ผมได้รับการติดต่อจากทีมงานวารสาร KM โรงพยาบาลภูเขียว
ว่า ขอเรื่องเล่าเร้าพลังจากพี่...เพื่อลงวารสารได้ไหม
ผมบอกว่า ยินดี ถ้ามีเรื่องที่เป็นประโยชน์สำหรับผู้อ่าน
สามารถเอาเรื่องราวที่ผมเขียนบันทึกไว้ที่ G2K ได้เลย
และบางบันทึกก็มีรูปภาพประกอบด้วย
ซึ่งสามารถ Copy และ Paste ได้ง่าย ๆ เลย
สำหรับผมแล้ว...G2K มีประโยชน์สำหรับผมมาก
เพราะทำให้จัดการเรื่องราว และกิจกรรมทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว
และมีสารบัญในการค้นหาได้ง่าย
ผมจึงประชาสัมพันธ์ให้ผู้อ่านทุกท่าน
ลองเข้ามาอ่าน และเขียนบันทึกที่ G2K ด้วยกัน
ตลอดเวลาที่ผมอาศัยบ้านหลังนี้อยู่สองปีกว่า ๆ
ผมบอกไม่ได้ว่า ผมเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง...มากน้อยเพียงไร ?
รู้เพียงว่า ผมมีความสุข...มีมิตรภาพ...มีการแบ่งปัน
และในชีวิตที่บางครั้ง...ชีวิตของผม
ต้องเจอเรื่องราวลบลบ - - สองครั้งต่อวัน
ผมก็จะจับ - - กลับหัวกลับหางกลายเป็นเครื่องหมาย +
ทำให้ชีวิตของผมก้าวไปอีกครั้ง
และไม่กลัวที่จะเริ่มต้นใหม่อีกครั้งครับ...
ขาประจำมาร่วมชื่นชมค่ะ..
นวัติกรรมบ้านๆ ของชาวบ้าน ที่ทำมาเห็นการพัฒนา เป็นองค์ความรู้จากประสบการณ์จริง
สวัสดีค่ะน้องทิมดาบ
มิตรภาพ ความงามเกิดขึ้นในสังคมG2Kนี้
แต่ละบันทึกได้เรียนรู้จากน้องหลายๆอย่าง ได้แรงบันดาลใจดีๆในการทำงานและการใช้ชีวิตค่ะ
ชื่นชมในการให้ ขอบคุณที่แบ่งปันสิ่งดีๆมาตลอดค่ะ
น่าชื่นชมมากๆครับ
มาเชียร์ชอบมากๆๆเลย ได้เขียนแล้วมีความสุขนะครับ...
I read (what you wrote in a picture above)
"...more educated than the local because most only finish M6..."
I pondered over this (again); how did we ever get trapped in believing that we can only be educated from school?
People who spend their lives working, building and serving their families and communities become second-class people (in the eyes of those educated in school).
Somehow, we think of years in school as better than years of hard work.
Aren't we just bludgers (Australian slang: who live off others' efforts, pimps) or self-justifying nerds?
Is it not time we should honor the common people -- those who follow their responsibilities instead of their dreams?
How many of us come from a family where father and mother spent little time in school but a lot of time sending us to school?
What have we learned?