ฉลาดเลือก คนเราเกิดมาบนโลกมนุษย์ ล้วนถูกกำหนดให้เกิดมาเพื่อใช้กรรม คงไม่มีใครปฏิเสธหรอกนะว่า เกิดมาแล้วไม่มีกรรม เพียงแต่จะได้รับกรรมประเภทไหนกันบ้าง ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับกฎแห่งกรรม ไม่ว่ากรรมจากการกระทำ กรรมที่ได้รับจากผู้อื่น กรรมที่ไม่คาดคิด กรรมจากอดีตชาติ ฯลฯ แต่การได้รับผลกรรมดังกล่าวก็เหมือนฝึกให้ตัวเราได้คิด เหมือนเป็นประสบการณ์และก็จะไม่ทำให้มันเกิดขึ้นซ้ำอีก ท่านเคยสังเกตหรือไม่ว่า มีบางคนที่ตัวเราทำงานร่วมด้วย บางคนก็ประพฤติตัวเป็นคนดีมาก ๆ จนเราแอบเก็บและนำมาเป็นตัวอย่างและอยากที่จะคบหา พูดคุย แต่บางคนก็มีทั้งการกระทำดี กระทำไม่ดีในสายตาที่เรามองเห็น บางคนก็ทำไม่ดีเลยสำหรับคนประเภทนี้ แทบไม่ค่อยมีใครอยากจะเข้าใกล้เลยเชียวล่ะเพราะเข้าใกล้คราวใด ตัวเราก็จะได้รับความทุกข์ใจแทบทุกครั้ง จึงเรียกว่า หลีกได้หลีก เลี่ยงได้เลี่ยง หนีไปให้ไกลได้ก็จะหนี เพราะถ้าเราได้ใกล้ชิด ก็จะเปลืองตัวเรามากกว่าแถมจะนำความเสียหายมาสู่ตัวเราเสียอีก สำหรับกรณีหลังในสังคมยุคปัจจุบันก็จะมีค่อนข้างมาก ๆ เสียด้วย แต่ผู้เขียนก็ยังคิดในเชิงบวกว่า “คนเรานั้นเกิดมาไม่เหมือนกัน เขาอาจได้รับความสุขน้อยกว่าความทุกข์เมื่อเขาเกิดมา จึงทำให้พฤติกรรมของเขาเป็นเช่นนั้น คนเราไม่สามารถเลือกเกิดได้”...แต่ก็มีข้อคิดที่ว่า...คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่คนเราก็สามารถที่จะเลือกประพฤติ ปฏิบัติให้ดีได้ ดีต่อพ่อ – แม่ ดีต่อพี่ – น้อง พีต่อเพื่อน ๆ ดีต่อคนรอบข้าง ดีต่อสังคม...แล้วเขาทำไมไม่ทำล่ะ...ก็ขึ้นอยู่ที่จิตที่ใจของเขาก็แล้วกัน… หรือแม้แต่พฤติกรรมของอาจารย์ที่สอนในปัจจุบันนี้ก็เช่นกัน ถ้าเป็นศิษย์ยุคใหม่ ก็ควรที่จะต้องฉลาดเลือก ๆ ในสิ่งดี ๆ ของอาจารย์ สิ่งใดไม่ดีศิษย์ก็ไม่ต้องนำเอาไป เพราะก็ทราบแล้วว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ดี สภาพสังคมไทยในยุคก่อนนั้น เด็ก ๆ จะถูกหล่อหลอมมาว่า คนที่ได้ชื่อว่า ครู อาจารย์ จะต้องเป็นแบบพิมพ์ที่นึกแล้วต้อง “เป๊ะ” “ใช่” แต่ในสภาพความเป็นจริงแล้วนั้น “ไม่ใช่” เพราะพฤติกรรมของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน ปัจจุบันมีข่าวให้เห็นได้ทราบกันอย่างมากมาย เช่น ครูค้ายาบ้า ครูข่มขืนลูกศิษย์ ฯลฯ ถ้าเราเข้าใจเสียแบบนี้แล้ว ก็จะทำให้สบายใจ และทำใจ เผื่อความเสียใจกับพฤติกรรมของอาจารย์ที่ศิษย์คิดว่าใช่ไว้ด้วย...สำหรับคนที่เป็นอาจารย์ก็ต้องสร้างพฤติกรรมตัวเองด้วยว่า ทำอย่างไรที่จะทำให้ลูกศิษย์ คิดว่า “ใช่” ในสายตาของเขา เพราะการที่จะเป็นครู อาจารย์สอนศิษย์นั้น ทุกคนที่เป็นครู อาจารย์จะมีจรรยาบรรณวิชาชีพสำหรับที่ตนต้องปฏิบัติด้วยกันทั้งนั้น เพียงแต่คงลืมนึกถึงไปกระมัง...เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่สอนกันไม่ได้ อยู่ที่พฤติกรรมของแต่ละคนนั่นเอง...ว่าจะมีจิตสำนึกกันมาก – น้อย เพียงใด สำหรับคนที่ฉลาดเลือก...ถ้าเป็นผู้เขียน ๆ ก็จะเลือกแต่พฤติกรรมหรือสิ่งที่ดี ๆ ของคน ๆ นั้น (ถ้าเขาดีพอ) ถ้าไม่ดีก็ขอบอกได้เลยว่า “ขอตัดออกจากวงโคจรชีวิตไปเลย” เพราะถือว่า ถ้าขืนเก็บและนำมาสู่ตัวเราก็จะทำให้ใจเราหมองไปเปล่า ๆ...เพราะก็ยังนึกอยู่ว่า คนเรานั้นไม่เหมือนกันจะทำให้เหมือนกันนั้นคงจะยากน่าดู...ก็เลยต้องขอเลือก ๆ แต่สิ่งที่ดีเท่านั้น ถ้าไม่ดีจะไม่นำพามาสู่ชีวิตแน่นอน...เพราะการนำแต่สิ่งที่ดี ๆ เข้ามาสู่ตัวเราจะทำให้ใจเราเกิดสุขมากกว่าทุกข์...เพราะฉะนั้น “เราจึงต้องฉลาดเลือก”...
อ่านแล้ว ได้มุมคิด ชีวิตคือทางเลือก จริงๆ ค่ะพี่บุษ เหมือนหนังเรื่อง sliding doors
รู้จัก จีทีเค ครั้งแรกจากประโยคนี้ค่ะ .. เลือกในสิ่งที่ชอบ คือ คำตอบของชีวิต :)
จริงด้วย เราต้องฉลาดเลือก อะไรดีๆก็ต้องเลือก แต่ผมคงเลือกนานไปหน่อย 555
มาเขียนการเขียนของพี่ครับ
สวัสดีค่ะ
อ่านแล้วได้ข้อคิดนะคะ ฉลาดเลือก เลือกแต่สิ่งดีๆ
ดังคำสอนของท่านพุทธทาส ภิกขุ ที่ว่า
จะหาคน มีดี เพียงส่วนเดียว
อย่ามัวเที่ยว เสาะหา สหายเอ๋ย
เปรียบเหมือนหา หนวดเต่า ตายเปล่าเลย
ฝึกให้เคย มองแต่ดี มีคุณจริง
หาก เมื่อต้องเลือก เพื่อชาติ ยิ่งต้อง คิดมาก และ รอบคอบ หน่อยนะคะ มิงั้น เดือดร้อน กับถ้วนทั่ว ... พยายามจะฝันดี คืนนี้ค่ะพี่บุษ :)
ชอบคำว่าฉลาดเลือกครับ
เลือกเดินทางเองได้