วันศุกร์ที่ 2 มีนาคม 2555 ผมขอลาพักผ่อนล่วงหน้านับเดือน เพราะต้องเตรียมงานแต่งงานน้องสาว

หลังจากไปส่งลูกชายไปโรงเรียน ผมก็ไปวัดทันที

เพื่อไปยืมสิ่งของในการเลี้ยงพระตอนเช้าวันแต่งงานพรุ่งนี้

มีของหลาย ๆ สิ่ง เช่น โต๊ะหมู่บูชา ขันน้ำมนต์ เชิงเทียน 

และอาสนะสำหรับพระสงฆ์ จำนวน 8 รูป

 

หลวงปู่ท่าน ท่านนิมนต์พระสงฆ์ให้ 8 รูป  รวมกับพระพุทธรูป ครบ 9 รูปพอดี

และเล่าว่า บางงานก็จะนิมนต์พระสงฆ์ 9 รูป หรือ 10 รูป

พอกลับบ้านญาติบางท่านที่มาจากต่างพื้นที่มีด้วยเหรอที่นิมนต์พระสงฆ์ให้ 8 รูป

ผมบอกว่า มี...ก็ผมนี้ไง เพราะผมเชื่อหลวงปู่ เลยเอาตามหลวงปู่

  

คุณตาข้างบ้าน ท่านรับอาสาเป็นผู้นำในการอาราธนาศีล

ตอนแรก หลวงปู่บอกว่าไม่ต้อง ให้ผมก็ได้ เพราะน่าจะทำได้

ถ้าไม่ได้ หลวงปู่จะเริ่มต้นให้ แล้วร่ายต่อ แต่ผมเกรงใจญาติพี่น้อง เอาคุณตาดีกว่า

  

คุณตาบอกว่าให้เตรียมรายการดังต่อไปนี้ให้ครบ

เตรียมอุปกรณ์ในการไหว้พระ รดนำมนต์ และอุปกรณ์ในโต๊ะหมู่บูชา

เตรียมภาอาหาร (ไม่แน่ใจว่าเขียนถูก) เป็นถาดอาหาร 2 ที่

ที่แรกเป็นภาพระพุทธวางไว้ที่หน้าโต๊ะหมู่บูชา  ที่สองเป็นภาสำหรับญาติที่ล่วงลับไปแล้วเอาไปวางไว้ใกล้ ๆ บ้าน

ภัตตาหารสำหรับพระ ต้องเสร็จก่อนพระท่านมาถึงบ้าน

จัดเตรียมอาหารหวาน อาหารคาว และเอาเงินใส่ถุงพลาสติก ให้คู่บ่าว-สาวถวายพระทุกรูป

เตรียมญาติผู้ใหญ่ที่ครองเรือนครองรักยาวนาน 1 คู่  พาบ่าวสาวใส่บาตร

และอย่าลืมทำขันธ์ห้าด้วย (ดอกไม้ศิริมงคล และเทียน จับกันเป็นคู่)

  

ญาติพี่น้องเริ่มทยอยมาช่วยกันคนละไม้คนละมือ

จัดเตรียมสถานที่  เครื่องเสียง  และจัดดอกไม้

และอุปกรณ์แห่ขันหมากฝ่ายเจ้าบ่าว และอุปกรณ์รับขันหมากของฝ่ายหญิง

และยังต้องเตรียมสถานที่และอุปกรณ์ในการยกน้ำชาอีก

บรรยากาศเลยแยกไม่ออกว่า ใครคือฝ่ายเจ้าบ่าว หรือเจ้าสาว

ไม่มีตรงกลาง…สำหรับงานแต่งงานจริง ๆ

 

ผมให้กำลังใจน้องสาว  และน้องชาย (ว่าที่น้องเขย)

ว่า ให้จดจำวันเตรียมและวันแต่งงาน เพราะเป็นวันที่ต้องเหนื่อยล้ามากที่สุด

สำหรับผม งานแต่งงานจำเป็นไหม

ถ้าตอบว่า ไม่จำเป็นเพราะงานแต่งงานไม่ได้การันตีว่า ถ้าแต่งงานแล้วชีวิตคู่จะไปตลลอดรอดฝั่งหรืทอไม่

และถ้าตอบว่า จำเป็น ก็เพราะเป็นงานมงคลงานเดียวในชีวิตที่คู่บ่าวสาวจะได้เห็น

ญาติพี่น้องและเพื่อน ๆ มาร่วมงานเรามากที่สุด

 

และทำให้คนอย่างแม่มีความสุขที่สุด

เพราะผมเห็นรอยยิ้มของแม่ตั้งแต่วันที่เตรียมงานแต่งงาน

ถ้าเตี่ยยังอยู่กับพวกเรา

ผมคิดว่า เตี่ยคงเดินทักทายพูดคุยคนนั้นคนนี้....ยิ้มแย้มอย่างมีความสุขเช่นกัน

ที่ลูกสาวคนสุดท้องได้แต่งงานเสียที 

 

แค่วันเตรียมงานก็แยกย้ายจากกันก็เกือบเที่ยงคืน

พวกเราไล่เจ้าบ่าวเจ้าสาวไปนอน

เพราะต้องตื่นนอนตั้งแต่ตีสาม เพื่อแต่งตัวในวันแต่งงานพรุ่งนี้

ถึงจะจัดงานแต่งงานไม่ใหญ่ไม่โต...แต่ต้องเหนื่อยแน่นอน

ขอให้น้องทั้งสองจดจำบรรยากาศที่งดงามและตราตรึงใจนั้นไว้

และขอให้รักกันนาน ๆ >>>>>