ก่อนจะเขียนบันทึกนี้..
ข้าพเจ้ากำลังคิดว่าจะเขียนบันทึกการประชุม
แต่ก็นึกขึ้นได้ว่า..เวลางานเป็นงาน เวลาส่วนตัวเป็นเวลาส่วนตัว 
น่าจะใช้เวลานี้ "เยียวยา" สุขภาพกายและใจ
ที่สึกหรอในแต่ละวันจากแรงเสียดทาน
เพื่อให้ขับเคลื่อนต่อในวันต่อไป
...

Theme HA 2012 "บูรณาการณ์งานกับชีวิต" 
เป็นหัวข้อที่สะดุดใจ..โดยเฉพาะช่วงนี้
น่าเสียดายที่ปีนี้ข้าพเจ้าไปงาน HA ไม่ได้
แต่ก็ตั้งใจว่าจะไปร่วม dialogue "รักตนเอง รักองค์กร" ในวันศุกร์ (24 กพ.) ที่จะถึงนี้
...

วันนี้ข้าพเจ้านึกอยากลองใช้เทคนิค "BATHE " ในการเยียวยาตัวเอง
.
BATHE เป็นเทคนิคการพูดคุยเพื่อบำบัดทางจิตใจพื้นฐาน ทำได้ในเวลา 15-30 นาที เป็นหนึ่งที่แพทย์ พยาบาล สามารถใช้สร้างปฎิสัมพันธ์บวก กับ "ผู้ป่วยปราบเซียน-difficult patient" ซึ่งมักมีปมทางจิตใจแฝงอยู่ใต้อาการทางกาย

Background : เหตุการณ์ตอนนี้
เส้นทางการงานที่ทำให้ "เรา" ต้องห่างไกลกันคนละทวีป
วันคืนผ่านไปรวดเร็ว เผลอแป๊บเดียวก็เดือนหนึ่งแล้ว
ต้องขอบคุณเทคโนโลยีสื่อสาร ที่ย่อโลกเข้ามา
เราได้คุยกันทุกวัน..แต่เวลาที่แตกต่างกันมากก็ทำให้คุยกันได้ไม่ยาวนัก
.
Affect :  ความรู้สึก
ข้าพเจ้าไม่รู้สึกเหงา เพราะชินกับการอยู่คนเดียวมาแสนนาน
และเราก็มีแผนการ เป็นความหวังว่าจะได้มาอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวอยู่แล้ว
ยกเว้นเวลาที่ "ภูมิคุ้มกันใจ" ตก 
.
Trobling : ปัญหาหนักหนาที่สุด
สิ่งที่ทำให้ภูมิคุ้มกันใจตก ก็คือ 
ความหนักใจ เมื่องานนั้นต้องอาศัย การทำงานเป็น "ทีม"
แต่ก็เป็นภาคบังคับ เพราะงานที่ตั้งใจทำ ล้วนต้องการความเป็นทีม

ความยากในการหาจุดเหมาะสมว่าควรทำแค่ไหน
เหมือนภาษิตฝรั่งว่า "ทำมากไปก็ไม่เหมาะ ทำน้อยไปก็ไม่เหมาะ"
Damned if you do, Damned if you don't

Handling : ที่ผ่านมามีวิธีการผ่านปัญหานั้นอย่างไร
การถอยออกมาตั้งหลัก รอจังหวะ  "ไม่ด่วนสรุป"
และมองว่า ผลจากการได้พยายามทำ ให้บทเรียนที่มีค่าเสมอ

ข้าพเจ้าอดหวั่นใจไม่ได้ว่า โครงงานพัฒนาเครือข่ายจะไปไม่รอด
เพราะแม้ได้รับกำลังใจ สนับสนุน
แต่การหาคนร่วมเป็น "เจ้าภาพ" - commitment ไม่ใช่เรื่องง่าย
ประกอบกับผู้เข้าร่วมประชุมหารือน้อยจนใจหาย

ทว่า..ในที่สุดก็มีอีเมล์ตอบกลับซึ่งช่วยปลุกฟื้นคืนกำลัง
อย่างน้อยก็ให้ความหวัง "พยายาม" ต่อไป 
พร้อมกับความเข้าใจในเหตุผลที่ผู้เข้าประชุมน้อย
เนื่องจากเป็นช่วงเร่งตรวจข้อสอบตัดเกรดกัน 
มิได้แปลว่า ทีมกำลังจะล่มสลายอย่างที่กังวล

Empathy : คิดถึงใจเขาใจเรา
แต่ละคน มี agenda ในชีวิตที่ต่างกัน จะให้เป็นดั่งใจเราหมดคงไม่ได้
ขณะเดียวกัน..สถานการณ์ตอนนี้ มิใช่ข้าพเจ้าคนเดียวที่ประสบ
มีตัวอย่างที่ดีในการหาจุดสมดุลระหว่างชีวิตกับงาน
เผชิญกับความท้าทายของงาน พร้อมๆ กับช่วงที่ต้องไกลห่างคู่ชีวิต
แล้วก็ผ่านมาอย่างสวยงาม
หนึ่งในนั้นคือ ท่านอาจารย์ รัตนา พันธ์พานิช
ผู้นำ dialogue " รักตัวเอง รักองค์กร : balance work and life" นั่นเองคะ