คิดบวก,ความสุข

เมื่อวานนี้น้องผู้ช่วยพยาบาลคนหนึ่ง อยู่เวรด้วยกัน อยู่ๆ เธอก็นั่งถอนหายใจเฮือก ๆ ๆ ก็เลยถามว่า เป็นอะไร  เซ็งพี่ เราทำงานงกๆๆจะเป็นจะตาย หัวหน้าไม่เห็นจะว่าดี เลย ที.......เอาแต่ประจบเจ้านาย งานไม่เห็นจะทำ เขาไม่เห็นว่าอะไร สองขั้น ขั้นครึ่งมันได้ทุกปี เบื่อนะนี่ 

       ชลัญธร : ทำไมถึงรู้สึกอย่างนั้น 

        น้องผู้ช่วย : ก็ทำดีแค่ไหน ไม่เห็นจะมีใครเห็นเลย

        ชลัญธร : แล้วอยากให้ใครเห็นล่ะ ถ้าไม่มีใครเห็นแล้วจะไม่ทำงั้นหรือ นี่นะถ้ามีสิ่งๆหนึ่งมันมีชีวิตแล้วมันคิดแบบแก คนคงตายหมดโลก  

       น้องผู้ช่วย : อะไรพี่ รุนแรงจนถึงตายหมดโลกเลยหรือ แล้วอะไรที่พี่ว่า

       ชลัญธร :  อากาศไง

       น้องผู้ช่วย : งง พี่ อธิบาย

        ชลัญธร : อ้าวแก มองเห็นอากาศมั๊ย  (น้องส่ายหน้า ท่าทางงกว่าเดิม  ) ก็อากาศน่ะมีใครมองเห็นมันที่ไหนล่ะ  ทุกคนมีแต่ใช้ประโยชน์จากมัน สูดดมหายใจเพื่อให้มีชีวิตอยู่ แล้วแถมยังเพิ่มมลพิษ ให้เขาอีก  อากาศไม่เคยบ่นที่ไม่มีคนมองเห็น ยังเต็มใจให้คนสูดดม ไม่เห็นบอกว่า แกมองไม่เห็นฉัน ๆไม่ให้แกหายใจเลย น้องเอ๊ย แล้วเวลาที่คิดว่าเราทำดี ทำไมต้องรอให้ใครเห็น  ใจเราเห็น ใจเราเป็นสุข ยังไม่ดีอีกเหรอ ถ้าทำแล้วดีมีประโยชน์ มีความสุข ก็ทำ  ถ้าทำแล้วทุกข์ อย่าทำ เพราะนอกจากคนอื่นมองไม่เห็นแล้ว แล้วเรายังซ้ำเดิมตัวเองอีก ด้วยการทำให้จิตใจขุ่นมัว  อย่างนี้ถูกแล้ว ดีแล้วหรือ

      น้องผู้ช่วย : ยกมือขึ้นบนศีรษะ แลวบอกว่า "สาธุ" แต่พี่คิดได้ไง เข้าท่า ok เลยนะนี่

       ชลัญธร : ไม่ได้คิดเองโว๊ย  อ่านหนังสือเจอ แต่จำไม่ได้ ว่า ใครเขียน  แต่มันทำให้เรารู้สึกดี  ทำดีทำไมต้องมีใครเห็น

       น้องผู้ช่วย : ใช่พี่ขอบคุณมาก ทำให้น้องได้สติขึ้นมากเลย  เหมือนนั่งฟังเทศน์ ดีนะมาแค่บทเดียว ว่าจะเอาเงินมาปิดกันเทศน์ทีเดียว

      แล้วน้องก็เดินหัวเราะออกไป เราก็ได้แต่ส่ายหัวกับความคิดของมัน เฮ้อ ..................