้อมใจพูดไทยคำอังกฤษคำหรืออังกฤษสองคำด้วยซ้ำไป เพื่อแสดงออกด้วยความภูมิใจว่าข้านี่เก่งรู้ศัพท์อังกฤษกะเขาด้วยเหมือนกัน..ทั้งที่ไม่จำเป็นเลย เพราะศัพท์เหล่านั้นส่วนใหญ่ก็ใช้ภาษาไทยแทนได้ทั้งนั้น
ลูกเต้าออกมาตอนนี้ก็ตั้งชื่อเล่นเป็นฝรั่งกันเกือบหมด ส่วนชื่อจริงเป็นแขกยาวสามวา สำหรับชื่อไทยแท้นั้นสงวนลิขสิทธิ์ไว้ให้เป็นชื่อคนรับใช้หรือคนบ้านนอกโง่เซอะในละครน้ำเน่าเท่านั้น
ไอ๋ย๋า..ชื่อบ่หลอกนี้ ก็ "โกทูโนว" แหะแหะ
...คนถางทาง
จบตอนที่ ๔ ..โปรดติดตามอ่านตอนที่ ๕ ต่อไป (หากสนใจจะร่วมกู้ชาติ หากไม่ก็แล้วไป อิอิ)
ยกเว้นโกทูโนว์ไว้หน่อยค่ะอาจารย์ :) คือ ไม่อยากใช้เป็นภาษาไทยมาสะกดเป็นภาษาอังกฤษเพื่อเป็นโดเมนเนมค่ะ :)
เห็นด้วยที่สุดเลยค่ะ..
ขนาดคนไทยเอง.. ยังไม่รู้คุณค่าภาษาไทยเลย..
แล้วใคร เค้าจะเห็นคะ..